- รู้จัก ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง กับ ร้านเวดดิ้ง หลายคนยังสับสน ความแตกต่างที่เหมือนกัน เปรียบเหมือนพ่องาน-แม่งาน
- งานแต่งงาน กับความต้องการที่เปลี่ยนไป จากอลังการสู่มินิมอล ผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 หรือค่านิยมของบ่าวสาว
- แนวโน้มอาชีพออร์แกไนซ์เวดดิ้ง ร้านเวดดิ้ง ยังจำเป็นไหม หลังผ่านพ้นวิกฤติ
ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ประเทศไทยได้มีการประกาศมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่เชื้อมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เผชิญกับการระบาดมาแล้ว 3 ระลอกด้วยกัน โดยมาตรการสำคัญก็คือ การงดจัดกิจกรรมที่มีคนมารวมกันหมู่มาก และ 1 ในกิจกรรมนั้นก็คือ "การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์" ซึ่งกระทบไปถึงการจัดงานแต่งงาน ทำให้หลายอาชีพที่เกี่ยวข้องต่างได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง และร้านเวดดิ้ง
"ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง" คืออะไร คนชอบสับสนกับ ร้านเวดดิ้ง
จากการสอบถาม คุณภาสกร ทองแสนดี เจ้าของบริษัท TSD sound light Co.,Ltd. ออร์แกไนซ์ที่อยู่ในวงการนับ 10 ปี กล่าวว่า ในส่วนออร์แกไนซ์แพลนเนอร์ คือ คนดูแลเกี่ยวกับแผนงานทั้งหมด เกี่ยวกับอีเวนต์นั้นๆ เช่น งานแต่ง งานเลี้ยง งานครบรอบ หรือเป็นงานอื่นๆ ที่ต้องใช้ออร์แกไนซ์ทำหน้าที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้า รับบรีฟและไปขยายความต่อ เรียกได้ว่าออร์แกไนซ์เป็นคนดำเนินงานตั้งแต่ต้นจนจบ
...
สำหรับ "ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง" จะเป็นผู้ดูแลอีเวนต์แต่งงานนั้นๆ ว่าจะต้องการให้ออกมาแบบไหน เช่น งานแต่งเช้า งานแต่งบ่าย งานแต่งเย็น หรืองานจัดเลี้ยงต่างๆ ซึ่งจะมีงานย่อยลงไปอีก ในส่วนของเวดดิ้งจะมีทีมรันคิว ทีมแบ็กดรอป ทีมดูแลแสงไฟและเครื่องเสียง (Lighting & Sound) จะต้องทำงานอยู่ภายใต้การดูแลของออร์แกไนเซอร์หลักที่จะต้องคอยประสานกับลูกค้าว่า ตอบโจทย์ที่ลูกค้าให้มา นั่นคือสิ่งที่ออร์แกไนซ์ต้องดูแล
ในส่วนของร้านเวดดิ้ง ดร.นันทวดี ดีพร้อม หรือ คุณกลอย เจ้าของร้านดีพร้อมเวดดิ้ง Deeprom Wedding กล่าวว่า ร้านเวดดิ้งจะดูแลในเรื่อง ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว การถ่ายพรีเวดดิ้ง ส่วนหน้างานหลักใหญ่ๆ ออร์แกไนซ์จะเป็นคนจัดการ เหมือนเป็นพ่องานกับแม่งาน
ความสำคัญของงานออร์แกไนซ์เวดดิ้ง
