คดีที่ น.ส.จินดา เจนจริยานนท์ ร้องเรียน กก.6.บก.ป. ว่า นายจาฎพันธุ์ เจนจริยานนท์ ลูกชายและ นายรุสดี ปูเต๊ะ เพื่อนสนิทลูกชายถูกชายฉกรรจ์ใช้กำลังบังคับพาตัวขึ้นรถยนต์ออกไปจากรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง กลุ่มคนร้ายติดต่อมาหา น.ส.จินดา ข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่เป็นเงิน 2 ล้านบาทแลกกับการปล่อยตัวบุตรชาย คนร้ายส่งภาพถ่ายนายจาฎพันธุ์ และนายรุสดีสภาพไม่สวมเสื้อ มือและเท้าถูกล่ามโซ่ตรวนขังอยู่ในห้อง
พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. สั่งให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6.บก.ป. พ.ต.ท.วริศร มัจฉา พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ พ.ต.ต.อภิชาติ อินยอด สว.กก.6 บก.ป. วางแผนเข้าช่วยเหลือเหยื่อทั้ง 2 คนอย่างเร่งด่วนทันที ตำรวจกองปราบฯซ้อนแผน
น.ส.จินดาขอยื้อเวลาต่อรองขอจ่ายเงินก่อน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะนำที่ดินไปขายแล้วนำเงินไปให้ ตำรวจเร่งสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำตัวเหยื่อไปกักขังไว้บ้านเช่า ต.ทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ปิดล้อมจับกุมแก๊งรีดค่าไถ่ 4 คน คือ นายอรรถพนธ์ หรือเอกเดชะ อายุ 33 ปี นายอภิสิทธิ์ หรือเจ นิคม อายุ 26 ปี นายสุทธิรักษ์ หรือบ่าว บริรักษ์ อายุ 25 ปี และ นายสิทธิพงษ์ หรือบอย บุญสง อายุ 26 ปี พร้อมอาวุธครบมือยืนคุมหน้าห้องเช่า และช่วยเหลือเหยื่อทั้ง 2 คน ออกมาได้ปลอดภัย
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างนายทุนยาเสพติดรายใหญ่ให้จับตัวทั้ง 2 คนมาเรียกค่าไถ่ เนื่องจากติดค้างเงินค่ายาเสพติด จากประวัตินายอรรถพนธ์ เคยรับราชการตำรวจยศ ส.ต.ต.อยู่ในชุดปฏิบัติการพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก่อนถูกออกจากราชการเมื่อปี 2558 ความผิดฐานขาดราชการเกิน 15 วัน ก่อนผันตัวเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด
...
ก่อนถูกจับดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี พ้นโทษออกมาเดือน ก.ย.2563 หลังพ้นโทษออกมายังมีพฤติการณ์ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนมีหมายจับศาลจังหวัดสตูลเกี่ยวกับคดียาเสพติด
ส่วนคนร้ายที่อยู่ร่วมในทีมอุ้มเรียกค่าไถ่ มีประวัติเคยก่อคดีรับงาน “ทวงหนี้นอกระบบ” และรับจ้างจับอุ้มเหยื่อเพื่อนำตัวมาเรียกค่าไถ่ในพื้นที่ภาคใต้มาแล้วหลายครั้ง
พล.ต.ต.จิรภพ สั่งขยายผลเครือข่ายอดีตตำรวจแก๊ง “อุ้มเรียกค่าไถ่” เพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารยศ ส.อ. สังกัดพื้นที่ภาคใต้อยู่ร่วมขบวนการ รับงานจากนายทุนว่าจ้างผู้ต้องหา 4 คน มาก่อเหตุ
งานนี้ไม่ง่ายในการเปิดปฏิบัติการของตำรวจกองปราบฯในการช่วยเหยื่อ แก๊งคนร้ายมีอาวุธปืนพร้อมต่อสู้ ด้วยความเป็นมืออาชีพของตำรวจกองปราบปราม จับคนร้ายได้ครบยกแก๊ง ไม่มีใครสูญเสีย
ตำรวจกองปราบปรามที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนจริงๆ.
“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th