วางขุนพลไม่ผิดตัวเพื่อไปอุดรอยรั่วของหน่วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 นำเสนอ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ขยับเก้าอี้ ผกก.ดส.บช.น.ไปนั่ง ผกก.สส.บก.น.5 แก้ปัญหา “ปืนฝืด” งานไม่ออกให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.พิจารณาส่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เห็นชอบ

เพียงเดือนเดียวนายตำรวจนักสืบหนุ่มเสมือน “ช่างเชื่อม” ประสานอารมณ์ “แตกแยก” ภายใน “ดึงขวัญกำลังใจ” ให้ทุกคนกลับมาทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

“หน้าที่เรา คือ จับคนร้าย เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับชาวบ้าน” พ.ต.อ.จิรกฤตว่า

พวกเขาประเดิมผลงานทลายแก๊งลัก จยย.รายใหญ่ในเมืองหลวง จับกุม นายสถาพร หรือ เนย ธารารัตน์ อายุ 23 ปี นายพงศ์ศักดิ์ หรือ ก้อง เทียมศิริเจริญ อายุ 20 ปี นายปรเมท หรือ ปาล์ม ตรีรัตน์ อายุ 18 ปี นายอนุรักษ์ หรือ เอ๊าะ แซ่อือ อายุ 36 ปี นายวรุฒ หรือ แซม แซ่อือ อายุ 26 ปี

หลังพบสถิติตัวเลขหายสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก

ชุดสืบสวน บก.น.5 ประสานทุกโรงพักเพื่อประมวลแผนประทุษกรรมของคนร้ายน่าเป็นแก๊งเดียวกัน ก่อนไล่ภาพกล้องวงจรปิดจากบริเวณที่เกิดเหตุหลายจุด พาไปสู่ “รังโจร” เป็นบ้านเช่า ซอยบางกระดี่ 1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

เฝ้าซุ่มสังเกตการณ์อยู่หลายวันจนจับกุมได้คาหนังคาเขาระหว่างนำรถของกลางไปส่งขายลูกค้า

ขยายผลพบก่อเหตุทั่วกรุงตลอด 7-8 เดือน ขโมยรถไปไม่ต่ำกว่า 300 คัน มีเงินหมุนเวียน 20-30 ล้านบาท

ระหว่างเดินออกจากบ้านที่เกิดเหตุมีกลุ่มชาวบ้าน ขอบคุณตำรวจ ที่ทำให้คนแถวนี้หลับสบาย

คือ ความสุขใจที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา

นอกเหนือจากความสำเร็จที่สามารถปิดคดีจับคนร้ายได้.

สหบาท