เป็นอีกหน่วยที่มีผลจับกุมคดีต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคดีเพิ่งเกิดหรือ “หมายจับค้างเก่า” ซึ่งผู้ต้องหามักคิดว่าการหลบหนีทางขบวนรถไฟเป็นช่องทางที่สะดวก ไม่ต้องกลัวการตั้งด่านตรวจสกัดจับตามเส้นทาง
ด้วยนโยบาย พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ. เน้นให้ตำรวจรถไฟทุกสถานีสังเกตรูปพรรณของผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ ซึ่งอาจเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีหรือมีหมายจับคดีค้างเก่าที่มาใช้เส้นทางรถไฟ
หลบเลี่ยงด่านสกัดจับ
คดีแรกวันที่ 13 เม.ย. เวลา 01.30 น. พ.ต.อ.เชน ศรีกรุงไกร ผกก.5 บก.รฟ. พ.ต.ท.ศักดิ์สะท้าน เปรื่องชะนะ พ.ต.ท.พินิจ ช่วยกุล รอง ผกก.5 บก.รฟ. สั่งให้ พ.ต.ต.ธนาชิต จันทอุไร สว.ส.รฟ.นครราชสีมา กก.5 บก.รฟ. จับกุม นายเอกพงษ์ หรือเอก อ่อนเหลือง อายุ 32 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดเบตง ที่ จ.42/2553 ลงวันที่ 9 ก.ย.2553 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, พาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร”
จับบนขบวนรถเร็วที่ 139 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ขณะเทียบชานชาลาสถานีนครราชสีมา คดีเกิดวันที่ 3 ส.ค.2553 นายเอกพงษ์ กับพวกรวม 10 คน ไปเที่ยวสถานบันเทิงคาราโอเกะ แกรนด์วิลล่าโซนสถานบันเทิง
เกิดการเขม่นกับกลุ่มผู้เสียหายที่มากัน 2 คน ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องทะเลาะวิวาทรุมทำร้ายกัน จังหวะที่มีการตะลุมบอน หนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส
นายเอกพงษ์ผู้ต้องหาเห็นผู้เสียหายล้มนอนกองกับพื้นกลัวความผิดได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และมาทราบภายหลังว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าหน้าที่ อส. ผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีมานานกว่า 11 ปี
ก่อนถูกตำรวจรถไฟจับตัว
คดีที่ 2 วันที่ 14 เม.ย. พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผกก.3 บก.รฟ. สั่งให้ พ.ต.ท.วิทยา วรสุวรรณรักษ์ รอง ผกก.3 บก.รฟ. จับกุม พระภิกษุอำนาจ คุ้มเขตร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ที่ 27/2564 ลงวันที่ 17 ก.พ. 2564 ข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”
ตำรวจรถไฟจับกุมได้บนขบวนรถที่ 32 (หาดใหญ่-กรุงเทพฯ) ขณะขบวนรถไฟจอดเทียบชานชาลาสถานีรถไฟบางซื่อ
พระภิกษุอำนาจ คุ้มเขตร ให้การรับสารภาพว่า ได้บวชอยู่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี มีเรื่องกับพระในวัดเดียวกัน ด้วยความโมโหใช้หมัดชกเข้าที่ใบหน้าคู่กรณีล้มแน่นิ่ง เข้าใจว่าเสียชีวิตจึงหลบหนีลงมาภาคใต้ อาศัยจำวัดต่างๆในภาคใต้
สุดท้ายจนมุมตำรวจรถไฟรวบคาขบวนรถไฟ.
“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th


