ไลฟ์สไตล์
100 year

น้ำท่าปี 64 อุดมสมบูรณ์ ลานีญาปะทะพายุ 3 ลูก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
29 พ.ค. 2564 05:05 น.
SHARE

สภาพภูมิอากาศประเทศไทย ในปี 2564 ผ่านพ้นฤดูแล้งไปด้วยดี เริ่มต้นผลัดเปลี่ยนเข้าสู่ ฤดูน้ำหลาก คาดการณ์กันว่า “น้ำท่าจะมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ” อันเกิดจากปรากฏการณ์ลานีญาแผลงฤทธิ์เดชยาวจนเกือบตลอดปี ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

ดั่งตามคำประกาศของ “กรมอุตุนิยมวิทยา” ระบุว่า ประเทศไทยสิ้นสุด “ฤดูร้อน” เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 15 พ.ค.2564 เพราะบริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่อง และครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่

ข่าวแนะนำ

ทั้งทิศทางลมระดับผิวพื้นถึงความสูง 3.5 กม. เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นทะเลอันดามันเข้าปกคลุมแล้ว ประกอบกับลมชั้นบนความสูง 5 กม.ขึ้นไปก็เปลี่ยนทิศลมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดปกคลุมประเทศไทยเช่นกัน ลักษณะนี้ถือว่าเข้าสู่ “ฤดูฝนของประเทศไทย” ในปีนี้

ทว่าในช่วงครึ่งแรก...“ฤดูฝน” ปริมาณการกระจายของฝนจะมีมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ และครึ่งหลัง...การกระจายของฝนจะเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าปริมาณฝนจะมากกว่าปีที่แล้ว และมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 5-10 ที่สิ้นสุดฤดูกาลกลางเดือน ต.ค.ด้วยซ้ำ

แต่บางช่วงฝนอาจตกหนักถึงหนักมากติดต่อหลายวัน ที่จะก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ ส่วน “ภาคใต้” โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก จะมีฝนไปอีกถึงกลาง ม.ค.นี้

หนำซ้ำในปีนี้ประเทศไทยยังอยู่ใน “โหมดของปรากฏการณ์ลานีญา” อันเกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ต่างจากค่าปกติ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลาง และด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าต่ำกว่าค่าปกติตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.2563-พ.ค.2564

ปัจจุบันอุณหภูมิผิวน้ำทะเลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยค่าปกติ 0.4-0.5 ํC กำลังเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะปกติ นั่นหมายความว่า “ลานีญา” จะสิ้นสุดเดือน พ.ค.เข้าสู่สภาวะปกติที่จะคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค.2564

ปรากฏการณ์ลานีญากำลังเปลี่ยนสถานะเข้าสู่สภาวะปกติจะส่งผลต่อสภาวะอากาศ คาดว่า เดือน พ.ค.-ก.ค. ฝนของประเทศไทยจะมีค่าสูงกว่าค่าปกติ ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อย

ลักษณะนี้ส่งสัญญาณว่า “ฤดูฝน” ในหลายพื้นที่เสี่ยงต้องเจอสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน...น้ำป่าไหลหลาก ในส่วน “ภาคเหนือ” ตั้งแต่เดือน พ.ค.-มิ.ย. คาดว่าปริมาณฝนรวมจะมากกว่าค่าปกติร้อยละ 5-20 “ภาคอีสาน” เดือน พ.ค. และเดือน ก.ย. มีฝนรวมมากร้อยละ 5-10 ในเดือน มิ.ย. และเดือน ก.ค.ฝนรวมน้อยลงร้อยละ 5

“ภาคกลาง” เดือน พ.ค.-มิ.ย. ฝนมากร้อยละ 5- 20 “ภาคตะวันออก” เดือน พ.ค.-มิ.ย. ฝนมากร้อยละ 5-10 แต่เดือน ก.ค. ฝนจะน้อยร้อยละ 5 “กรุงเทพฯ...ปริมณฑล” เดือน พ.ค.-มิ.ย. ฝนมากขึ้นร้อยละ 5-10

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก” (ฝั่งอ่าวไทย) ในเดือน พ.ค. และ ก.ค. มีฝนน้อยร้อยละ 5 เดือน ต.ค. ปริมาณฝนมากร้อยละ 5 เช่นเดียวกับ “ภาคใต้ฝั่งตะวันตก” (ฝั่งทะเลอันดามัน) ในเดือน พ.ค. ปริมาณฝนจะน้อยร้อยละ 5 และเดือน ต.ค. ฝนจะมากกว่าค่าปกติร้อยละ 5

พยากรณ์ฤดูฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกตินี้ ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ต้นปี “ภาพรวมปริมาณน้ำฝนทั่วประเทศ” มีมามากกว่าปกติ 10% โดยเฉพาะเดือน เม.ย.ที่ได้รับ “อิทธิพลจากพายุฤดูร้อนมากกว่าปกติ” ทำให้พื้นดินชุ่มฉ่ำต่อเนื่อง

อันเกิดจากปัจจัย “หย่อมความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบน” และพัดผ่านเข้ามาตอนในของประเทศเป็นเวลานาน ทำให้มีอากาศเย็นยาวถึงเดือน เม.ย. เข้ามาปะทะกับ “ลมตะวันออกเฉียงใต้” ที่พัดพาความชื้นจากน้ำทะเลมาด้วย ส่งผลให้ “เกิดพายุฤดูร้อน” บ่อยถี่กว่าทุกปี