คุณภาสกร กล่าวว่า ความหมายเดิม "ออแกไนซ์" คือผู้จัดหา ผู้รวบรวม เมื่อถามว่า ทำไมคู่บาวสาวจึงต้องจ้างออร์แกไนซ์ จากหลักการทำงานของตน มองว่า เราเป็นวันสต๊อปเซอร์วิส หมายความว่า ถ้าลูกค้าเดินมาหาเรา ต้องการถ่ายรูปแต่งงานกับเรา หรือติดต่อผ่านทางร้านเวดดิ้งว่าต้องการจัดงานอีเวนต์ ไม่ว่าจะติดต่อผ่านทางใดก็จะได้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เพราะเราทำงานร่วมกันอยู่
ไม่เช่นนั้น คู่บ่าวสาวจะต้องติดต่อเอง เช่น ไปหาติดต่อหาโครงไม้เพื่อทำแบ็กดรอป ติดต่อช่างไฟ เครื่องเสียงเอง แต่หากลูกค้าเดินมาหาเราแล้วบอกสิ่งที่ต้องการมา ทางออร์แกไนซ์จะรวบรวมทุกอย่างมาให้ และทำทุกอย่างให้ออกมาตามความต้องการ ซึ่งติดต่อเพียงแค่ 1 ที่เท่านั้น ไม่ต้องลงไปหาซัพพลายเออร์ (Supplier)
ความแตกต่าง งานแต่งยุคก่อน จนถึงยุคปัจจุบัน
คุณภาสกร กล่าวว่า ตนทำงานเกี่ยวกับออร์แกไนซ์กว่า 10 ปี งานแต่งในยุคก่อนคนจะนิยมเดินเข้าหาโรงแรม หรือติดต่อโต๊ะจีน จะมีหลายรูปแบบ แต่ช่วงหลังรูปแบบงานมีความซับซ้อนมากขึ้น บางคนอยากได้โรงแรมแต่อยากจัดแบบเอาต์ดอร์ คนที่ทำเอาต์ดอร์ หรือโต๊ะจีน จะไม่สามารถตอบโจทย์แบบโรงแรมได้ เมื่อรูปแบบงานมีรายละเอียดที่ยากขึ้น ออร์แกไนซ์จึงเข้ามามีส่วนร่วม
...
ย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว งานแต่งจะเป็นเรื่องของคนทำคิว และฐานลูกค้าจะเป็นกลุ่มไฮเอนด์ แต่งานส่วนใหญ่ของออร์แกไนซ์ก็ยังเป็นงานอีเวนต์ งานแฟชั่นโชว์ เปิดตัวสินค้า
จนประมาณ 6 ปีหลัง จากประสบการณ์ของตนเองมองว่า ออร์แกไนซ์เริ่มเข้ามามีบทบาทในงานแต่ง เพราะงานแต่งส่วนใหญ่เริ่มงานเอนเตอร์เทนมากขึ้น เช่น อาฟเตอร์ปาร์ตี้ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ดนตรีสด มีกิจกรรมเล็กน้อยๆ ให้คู่บ่าวสาวได้มีส่วนร่วม นั่นก็คืออีเวนต์ที่ออร์แกไนซ์เข้ามามีบทบาท จะไม่ใช่งานแต่งที่เชิญบ่าวสาวขึ้นมาพูด ตัดเค้ก ลงมาถ่ายรูปกับผู้ใหญ่ จากนั้นกินโต๊ะจีน แล้วปิดงาน
ผลกระทบจากโควิด-19 ฝ่าฟัน 3 ระลอก งานหยุดชะงัก รายได้หดหาย
คุณภาสกร กล่าวว่า เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด ออร์แกไนซ์ ได้รับผลกระทบทุกรอบ ในรอบแรกค่อนข้างช็อก เพราะงานที่มีถูกยกเลิกจนหมด เมื่อมีการประกาศว่าการแพร่กระจายของโรคนี้มาจากการรวมตัวของคน ทำให้งานอีเวนต์ได้รับผลกระทบประเภทแรกๆ เพราะเป็นงานที่นำคนมาอยู่รวมๆกัน
ในรอบแรกจะค่อนข้างมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องเล็กน้อย แต่ไม่หนักถึงขั้นเลวร้าย แต่ก็ถือว่าแย่ เพราะเราไม่ได้วางแผนว่าจะไม่มีงาน ปกติแล้วบริษัทจะมีการวางแผนว่าภายในเดือนนี้เราจะต้องมีงานกี่งาน เดือนต่อไปจะต้องมีงานมารองรับกี่งาน มีงานรออีกกี่งาน จะต้องหางานไว้ในเดือนต่อไปๆ
...
