เข้าสู่ฤดูฝนเป็นฤดูเริ่มต้นระบาดของเพลี้ยอ่อนข้าวโพด กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานให้ติดตามเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยอ่อนข้าวโพด...มักพบการระบาดในระยะต้นข้าวโพดหวานออกดอกไปจนถึงระยะติดฝัก
เริ่มแรกจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆของใบและช่อดอกตัวผู้ หากที่ช่อดอกมีเพลี้ยอ่อนข้าวโพดเกาะดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่เป็นจำนวนมาก จะส่งผลทำให้ช่อดอกไม่บาน การติดเมล็ดน้อย และส่งผลให้เมล็ดแก่เร็วทั้งที่เมล็ดยังไม่เต็มฝัก
กรณีระบาดมากจะพบเพลี้ยอ่อนข้าวโพดชนิดมีปีกบินมาจากแปลงปลูกใกล้เคียง ตั้งแต่ต้นข้าวโพดอายุประมาณ 15 วัน จากนั้นอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะพบเพลี้ยอ่อนข้าวโพดออกลูกเป็นตัวอ่อนรวมกันเป็นกลุ่ม และกระจายดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆของต้นข้าวโพด เช่น ยอด กาบใบ โคนใบ ลำต้น และกาบหุ้มฝัก โดย-เฉพาะบริเวณใต้ใบล่าง ต่อมาจะแพร่ขยายจากใบล่างขึ้นมาบนใบ และขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว และจะพบมากบริเวณช่อดอก ทำให้บริเวณที่ถูกดูดกินแสดงอาการเป็นจุดสีเหลืองปนแดง
แนวทางในการป้องกันและกำจัด หากพบมีการระบาดเกิดขึ้นเฉพาะจุด ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลง คาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เบตาไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดอะซินอน 60% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเฉพาะจุดที่มีเพลี้ยอ่อนข้าวโพดระบาดเท่านั้น
ในแหล่งที่มีการระบาดเป็นประจำ หากสำรวจพบเพลี้ยอ่อนข้าวโพดระบาดแพร่กระจายจากใบล่างขึ้นมา และเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งแปลง...ควรป้องกันและกำจัดก่อนข้าวโพดหวานจะแทงช่อดอกตัวผู้ หรือก่อนดอกบาน จะควบคุมการระบาดของเพลี้ยอ่อนข้าวโพดได้ผลดีมากขึ้น.
สะ-เล-เต