เค้าวรรณกรรมโบราณ เสือโคคำฉันท์ หรือหลวิชัยคาวี ที่มีตอนหนึ่งว่า แม่โคถูกเสือจับกิน ขอเวลาไปให้นมลูกน้อย แล้วก็กลับมาหาเสือ เสือเห็นว่าแม่โครักษาสัญญาก็ปล่อยไป

ผู้รู้บอกว่าได้จากเค้าเรื่องสองพี่น้อง นิทานที่เชื่อกันว่า เป็นเรื่องแรกในโลกของอียิปต์เมื่อ 3,200 ปีที่แล้ว พอมาอ่าน เรื่อง วิทยานิพนธ์ของกระต่ายป่า ในหนังสือเรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) เจอเค้าเรื่องคล้ายกัน แต่ยอกย้อนซับซ้อนกว่า

บ่ายวันที่แสงแดดเจิดจ้า กระต่ายป่าตัวน้อยก็ได้เวลาเดินออกจากถ้ำ มันกำลังสูดอากาศบริสุทธิ์เพลินๆ ก็พลาดท่าเข้าไปอยู่ในกรงเล็บของหมาจิ้งจอก

“ฮ่าๆ ข้ากำลังหิวอยู่เชียว” หมาจิ้งจอกว่า “ขอเวลาข้าก่อน ข้าทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกยังไม่เสร็จ” เหตุผลที่กระต่ายน้อย เป็นไปไม่ได้ ฟังแล้วยิ่งกว่าโจ๊กตลกงี่เง่า แต่หมาจิ้งจอกก็อุตส่าห์ถาม “เจ้าทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไร”

“กระต่ายฉลาดกว่าหมาจิ้งจอก” “ฮ่าๆ งั้นข้าจะกินเจ้าเสียเดี๋ยวนี้ นี่เป็นหัวข้อที่เป็นไปไม่ได้” หมาจิ้งจอกทำท่าจะขย้ำ ยังมีเวลาที่กระต่ายพูดต่อ “เท่าที่ข้าเก็บข้อมูลวิจัยมา ไม่ใช่อย่างนั้นนี่นา”

หมาจิ้งจอกอ้าปากค้าง คำพูดของกระต่ายยั่วให้มันอยากรู้... เมื่อกระต่ายบอกว่า ถ้าไม่เชื่อก็ให้ตามไปดูงานวิจัยของมันในถ้ำ

เมื่อหมาจิ้งจอกเข้าไปในถ้ำ มันก็หายตัวไปเลย สองสามวันต่อมา กระต่ายน้อยเดินออกมาหาอากาศบริสุทธิ์สูดนอกถ้ำอีก คราวนี้มันว่าระวังตัวกลัวภัยจากรอบตัวดีแล้ว แต่มันก็เสียท่า หมาป่ากระโจนลงมาจากพุ่มไม้

...

“ข้าขอเวลา ซักสองสามวัน” “เห็นจะไม่ได้กระมัง เจ้าออเดิร์ฟขนปุยของข้า” หมาป่าอารมณ์ดี เมื่อได้ยินว่า กระต่ายน้อยกำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “กระต่ายฉลาดกว่าหมาป่า” มันก็หัวร่องอหาย

“ดูท่าสมองเจ้าจะมีปัญหา” หมาป่ายิ่งอารมณ์ดี “แต่ข้าก็หวังว่าตัวเจ้าคงไม่ติดโรคระบาดนะ” แล้วความอารมณ์ดี ก็ทำให้หมาป่า เดินตามกระต่ายเข้าไปในถ้ำแน่นอน หมาป่า ก็ไม่ได้ออกจากถ้ำนั้น เหมือนหมาจิ้งจอก และอีกหลายๆหมาที่เจอสถานการณ์เดียวกัน

ในที่สุด เจ้ากระต่ายน้อย ก็เขียนวิทยานิพนธ์จบ มันรู้สึกเหนื่อยในช่วงเวลาทำวิทยานิพนธ์ยาวนาน มันจึงออกมาจากถ้ำ ฉลองความสำเร็จในดงกะหล่ำปี ท่ามกลางเพื่อนกระต่ายอีกหลายๆตัว

ท่าทีดีใจของมันทำให้เพื่อนกระต่ายถาม มันก็ตอบไปตามตรง “ข้าดีใจมาก ที่ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องกระต่ายฉลาดกว่าหมาจิ้งจอก และหมาป่าเสร็จ”

“ฟังดูแปลกๆอยู่นะ เพื่อนแน่ใจหรือว่า ไม่ได้พูดผิด” กระต่ายน้อยภูมิปัญญาปริญญาเอก รำคาญที่จะพูดให้เชื่อ จึงชวนเพื่อนเดินเข้าไปพิสูจน์ในถ้ำ

สิ่งที่เพื่อนกระต่ายได้เห็น คือความรกรุงรังและข้าวของที่วางระเกะระกะ เหมือนห้องนักศึกษาปริญญาโททั่วไป คอมพิวเตอร์ที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์วางอยู่ในมุมสุดของถ้ำ

ด้านขวามีกระดูกกองโตของพวกหมาจิ้งจอก ด้านซ้ายเป็นกระดูกกองใหญ่ของหมาป่า ส่วนที่นั่งอยู่กลางถ้ำ คือสิงโตตัวมหึมาหมอบเงียบในท่วงท่าอิ่มหมีพีมัน

กระต่ายน้อยแนะนำเพื่อนว่า “นี่คืออาจารย์ที่ปรึกษาของข้า” เรื่องเล่าเรื่องนี้ก็จบ ผมยังคิดไม่ออก เค้าเรื่องเล่าทำนองนี้ ยังมีอยู่ในชีวิตจริงของโลกวันนี้หรือไม่

ใครหลอกเด็กไปเป็นเหยื่อทางการเมืองให้ใคร ประการสำคัญสิงโตเจ้าป่าที่เข้าใจว่าอ้วนพีเหมือนพ่อค้านั้น เมื่อออกนอกถ้ำแล้ว กลายเป็นฤาษีผอม เหมือนที่เขาเล่าลือกัน.

กิเลน ประลองเชิง