"จำได้ว่า วันที่ 6 มีนาคม 2563 คืองานสุดท้ายในรอบนั้น ส่วนงานสงกรานต์ งานคอนเสิร์ตโดนยกเลิกทั้งหมด แต่มันก็ทำให้เราช็อกนิดนึง สภาวะการเงินในตอนนั้นเราไม่ได้วางแผนว่าจะต้องไม่มีงานกี่เดือน มันค่อนข้างจะชะงักไปเลย แต่ถามว่า แย่มากไหม หลายบริษัทได้เปลี่ยนตัวเอง ผมก็เปลี่ยนแนวทางไปทำงานอย่างอื่นแทน ไม่ได้ทำอีเวนต์แล้ว แต่ลักษณะงานยังคล้ายกันคือ การจัดแสงในสตูดิโอ ทำเรคคอร์ด งานวิดีโอ งานเกี่ยวกับการติดตั้ง"
กระทั่งเริ่มมีการผ่อนคลายให้จัดงานได้ ทำให้ลูกค้าที่เลื่อนงานกลับมาจัดงาน แต่ทำไปสักระยะ ในช่วงปลายเดือนธันวาคมก็เริ่มมีข่าวการแพร่ระบาดอีกครั้ง แต่ในรอบนี้เรามีการวางแผน มีเงินเก็บมากขึ้น มีการคุยเรื่องการปรับฐานเงินเดือนลดลง รายจ่ายต่างๆ ถูกปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การเงินขององค์กร จนมีการประกาศคลัสเตอร์สมุทรสาคร ผลที่ตามมาคือ ลูกค้าโทรมายกเลิกงาน ทำให้ว่างงานว่างไปพักหนึ่ง และได้กลับมาจัดงานได้ต่อ
จนมาถึงการระบาดในรอบนี้ ซึ่งเป็นรอบที่ 3 มีการวางแผนประมาณหนึ่งในการหล่อเลี้ยงองค์กร
...
ขณะที่ คุณกลอย กล่าวว่า ร้านเวดดิ้งได้รับผลกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เพราะในช่วงที่มีการควบคุมการระบาดจึงไม่มีการจัดงานแต่งงาน ลูกค้าโทรมาขอเลื่อน บางรายโทรมายกเลิกงานแต่ง สำหรับวิธีตั้งรับ ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมาคือการใช้เงินเก็บของตัวเอง เพราะเราไม่มีวิธีตั้งรับอะไรเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
ถ้าเป็นออร์แกไนซ์ยังรับงานอื่นได้ แต่ร้านเวดดิ้งไม่สามารถทำได้ ที่ทำได้คือรับถ่ายรูปในสตูดิโอแต่ก็ถือว่าน้อย ถือว่ารายได้หายไปเลย ไม่มีงานเลย ต้องใช้เงินเก็บมาเยียวยาลูกน้องจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ก่อนจะมีโควิดเรามีงานถ่ายพรีเวดดิ้งทุกวันเรียกว่าแทบจะไม่มีวันหยุดเลย
ร้านเวดดิ้ง ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง ปรับตัวช่วงโควิด-19
คุณกลอย กล่าวว่า หลายคนเข้าใจผิดว่า ไปร้านเวดดิ้งแล้ว จะได้ทุกอย่างในงานแต่ง ยอมรับว่าหลายคู่ยังมีความเข้าใจผิด สิ่งแรกที่ต้องไปติดต่อคือ ออร์แกไนซ์
คุณภาสกร พูดเสริมว่า ขณะนี้หลายร้านกำลังอยู่ในช่วงปรับเพื่อให้ลูกค้าเดินเข้ามาแล้วจบในจุดเดียว แต่ไม่ใช่ว่าร้านเวดดิ้งจะดำเนินการทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะเป็นความร่วมมือระหว่างร้านเวดดิ้งและออร์แกไนซ์ ในมุมมองของคนทำธุรกิจ เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาหาเราแล้ว เราก็จะต้องตอบโจทย์เขาให้ได้มากที่สุด ส่วนใหญ่จะไม่พูดคำว่า ทำไม่ได้
