เหลี่ยมร้าย? โควิด-19 โค่นได้แม้แต่รัฐบาล

ข่าว

เหลี่ยมร้าย? โควิด-19 โค่นได้แม้แต่รัฐบาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 มิ.ย. 2564 05:01 น.

    บันทึก

    เรื่องราวอลวนเกี่ยวกับ “วัคซีนทางเลือก” ที่มีตัวแปรสำคัญคือกรณีบริษัทเอกชนผู้ยื่นขอนำเข้า เป็นอีกปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้คนไม่น้อยในสังคมสับสนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?...หรือว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล มีกลุ่มก๊วนผู้หาผลประโยชน์ขณะที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะวิกฤติ

    เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” โพสต์จั่วหัวเรื่องว่า “จาก อ.นิธิ”

    เห็นหนังสือนี้ร่อนไปทั่วบนระบบออนไลน์โดยที่...คนที่หนังสือนี้ส่งถึงยังไม่ได้เห็นหนังสือตัวเป็นๆเลย อย่างไรก็ดีถึงจะมาพบก็คิดว่าคงไม่ได้พบเหมือนกัน เพราะจากที่พยายามช่วยหาวัคซีน “ตัวเลือก” มาเพิ่มเติมระยะหนึ่งนั้น มีบริษัทหรือกลุ่มคนมากมายที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของวัคซีนโน้นวัคซีนนี้มากกว่าสิบกลุ่ม

    ...ขอเรียนให้คนที่เห็นหนังสือนี้เข้าใจกันตามนี้ครับ 1) กลุ่มหรือบริษัทแบบนี้ที่ว่าเป็นตัวแทนนั้นเป็นไปได้ยาก 2)การเป็นตัวแทนใครในการนำยาหรือวัคซีนจริงต้องได้รับ dossier (รายละเอียดรายการประกอบยาและการผลิต) จากบริษัทเจ้าของ เพื่อมาใช้ขอใบอนุญาตจาก อย.

    3) บริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิดขณะนี้จะติดต่อกับรัฐบาลหรือตัวแทนรัฐบาลก่อนเท่านั้น...เป็นเหมือนกันทุกบริษัททั่วโลกเพราะเป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน จะไม่ติดต่อกับเอกชนเป็นรายๆหรือติดต่อคุยด้วยก็จะไม่ให้ dossier เพื่อยื่นขอใบอนุญาต

    4) รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐบาลเมื่อติดต่อแล้วจึงอาจมอบหมายให้บริษัทที่ทำโลจิสติกส์เรื่องการขนส่งและเก็บวัคซีนที่มีมาตรฐานเฉพาะเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียน และทำการขนส่งแทนหน่วยงานรัฐได้

    5) บริษัทหรือกลุ่มตัวแทนใดที่ว่าเป็นตัวแทนหรือมีวัคซีนเป็นล้านๆโดสโดยไม่มี dossier ที่ต้นทางจัดให้ ไม่ใช่ตัวแทนที่สมบูรณ์ครับ...คงไม่ได้พบผมเช่นกัน

    ถ้าติดตามและอ่านประกาศของราชวิทยาลัยฯในราชกิจจานุเบกษาที่อ้างถึงให้เกินแปดบรรทัด แล้วอ่านข้อบังคับลูกที่ตามมาก็จะทราบว่ายังไงราชวิทยาลัยฯก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีครับ

    ขอร้องอย่าถือโอกาสโจมตีกัน แค่นี้ประชาชนคนเจ็บก็ทุกข์แย่อยู่แล้ว นิธิ 27 พ.ค.64

    ต่อเนื่องไปถึงประเด็นข่าวร้อน ไวรัสโควิด-19 “สายไทย” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ “หมอดื้อ” บอกว่า สายไทย...ผ่านอียิปต์ เลื่อนฐานะเป็นสายน่าสนใจ หรือ “variant under interest”

    ยังไม่ถึงเป็นสายที่กังวลวิตก...“variant of concern” อย่าง สายอังกฤษ อินเดีย แอฟริกา จากข้อแถลงของ Public HealthEngland ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงของไวรัสโควิด C.36.3 variant พบในประเทศไทยตั้งแต่แรกจากนักท่องเที่ยวชาวอียิปต์ และในประเทศอังกฤษเองพบว่าสายพันธุ์ใหม่ของไทยนี้ ตรวจพบใน 109ราย ปะปนกับสายอังกฤษ และอินเดีย ที่เพิ่มมากขึ้น...

    “ตื่นตัว แต่อย่าตื่นตูม” ยังคงเป็นคาถาสำคัญป้องกันไวรัสร้าย “โควิด-19” ที่รุมเร้าให้เกิดวิกฤติในมิติต่างๆมากมายหลากหลาย นับรวมไปถึง...“วิกฤติชาติบวกวิกฤติการเมือง ทางออกคืออะไร”

    ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ย้ำว่า วันนี้...วิกฤติอีโคโมโนโควิด (Ecomono Covid Crisis) ซ้ำลงบนวิกฤติเก่าแห่งความเหลื่อมล้ำ และขาดความเป็นธรรม

    นั่นก็คือ... “วิกฤติชาติ” ที่ระบบการเมืองไม่มีสมรรถนะจะแก้ได้ เพราะการเมืองก็วิกฤติด้วย ที่สำคัญน่าสนใจว่า “วิกฤติความซับซ้อน (Complexity crisis)” นี้นั้นยากสุดๆที่อำนาจใช้ไม่ได้ผล

    “การเมืองเรื่องอำนาจหรือการเมืองเกมอำนาจ ที่ขาดความรู้และปัญญาไม่สามารถฝ่าความยากไปได้ การเมืองถูกออกแบบมาให้แตกแยกและอ่อนแอจึงวิกฤติ”...กล่าวยกตัวอย่างไปแล้วหลายต่อหลายครั้งว่า “การเมืองฝรั่งเศส” เคยอ่อนแอและวิกฤติแบบนี้ ไม่มีทางออกต้องหันไปพึ่ง นายพลชาร์ล เดอโกล ปัญหาสำคัญมีว่าเรา... “ประเทศไทย” ก็ไม่มีคนอย่างชาร์ล เดอโกล ให้เป็นที่พึ่ง แล้วจะทำอย่างไร?

