สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจและผมเชื่อว่า ปัจจุบันในสังคมไทยมีการซื้อขายออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะลอตเตอรี่ออนไลน์ ซึ่งพบเห็นได้มากขึ้น เนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดและเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น การเสนอขายลอตเตอรี่นั้น อาจจะมีการเสนอขายผ่านทางแอปพลิเคชัน Messenger หรือ Facebook หรือ LINE เป็นต้น ต่อมามีข่าวว่ามีนางรำคนหนึ่งไปซื้อลอตเตอรี่ จำนวน 2 ฉบับ กับแม่ค้าที่วัดแห่งหนึ่ง โดยยังไม่ได้ชำระเงิน เนื่องจากไม่ได้พกกระเป๋าสตางค์มา และอ้างว่าได้เขียนชื่อลงหลังลอตเตอรี่แล้ว จำได้แม่นว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวถูกรางวัลที่หนึ่ง ส่วนฝ่ายของแม่ค้าก็อ้างว่า ไม่มีการเขียนชื่อหลังลอตเตอรี่ และลอตเตอรี่ดังกล่าวได้จำหน่ายให้บุคคลอื่นไปแล้ว เนื่องจากนางรำคนดังกล่าว ไม่ติดต่อแม่ค้าก่อนวันที่ประกาศผลรางวัล เพื่อชำระเงินค่าลอตเตอรี่ อีกทั้ง มีความจำเป็น เนื่องจากจะต้องใช้ทุนทรัพย์สูงในการไปซื้อลอตเตอรี่งวดถัดไป
ประเด็นที่มีคนสนใจมากที่สุด คือ สรุปแล้วลอตเตอรี่ดังกล่าวเป็นของใคร ในเมื่อนางรำยังไม่ได้ชำระเงิน และผลทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาจะเป็นอย่างไร
ความน่าจะเป็นของคดีนี้ ตามที่ผมได้ข้อมูลมาจากข่าวหลายสำนัก คือ ลอตเตอรี่มีอยู่จริงหรือไม่
ตามหลักกฎหมายนิติกรรมสัญญาวางหลักไว้ว่า เมื่อคำเสนอกับคำสนองถูกต้องตรงกันสัญญาเกิด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันที แม้จะยังไม่ได้ชำระเงินก็ตาม แต่ทั้งนี้จะฟ้องร้องบังคับคดีกันได้หรือไม่ ต้องพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 “การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย”
เมื่อพิจารณาหลักกฎหมายแล้วเห็นว่า ลอตเตอรี่ราคาไม่ถึง 20,000 บาท ดังนั้น จึงไม่จำเป็นจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่จำเป็นจะต้องวางเงินมัดจำ หรือชำระหนี้บางส่วน ผู้ซื้อก็สามารถที่จะฟ้องให้ผู้ขายส่งมอบลอตเตอรี่ได้ ส่วนผู้ขายเองก็สามารถที่จะฟ้องให้ผู้ซื้อชำระหนี้ค่าลอตเตอรี่ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ ฝ่ายใดจะมีพยานหลักฐานหนักแน่นมั่นคงเพียงพอให้ศาลพิพากษารับฟังให้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องนะครับ
กล่าวโดยสรุป คือ กรรมสิทธิ์ในลอตเตอรี่โอนไปยังผู้ซื้อแล้ว แม้จะยังไม่ชำระเงินก็ตาม และเมื่อผู้ซื้อทวงถามลอตเตอรี่จากผู้ขาย แต่ผู้ขายอ้างว่า ได้ขายต่อไปแล้ว ส่วนตัวผมเห็นว่า เมื่อผู้ขายทราบดีว่าลอตเตอรี่เป็นของผู้ซื้อ การนำทรัพย์สินของผู้อื่นที่ตนได้ครอบครองไปขาย ย่อมแสดงให้เห็นว่า มีพฤติการณ์เบียดบังทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนโดยทุจริตแล้ว กรณีนี้ถือว่ามีความผิดในข้อหายักยอกทรัพย์ ส่วนจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์อีกหรือไม่ ต้องรอผลการสอบสวนอีกครั้ง
กรณีที่ ผู้ขายประสงค์จะบอกเลิกสัญญาซื้อขาย เนื่องจากผู้ซื้อไม่ติดต่อ ติดต่อไม่ได้ ไม่รับสาย หรือไม่ชำระเงินตามกำหนดที่ตกลงกันไว้ ผู้ขายควรที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งให้ผู้ซื้อ หรือส่งข้อความตามช่องทางสื่อสารต่างๆ ให้ผู้ซื้อทราบก่อน เพื่อบอกเลิกสัญญาซื้อขาย และขอนำลอตเตอรี่ไปขายให้กับบุคคลอื่น ซึ่งเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและมีหลักฐานในการต่อสู้คดีว่า ไม่ได้มีเจตนาจะเบียดบังเอาทรัพย์สินของผู้อื่น หากแต่มีการแจ้งบอกเลิกสัญญาและขอนำลอตเตอรี่ไปจำหน่ายให้แก่บุคคลอื่น โดยที่ผู้ซื้อไม่โต้แย้งคัดค้าน
ในคดีนี้ เป็นคดีอาญาภาระการพิสูจน์ตกกับฝ่ายโจทก์ ผู้กล่าวหา หรือผู้ซื้อที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ให้ได้ว่า มีลอตเตอรี่อยู่จริง มีลายมือชื่อของผู้ซื้ออยู่หลังลอตเตอรี่จริง และผู้ที่มาขึ้นเงินลอตเตอรี่นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ขายอย่างไร หากพิสูจน์ไม่ได้ คดีอาจจะมีข้อพิรุธจนนำไปสู่การยกฟ้องของศาลก็อาจจะเป็นไปได้ครับ ต้องรอความเห็นของพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ ร่วมถึงคำวินิจฉัยของศาลอีกครั้งครับ
สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ
Facebook: ทนายเจมส์ LK
Instagram: james.lk