ความต้องการของลูกค้า กับบัดเจ็ตที่ลดลง
คุณภาสกร กล่าวว่า ในส่วนของออร์แกไนซ์ ยอมรับว่า ภาพรวมมีผลกระทบ ราคาของงานไม่ได้เปลี่ยนแปลง อาจจะมีส่วนลด มีการจัดโปรโมรชั่น แต่จะไม่ลดลงไปต่ำจนเกินไปเพื่อจะเอาลูกค้า
หากลูกค้ามีงบจัดงานน้อยจะมีการพูดคุยกัน การตอบโจทย์ลูกค้าเปลี่ยนไป จากเดิมรูปแบบงานจะเป็นแบบคัสตอม มีการออกแบบงานใหม่ทั้งหมด ไม่ซ้ำกับงานอื่น งบจัดงานจะสูง แต่หลังจากมีโควิด-19 ลูกค้ามีงบน้อยลง เราจะแนะนำตัวเลือกให้ลูกค้า คือ งานที่เป็นแพตเทิร์น รูปแบบงานจะคล้ายกับงานอื่น หรืออาจจะซ้ำกับคนอื่น แต่งบฯ จะลดลงมา ในช่วงโควิดคนจะชอบงานแบบแพตเทิร์นมากขึ้น
เมื่อถามถึงการปรับตัวโดยใช้ช่องทางออนไลน์ คุณภาสกร กล่าวว่า ออร์แกไนซ์เองจะมีแฟนเพจสำหรับเก็บโปรไฟล์ แต่ตอนนี้กำลังวางแผนทำเป็นเว็บไซต์เพื่อขยับตัวเองไปทำงานคู่กับบริษัท จากเดิมความน่าเชื่อถือก็จะเป็นแค่แฟนเพจ แต่เมื่อทำเป็นเว็บไซต์แล้ว ความน่าเชื่อถือก็จะมากขึ้น มีลูกค้าเดิมเป็นฐาน ลูกค้าใหม่มีมาบ้างจากการแนะนำ
ในส่วนของร้านเวดดิ้ง คุณกลอย เปิดเผยว่า ร้านของตนส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่เป็นแบบบอกต่อกัน ดังนั้นความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่หลังโควิด-19 จึงไม่เปลี่ยนไปมาก
แต่ทางร้านก็จะมีแพ็กเกจต่างๆ ให้ลูกค้าเลือกตามเรตราคาว่าลูกค้าต้องการแบบไหน เป็นแพ็กเกจที่คิดขึ้นมาช่วงโควิด อาจจะไม่จัดเต็มแบบฟูลออปชั่น แต่ก็จะไม่ลดจนราคาต่ำจนเกินไป
สำหรับการปรับตัวใช้ช่องทางออนไลน์ คุณกลอยกล่าวว่า ทางร้านมีแฟนเพจของร้านอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาจากช่องทางออนไลน์ และลูกค้าเก่าบอกต่อ
อนาคตร้านเวดดิ้ง - ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง หลังโควิด-19
คุณกลอย กล่าวว่า ตนคิดว่าร้านเวดดิ้งอยู่ได้ เพราะอย่างไรบ่าวสาวยังต้องจัดงานแต่งงาน และธุรกิจประเภทนี้ก็เป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ ซึ่งโควิด-19 เพิ่งมีมา 3 ระลอก หากก่อนหน้านี้เรามีเงินเก็บอยู่ ก็อาจจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ซึ่งตนยังไม่เคยปลดพนักงานเลย ยังรอว่าวันหนึ่งหากเราผ่านไปได้ เราจะมีพนักงานที่พร้อมทำงาน และเริ่มงานได้เลย