    หนำซ้ำ “รัฐสภา” ของเราแม้จะมีจุดอ่อนหลายอย่าง ถ้าใครตามสังเกตระยะยาว จะเห็นหลายครั้งที่รัฐสภามีความไวต่อความรู้สึกของสังคม หรือกระแสสังคม และตอบสนอง...ฉะนั้นเฉพาะหน้าขณะนี้ “สังคม” กับ “รัฐสภา” จะต้องร่วมกันหาทางออกจากสภาวะวิกฤติชาติ

    วิธีหนึ่ง ถ้านาวาประยุทธ์ล่มคือ ตั้ง รัฐบาลเฉพาะกาล โดยรัฐสภา ด้วยการปรึกษาหารือกับภาคสังคม สรรหาและลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีปัญญาบารมีเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และให้อิสระแก่นายกรัฐมนตรีในการสรรหาคนที่ดีที่สุด เก่งที่สุด มาร่วมบริหารประเทศ

    โดยมีข้อแม้สำคัญว่า จะต้องไม่ใช้...ระบบโควตาของกลุ่มการเมือง

    “ระบบโควตา” ของกลุ่มการเมืองที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นระบบที่ไร้ศีลธรรม นำไปสู่ความเสื่อมเสียนานาประการ ควรจะเป็นสิทธิของประเทศที่จะได้คนที่ดีที่สุดเก่งที่สุดมาเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่สิทธิของกลุ่มก๊วนใดๆ ระบบสิทธิของกลุ่มก๊วนในการได้โควตารัฐมนตรีควรจะยกเลิกไปตลอดกาล

    ถึงตรงนี้แล้วเมื่อได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ (โดยอเนกนิกรสโมสรสมมติ) ดังกล่าว และนายกรัฐมนตรีมีอิสระในการเลือกคนที่ดีที่สุด เก่งที่สุด มาเป็นคณะรัฐมนตรี รัฐบาลเฉพาะกาลก็จะมีสมรรถนะสูงและสามารถดึงทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้วิกฤติชาติ

    นี่คือกระบวนการที่เรียกว่า “เปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง”...ระบบอำนาจนั้น ปิดพื้นที่ทางสังคม และพื้นที่ทางปัญญา ทำให้ชาติไม่มีพลัง ออกจากสภาวะวิกฤติไม่ได้

    “พลเอกประยุทธ์เป็นคนประเภทปิดหรือเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญา ก็ควรจะได้รับการวิเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ของสังคมไทย หากรัฐบาลเฉพาะกาลกับการเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวางได้ผลดี ในช่วงเวลาปีครึ่งถึงสองปี ก็จะเป็นรูปแบบที่จะวางระบบการเมืองที่ดีต่อไปในอนาคต”

    หมายเหตุ...การทำงานร่วมกันระหว่าง “รัฐสภา” กับ “สังคม”เป็นการบรรจบกันของ “ประชาธิปไตยทางอ้อม” กับ “ประชาธิปไตยทางตรง” รูปแบบหนึ่ง

    ระบบรัฐสภาปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยทางอ้อมหรือประชาธิปไตยตัวแทน เกิดขึ้นในประเทศตะวันตกในยุคโบราณ ที่การคมนาคมและการสื่อสารยังไม่สะดวก ราษฎรต้องเลือกตัวแทนขี่ม้า หรือนั่งเกวียนไปประชุมที่เมืองหลวง สมัยนี้การคมนาคมและการสื่อสารสะดวกทั่วถึงทั้งประเทศ ทุกคนมีส่วนร่วมได้โดยตรง

    เป็น...ประชาธิปไตยทางตรง ที่ทำได้หลายรูปแบบ แบบหนึ่งคือการมี “สมัชชาแห่งชาติ” ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วนของสังคม และอีกรูปแบบคือการมี “ศูนย์บิ๊กดาต้าประชาธิปไตย” ที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารรับฟังความคิดเห็นของคนทั้งประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ทำประชามติได้รวดเร็ว ราคาถูก

    อีกวิธีหนึ่งคือการมี “สภาองค์กรชุมชนและท้องถิ่น” เป็นเครื่องมือให้ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ทิ้งท้ายว่า การเชื่อมโยงประชาธิปไตยทางอ้อมกับประชาธิปไตยทางตรง จะทำให้ประชาธิปไตยมีฐานกว้างขึ้น เกมการเมืองแบบเก่าๆในสภาผู้แทนราษฎรจะทำไม่ได้ต่อไป ระบอบประชาธิปไตยจะสมบูรณ์และมีคุณภาพมากขึ้น

    สุดท้ายแล้ว...ในการร่าง “รัฐธรรมนูญใหม่” ต้องศึกษา “ระบอบประชาธิปไตย” ที่สมบูรณ์และที่สำคัญมุ่งหมายตั้งใจเพื่อสร้าง... “สมรรถนะของชาติ”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    นาทีช็อก! "ลูกค้า" แตกฮือออกจากห้างในจีน หลังถูกสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉิน เพราะพบคนติดโควิด-19
    03:09

    นาทีช็อก! "ลูกค้า" แตกฮือออกจากห้างในจีน หลังถูกสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉิน เพราะพบคนติดโควิด-19

    ApplicationMy Thairath

    วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2565 เวลา 22:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์