"อนุทิน" มั่นใจ ปาร์ตี้วันเกิด "ดีเจมะตูม" ไม่ได้ดื่มแค่น้ำหวาน ฟันโรงแรม-คนร่วมงาน ทำผิดกฎหมาย ซัดพวกไม่เคารพกฎหมาย ต้องประณามให้อาย 

วันที่ 27 ม.ค. 64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 ในรายการโหนกระแส โดยระบุว่า วัคซีนโควิด-19 จะมาถึงในเดือน ก.พ.นี้ เมื่อถามว่า จะฉีดเป็นคนแรกหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า คนสั่งเข้ามาเอง ก็ต้องฉีด แต่จะเป็นคนแรกหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ให้ประชาชนฉีดไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีความปลอดภัย เราจะไม่มีคำว่าหนูทดลอง 

เมื่อถามว่า ฉีดฟรีให้ทั้งประเทศประเทศหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ฉีดให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศในปีแรก ปีที่สองอย่าเพิ่งไปกังวล เพราะเมื่อฉีดทั้งประเทศแล้ว ทุกคนจะมีภูมิ เมื่อได้รับวัคซีนแล้ว ความเสี่ยงติดเชื้อก็ลดลง ก็จะเหมือนโรคระบาดอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ปีแรกก็เป็นโรคระบาดใหญ่ พอได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ ถึงแม้โรคยังอยู่ แต่ก็จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เป็นโรคหวัดอีกหนึ่งสายพันธุ์ไป ก็คงมีการพัฒนาวัคซีนเพิ่มไปเรื่อยๆ เอาปีนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ด้วยดีก่อน คำว่าฟรี คือ ประชาชนทุกคนได้รับการฉีดอยู่ในกลุ่มคณะกรรมการอำนวยการบริหารจัดการวัคซีนได้จัดเอาไว้ ไม่มีประเทศไหนฉีดวัคซีนครบประชากรร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยสตรีมีครรภ์ก็แยกออกมา ตามหลักทั่วไป เขาก็มีทางการแพทย์ว่าฉีดอย่างไร อัตราส่วนเท่าไรถึงจะมีความปลอดภัย

เมื่อถามถึง เป็นประเด็นในสังคมกรณี "กักตัวทิพย์" คือคนที่มีความเสี่ยงสูง บอกกักตัวอยู่บ้าน แต่เช้าออกไปเซเว่น มีความผิดหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เอาตามกฎหมายก่อน บุคคลที่ติดเชื้อ ถ้าเป็นคนไทยต้องอยู่ รพ. คำว่ากักตัว คือ ให้สังเกตตัวเองถ้าไปสัมผัส เป็นการขอความร่วมมือ แต่ถามว่าเป็นกฎหมายหรือไม่ ไม่มีกฎหมาย แต่อยู่ที่เรา ซึ่งต้องมีสำนึกระดับหนึ่ง แต่ถ้าทำแบบนี้ต่อไป อีกหน่อยอาจเป็นการบังคับให้รัฐต้องใช้กฎหมายจัดการ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง 

กรณีคนเป็นโควิด แล้วปกปิดไทม์ไลน์ตัวเองนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ตรงนี้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าให้การเท็จ จะผิดกฎหมาย เรื่องการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ส่วนเคสผู้ป่วยโควิด กทม. รายที่ 658 อาชีพเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่ให้ข้อมูลไทม์ไลน์ ช่วงวันที่ 14-21 ม.ค.64 นั้น ต้องคอนเฟิร์มว่า เขาเป็นผู้ป่วยวันไหน พอ 22 ม.ค. คอนเฟิร์มว่าเขาเป็นผู้ป่วย เขาต้องมาอยู่ รพ. และเราสอบสวนโรคเขา เขาไม่บอกไม่ได้ เพราะไม่ให้ความร่วมมือ ต้องดำเนินคดี

เมื่อถามว่า ผู้ป่วยเป็นตำรวจ นายอนุทิน ระบุว่า พอดูนิสัยได้ คนนี้ก็คงอาศัยว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ไม่มีทางใหญ่กว่าหมอ ยิ่งไม่บอก ไม่ต้องถึงขั้นใช้กฎหมายโรคติดต่อ แค่ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ผิดกฎหมายอยู่แล้ว

ต่อข้อถาม ผู้ป่วยรายที่ 647 เป็นนักร้องนักแสดง วันที่ 8 ม.ค. ไปงานเลี้ยงบันยันทรี วันที่ 14-20 ม.ค.ไม่ให้ข้อมูล นายอนุทิน ระบุว่า ก็ผิดกฎหมายถ้าไม่บอก ทำไมก่อนหน้านี้ถึงบอก ต้องไปดู กรมสอบสวนโรคเขาก็มีวิธีการสอบสวน เขาจำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลว่าไปไหนมาบ้าง วันที่ถูกคอนเฟิร์มว่าติดเชื้อ พอติดเชื้อ เขาไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้ายังหลุดไปอีก ผิดกฎหมายไม่รู้กี่มาตรา งานเดียวกันเลยสองคนนี้ ช่วงที่ไม่บอกเท่ากัน แสดงว่าไปทำอะไรที่ไม่อยากบอก ต้องไปสืบสวนให้ได้ 

เมื่อถามว่าผิดหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เราขอความร่วมมือ อย่าให้มีการจัดเลี้ยง รวมกลุ่มผู้คนจำนวนมาก อย่าให้มีการสังสรรค์ดื่มสุรา ตนคิดว่าไปงานวันเกิด คงไม่ได้ดื่มน้ำหวาน มันต้องมีการละเมิด ส่วนร้านอาหารในโรงแรม ชัดเจนว่าห้ามเปิดหลังสามทุ่ม ห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ ถ้าผิด ผิดตรงนี้ คนร่วมงานโดนหมด เจ้าของกิจการก็ต้องโดน

เมื่อถามย้ำว่า โรงแรมโดน เจ้าของงานโดน คนอยู่ในงานโดนทั้งหมดใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เพราะกฎหมายระบุว่าห้ามขายเหล้า แต่คุณขาย ก็ไม่ต้องแปลอะไร ความผิดมีทั้งจำทั้งปรับ ปัญหาโควิดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งหมดเกิดจากคนไม่เคารพกฎหมายทั้งสิ้น ที่พวกเราทุกคนต้องเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ สังคมไทยก็ต้องช่วยกันประณามหน่อย เพราะบางทีการถูกประณามมันเจ็บปวด น่าอายกว่าการไปเสียค่าปรับ การมักง่าย ละเลย ทำให้เกิดความเดือดร้อนมากมายมหาศาลทุกวันนี้ก็เพราะเป็นแบบนี้ ต้องดำเนินคดี.