"ในส่วนของทางร้านดีพร้อมเวดดิ้ง เรายังคงดำเนินธุรกิจร้านเวดดิ้งต่อไป แม้ทางร้านจะได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 อย่างหนัก ในทุกๆครั้ง ลูกน้องของเราทีมงานหลายชีวิตเขาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เรายังเป็นห่วง เรายังต้องดูแลกัน อีกทั้งรวมถึงลูกค้าที่ยังคงเชื่อมั่นและชื่นชอบในผลงานของทางร้าน ที่ยังมีสอบถามแพคเกจถ่ายงานกันเข้ามาในระหว่างที่สถานการณ์ยังไม่สามารถที่ดำเนินงานได้
ทั้งนี้ เรายังคงเชื่อมั่นหากสถานการณ์โควิดดีขึ้น ลูกค้ามีความมั่นใจที่จะจัดงานได้แล้ว ร้านดีพร้อมเวดดิ้งจะเป็นร้านแรกๆ ที่พร้อมให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าได้ในทันที เราก็หวังที่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นเดิมเหมือนที่ผ่านมา"
คุณภาสกร กล่าวว่า ลักษณะการทำงานหลังจากนี้ในส่วนของอีเวนต์ ส่วนตัวคิดว่าจะยังเหมือนเดิม คือเข้าก่อนกลับทีหลัง ความหมาย เข้าก่อน คือเราจะไปก่อน 1 วัน เพื่อเนรมิตงานทุกอย่างให้เสร็จ เตรียมแสตนด์บาย พูดคุยทำความเข้าใจคิวงานกับบ่าวสาว จนกระทั่งงานจบ แขกทุกคนกลับ เราจึงเริ่มเก็บของออกจากสถานที่เป็นคนสุดท้าย และคิดว่าการทำงานจะเป็นแบบนี้ต่อไป
ขณะที่การขายงาน การเข้าหาลูกค้า อาจจะต้องเปลี่ยนไป จะต้องเข้าสู่โหมดการใช้สื่อ โฆษณา ประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพื่อหาลูกค้าใหม่
ในอนาคตเรื่องของตลาดอีเวนต์ ออร์แกไนซ์เวดดิ้ง คนแต่งงานยังไงก็อยากมีงานแต่ง แต่คนในยุคต่อไปอาจจะต้องการงานแบบมินิมอล คือ น้อยแต่ดี น้อยดูแพง น้อยแต่ดูหรู ซึ่งสมัยก่อนต้องการความใหญ่โต โดยเฉพาะต่างจังหวัดจะนิยมเวทีใหญ่ 18-20 เมตร ส่วนงานในโรงแรมขออลังการงานสร้าง มาถึงเจอซุ้ม ต่อไปอาจจะเน้นเรื่องของกิมมิกเล็กๆ แทน นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไป แต่ส่วนตัวคิดว่าอีเวนต์ประเภทนี้จะยังคงอยู่แน่นอน คนยังคงแต่งงาน เด็กสมัยนี้อาจมองว่าไม่สำคัญ แต่การให้เกียรติเจ้าสาว ผู้ใหญ่ และวงศ์ตระกูล ยังคงอยู่ในสังคมไทย
อีกมุมหนึ่งในเรื่องของคอนเสิร์ต หลังจากนี้ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ ส่วนตัวคิดว่าคนไทยชอบคอนเสิร์ต ชอบปาร์ตี้ หากวันข้างหน้าคนไม่กลัวโควิด กิจกรรมประเภทนี้จะบูมขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
และสิ่งที่ทำให้บริษัทรอดก็คือ การรักษาพนักงานไว้ หากช่วงที่ไม่มีงานแล้วพนักงานออกไปทำงานอื่น เมื่อบริษัทมีงาน คนที่ออกไปแล้วอาจจะไม่สะดวกกลับมาหาเรา หรือหากใช้เป็นพนักงานฟรีแลนซ์ จะต้องใช้ต้นทุนสูงกว่าพนักงานประจำ ทำให้เราไม่สามารถไปแข่งกับบริษัทอื่นได้ ดังนั้นตนจึงคิดว่าทีมงานสำคัญมาก อยากให้รักษาพนักงานให้อยู่กับเรามากที่สุด.