• "ร้านอาหาร" ในวิกฤติโควิดฯ จี้รัฐอุ้มสภาพคล่อง ก่อนหมดลมหายใจ
  • พิษโควิดฯ ทุบ "ร้านอาหาร" จี้รัฐช่วยเหลือ จ่อปิดตัวอื้อ ไม่เกิน 6 เดือน
  • ชะตากรรม "ร้านอาหาร" ในวิกฤติโควิดฯ ชงรัฐอุ้มสภาพคล่อง ก่อนปิดกิจการ

การระบาดของ "โควิด-19" กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าทุกวงการ ส่งผลกระทบต่อผู้คนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะแวดวง "ร้านอาหาร" ที่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ตอบสนองมาตรการภาครัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อร้าย นับตั้งแต่เริ่มมีการ "ล็อกดาวน์" อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อต้นปี 2563 ร้านอาหารทั้งหลายต้องหันมาพึ่งบริการส่งอาหารเป็นหลัก จนกระทั่งกลางปีสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่เชื้อร้ายก็กลับมาปะทุอีกครั้งช่วงปลายปี จนลากยาวมาถึงปัจจุบัน แม้การล็อกดาวน์บางส่วนช่วงต้นปี 2564 จะเปิดให้บริการรับประทานอาหารในร้านได้ก็ตาม แต่ร้านอาหารก็ยังถูก "จำกัด" เรื่องเวลาเปิด รวมทั้ง "การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" ซึ่งไม่ได้ช่วยให้รายได้ของร้านกระเตื้องขึ้นเลย!!!

หากมองย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 มีร้านอาหารกว่า 6 หมื่นร้าน ที่ต้อง "ปิดกิจการ" ลงไป เพราะแบกรับภาระไม่ไหว ปีนี้อาจแย่ยิ่งกว่า เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 6 เดือนเต็มที่ผ่านมา สถานการณ์แพร่ระบาดโควิดฯ มีแต่ "ทรุด" กับ "ทรง" ไม่ดีขึ้นเลย โดยเฉพาะร้านอาหารใน 4 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอย่าง กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ล่าสุด "สมาคมภัตตาคารไทย" ได้ยื่นจดหมายร้องนายกรัฐมนตรี เร่งผ่อนคลายมาตรการควบคุม เพื่อหวังต่อลมหายใจให้กับ "คนร้านอาหาร" ???

...

ขอขายเหล้า ขยายเวลานั่งยาวถึง 5 ทุ่ม 

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมฯได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อขอเรียกร้องผ่อนคลายมาตรการควบคุมร้านอาหาร และมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ทั้งนี้ได้เสนอข้อเรียกร้องให้พิจารณาผ่อนคลายมาตรการบังคับ โดยการขยายระยะเวลานั่งรับประทานอาหารในร้าน ของพื้นที่ 4 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จนถึงเวลา 23.00 น. และให้ปิดร้านในเวลา 00.00 น.

เปิดพฤติกรรมลูกค้า นั่งดื่มวงจำกัดเฉลี่ย 2 ชม.

นอกจากนี้ ยังขอเพิ่มจำนวนที่นั่งในร้านของพื้นที่ 4 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยใช้การแบ่งระดับตามมาตรการป้องกันของทางร้าน 50% ของพื้นที่ร้าน สำหรับร้านที่ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขที่ ศบค.กำหนด (Thai Stop Covid) และ 80% สำหรับร้านอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ World Travel & Tourism Council (WTTC) ให้การยอมรับ และเมื่อมีมาตรฐานสูง ADVERTISEMENT ดังนั้นจึงขออนุญาตให้ร้านอาหารที่มีมาตรฐานขั้นสูงสุด สามารถจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ ทั้งนี้พฤติกรรมของลูกค้าที่มาใช้บริการร้านอาหาร จะเป็นการนั่งดื่มในวงจำกัดของแต่ละโต๊ะที่มาด้วยกัน และจะใช้เวลาในการรับประทานอาหารอยู่ในร้านเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมง

จ่อปิดอีก 5 หมื่นราย ไม่เกิน 6 เดือน

...

"จนถึงปัจจุบันผ่านมากว่า 40 วันแล้ว ที่ร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามข้อกำหนด และมาตรการของ ศบค.ด้วยดี แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ยังเปิดให้บริการอยู่ ล้วนแต่อยู่ในสภาพขาดทุน ต้องแบกต้นทุนต่างๆ อาทิ ต้นทุนการผลิต ทุนค่าแรง ต้นทุนค่าเช่า ต้นทุนค่าน้ำค่าไฟ ต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ที่นำมาหมุนเวียนกิจการ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จะมีร้านอาหารจำนวน 50,000 ราย ต้องปิดกิจการลงในอีก 2-6 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาการเลิกจ้างงาน โดยการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ"

ชงลิสต์ช่วยเหลือ เว้นจ่ายภาษี 1 ปี ยืดเก็บแวต 6 เดือน

นอกจากนี้ได้ยื่นข้อเสนอเยียวยาเร่งด่วน ได้แก่

  • จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือทางการเงินเป็นการเฉพาะเกี่ยวกับภัตตาคารและร้านอาหาร ประกอบด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และตัวแทนจากผู้ประกอบการร้านอาหาร เนื่องจากที่ผ่านมามาตรการทางการเงินมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสำหรับผู้ประกอบการภัตตาคารและร้านอาหารอย่างมาก เพราะมาตรการทางการเงินที่ออกมาเป็นการมองภาพรวมโดยใช้ฐานปัญหาของธุรกิจอื่น และธนาคารพาณิชย์มักจะไม่นำเสนอข้อมูลสินเชื่อตามมาตรการของรัฐให้กับผู้ประกอบการภัตตาคารและร้านอาหารทราบ และใช้เงื่อนไขของธุรกิจอื่นๆ มาเป็นเกณฑ์พิจารณา
  • ออกมาตรการให้เจ้าของห้างสรรพสินค้า และผู้ให้เช่าที่ตั้งร้านลดค่าเช่าอย่างน้อย 50% เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน โดยให้เจ้าของที่ดินอาคาร บุคคลทั่วไป ที่ให้ร้านอาหารเช่า สามารถนำส่วนลดไปลดหย่อนภาษีในรอบบัญชีถัดไป เพื่อจูงใจให้เกิดการลดค่าเช่าตามมา โดยรัฐไม่ต้องจ่ายชดเชย
  • งดการจัดเก็บภาษีรอบระยะเวลาบัญชี 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา สำหรับธุรกิจร้านอาหาร
  • ยืดระยะเวลาในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มออกไป 6 เดือน
  • ขอให้รัฐบาลงดจัดเก็บภาษีโรงเรือน จากเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร เป็นเวลา 1 ปี
  • ลดค่าน้ำ ค่าไฟ 30% ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน
  • มีมาตรการจ่ายค่าแรงคนละครึ่ง โดยให้พนักงานสามารถเบิกส่วนอีกครึ่งจากประกันสังคม หรืออื่นๆ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน.

...

เรียบเรียง : หงเหมิน

กราฟิก : Varanya Phae-araya