พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 แถลงข่าวจับกุม นายประถม เอียดขาว อายุ 49 ปี หรือ “บังหมัด กงหรา” ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่านักเรียนหญิงชั้น ม.3 อายุ 15 ปี

พฤติกรรมของผู้ต้องหาจงใจฆ่าแล้วอำพรางศพผู้เสียชีวิตให้มองเป็นอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับอยู่ในร่องน้ำกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางหาดใหญ่-บางกล่ำ พื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

เป็นคดีสะเทือนขวัญ

จากคดีรับแจ้งเหตุเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำข้างทาง กลายมาเป็นคดีข่มขืนและฆ่าชิงทรัพย์ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าเพียงคนเดียวพร้อมของกลาง 6 รายการ รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีเทา ทะเบียน กง 856 ประจวบคีรีขันธ์ 1 คัน ซึ่งคนร้ายใช้ขับขณะก่อเหตุ เงินสด 1,300 บาท ซึ่งเป็นเงินสดจากกระเป๋าของผู้เสียชีวิต

เหล็กขันเปลี่ยนล้อรถ ยาว 10 นิ้ว 1 อัน ที่ใช้ทุบตีเหยื่อเด็กผู้หญิง กางเกงขาสั้นแบบสามส่วนมีกระเป๋าด้านข้างขา สีครีม 1 ตัว กางเกงกีฬาสีน้ำเงินแถบขาวแดง 1 ตัว ซึ่งเป็นชุดสวมใส่ในวันเกิดเหตุและเสื้อคลุมแขนยาวแบบมีฮู้ดคลุมศีรษะสีแดง 1 ตัว ซึ่งเป็นเสื้อของผู้เสียชีวิตที่สวมใส่ในคืนวันเกิดเหตุ

ตรวจสอบประวัติของนายประถมหรือ “บังหมัด กงหรา” ฆาตกรสุดโหดรายนี้พบว่า เคยมีประวัติต้องโทษคดี “พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี เพื่อการอนาจาร” เมื่อปี 2545 ในพื้นที่ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา

ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี โทษให้รอลงอาญา 2 ปี เสียค่าปรับเงิน 5,000 บาท

ไม่นานมาก่อเหตุหนักกว่าเดิม

ขณะที่ทำแผนเสร็จและนำตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถตู้ปรากฏว่าญาติพี่น้องและชาวบ้านพยายามแหกวงล้อมของตำรวจเข้ามาทำร้ายนายประถมด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับเสียงสาปแช่งด่าทอด้วยความโกรธ

สุดท้ายตำรวจนำตัวนายประถมขึ้นรถกลับมาได้อย่างปลอดภัยเพื่อนำตัวเข้าสู่ขั้นตอนคดี

พ่อของผู้เสียชีวิตมาดูการทำแผนบอกว่า “ต้องการให้ประหารชีวิตคนร้ายหรือจำคุกตลอดชีวิต เพราะเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สำนึกผิดยังมาก่อเหตุซ้ำสอง ซึ่งจิตใจโหดร้ายมาก”

เป็นความรู้สึกหัวอกของคนเป็นพ่อที่สูญเสีย ที่ฝีมือโจรชั่วช้ามาพรากชีวิตลูกสาวไปด้วยพฤติกรรมที่ต่ำช้า ทั้งที่ไม่เคยมีเหตุแค้นเคืองกันมาก่อน เจตนารมณ์ของกฎหมายคือ “อภิบาลสุจริตชน” ให้โอกาสพวกเขาเหล่านี้ได้กลับมามีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย สร้างประโยชน์ให้สังคม หรือให้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตใหม่ในสังคม

แต่สัตว์นรกบางรายที่ถูกปล่อยออกมากลับทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเป็นที่หวาดกลัวของสังคม

เพราะไม่ใช่คดีที่เกิดขึ้นครั้งแรก.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th