เหตุนี้ทำให้มี “น้ำฝนมากมาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่แห้งแล้งได้พอสมควร” ทั้งยังมีน้ำบางส่วนไหลลงเติมเต็มในเขื่อนกักเก็บน้ำหลายแห่งด้วย เพื่อให้มีเพียงพอใช้ไปจนเข้าสู่ “ฤดูฝนในช่วงที่ตกชุก” เบื้องต้นตามรายงานของกรมชลประทาน สามารถกักเก็บน้ำได้มากระดับหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ

กระทั่งวันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป ก็เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ในช่วงแรกนี้คาดว่า “ปริมาณฝน” น่าจะตกกระจายประมาณ 40-60% ของพื้นที่สิ้นสุดปลายเดือน มิ.ย.จากนั้นก็เข้าสู่ “สภาวะฝนทิ้งช่วง” ทำให้ปริมาณฝนน้อยลง “พี่น้องเกษตรกร” ต้องเตรียมเก็บกักน้ำในช่วงนี้

ถัดมากลางเดือน ก.ค. จนสิ้นสุดเดือน ก.ย. ปริมาณฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่น และฝนจะตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะเดือน ส.ค.-ก.ย.ที่จะมี “พายุหมุนเขตร้อน” เคลื่อนเข้ามายังประเทศไทยสมทบเพิ่มปริมาณน้ำอีก 2-3 ลูก ลักษณะนี้มีโอกาสสูงที่จะพัดผ่านบริเวณ “ภาคอีสาน และภาคเหนือ” เป็นหลัก

ในช่วงที่มี “พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้ หรือเคลื่อนผ่านประเทศไทย” ที่มีลักษณะลมแรงฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ “ประชาชน” ต้องระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาตินี้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดในช่วงที่มีพายุหมุนเขตร้อนด้วย

ภาพรวมแล้ว...“ฤดูฝนปีนี้” คาดว่าจะมีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 5-10% แตกต่างจากในปี 2563 มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 3-5% ที่ถือว่า “มีปริมาณฝนน้อย” ทำให้ในหลายพื้นที่ต้องขาดแคลนน้ำ เผชิญกับ “วิกฤติภัยแล้งรุนแรง” ไม่มีน้ำเพียงพออุปโภคบริโภค และภาคการเกษตรตามมา...

ดังนั้น...ตลอดปีนี้ “ภาพรวมปริมาณฝนจะมากกว่าปีที่แล้วค่อนข้างชัดเจน” ฝากถึงพี่น้องเกษตรกร “พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม” เพื่อป้องกันความเสียหายควรต้องเฝ้าระวังเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลาด้วย

แต่น่าแปลกใจ “ภาคใต้ฝั่งตะวันออก” เช่น จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กลับมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 10% มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว สาเหตุเชื่อว่า “เกิดจากปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวน” และคงมีฝนน้อยไปจนถึงเดือน ต.ค.ก่อนเข้าช่วงมรสุมภูมิภาคนี้ก็จะมีฝนเพิ่มร้อยละ 5 ของพื้นที่

ประเด็น “ภัยพิบัติน้ำท่วม” เน้นพิเศษในช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. เพราะจะมีปริมาณฝนค่อนข้างมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคอีสานตอนบน เช่น ระนอง ภูเก็ต พังงา จันทบุรี ระยอง ตราด เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี

ในส่วน “ภัยแล้ง” ก็คงจับตาอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะอีสานตอนล่าง ภาคกลาง และภาคเหนือตอนบนบางพื้นที่ แม้ว่า “ปีนี้ฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย” ก็อาจต้องเผชิญกับฝนน้อยอยู่เช่นเดิม เรื่องนี้คงต้อง “พึ่งระบบชลประทาน” เพื่อให้เอื้อต่อ “ผลผลิตการเกษตร และน้ำใช้อุปโภคบริโภค” อย่างเหมาะสมของพื้นที่นั้น

ต้องยอมรับว่า “ดินฟ้าอากาศ” คาดการณ์ยากจาก “ผลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก” ที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้น “ปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่” ต้องพึ่งพาระบบชลประทานที่ดีมีประสิทธิภาพเป็นหลักด้วย

เรื่องนี้ล่าสุด พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประธาน คกก.นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ กำชับทุกหน่วยงานให้ดูแลบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพทั่วประเทศ เพื่อป้องกันภัยพิบัติน้ำท่วม และขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืนแล้ว ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดี

สิ่งน่าเป็นห่วงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี “พื้นที่ จ.ตากค่อนข้างมีปริมาณฝนน้อยมาก” จึงเกรงจะไม่มีน้ำไหลลงเขื่อนขนาดใหญ่ เพราะบริเวณแถบนี้มีปัจจัยสำคัญจาก “ภูมิประเทศล้อมรอบด้วยภูเขา” กลายเป็นอุปสรรคกีดขวางกระแสลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดพานำความชื้นทะเลอันดามันเข้ามาไม่ถึงบริเวณนี้ประจำทุกปี

เช่นเดียวกับ “ลมตะวันออกเฉียงเหนือ” นำพามรสุมจากอินเดีย... เมียนมาพัดผ่านได้เฉพาะ จ.เชียงใหม่...เชียงราย แต่ไม่อาจมาถึง จ.ตาก แต่คาดว่า “ฤดูฝน” ลมมรสุมจะมีกำลังแรงพอเคลื่อนผ่านเข้ามาได้

เมื่อพยากรณ์บ่งชี้แล้วว่าฝนมีแนวโน้มมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติต่อเนื่องแน่ “รัฐบาล” คงต้องเตรียมบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งกันให้ดีแล้วกัน เผื่อปีหน้าโอกาสเกิดภัยพิบัติจะได้น้อยลง...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฤดูน้ำหลากฤดูฝนฤดูฝนปี 2564พายุพายุเข้ากรมอุตุนิยมวิทยาสกู๊ปหน้า 1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 22:43 น.