• "เราชนะ" มาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยเหลือประชาชน จากพิษโควิดฯ ระลอกใหม่
  • เปิด 7 เงื่อนไข ผู้มีสิทธิ์รับเงินจากโครงการ "เราชนะ"
  • ฟังเหตุผล ทำไมโครงการ "เราชนะ" ไม่จ่ายเงินสด แย้มอาจเปิดคนละครึ่ง เฟส 3

หลังจาก ครม.มีมติไฟเขียวโครงการ "เราชนะ" เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพจากพิษ "โควิดฯ" ระลอกใหม่ โดยจะมีการสนับสนุนวงเงินช่วยเหลือประชาชน จำนวน 31.1 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 3,500 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.64) วงเงินรวม 210,200 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มจ่ายให้ผู้ได้รับสิทธิ์ภายในต้นเดือน ก.พ.นี้ 

โดยวงเงินช่วยเหลือดังกล่าว รัฐบาลหวังให้ประชาชนนำไป "ใช้จ่าย" ซื้อสินค้าสาธารณูปโภคที่จำเป็น และใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ซึ่งจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน ซึ่งการพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์นั้น จะพิจารณาจากความสามารถด้านรายได้ การมีระบบคุ้มครองทางสังคม และความช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่ได้รับไปแล้วเป็นสำคัญ ซึ่งความช่วยเหลือจะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หาบเร่ แผงลอย รับจ้าง เกษตรกร เป็นต้น

ส่องเงื่อนไข "ผู้มีสิทธิ์" รับเงิน

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ

2. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ทั้งที่มีคุณสมบัติครบและไม่ครบ ตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จากสำนักงานประกันสังคม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ

3. ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใด ในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทน จากหน่วยงานของรัฐโดยตรง ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐให้หมายความถึงหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

4. ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ

5. ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ

6. ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด

7. ไม่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด

ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ "เราชนะ"

1. กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 14 ล้านคน ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน สามารถรับเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ทันที แต่จะไม่ได้รับเป็นรายเดือน แต่ได้รับเป็นรายสัปดาห์ต่อเนื่องกันจนครบ 8 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะครบ 7,000 บาท รวมกับเงินที่ได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมประมาณ 700-800 บาท/เดือน โดยจะสามารถได้รับเงินในวันที่ 5 ก.พ. 64

2. ประชาชนที่เคยลงทะเบียนโครงการ "คนละครึ่ง" และติดตั้งแอปฯ "เป๋าตัง" ก็สามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยรัฐบาลจะใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการตรวจสอบคัดกรอง ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการเยียวยา หากผ่านการอนุมัติจะได้รับเงินผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยจะจ่ายเป็นรายสัปดาห์จนครบ 8 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะครบวงเงิน 7,000 บาท รับเงินวันที่ 18 ก.พ. 64

3. กรณีผู้ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูล กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์เราชนะ หากผ่านการตรวจสอบและคัดกรองตามคุณสมบัติข้างต้น จากฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง

...

ฟังเหตุผลทำไม "เราชนะ" ไม่จ่ายเงินสด?

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวทำความเข้าใจว่า โครงการเราชนะเป็นผลต่อเนื่องมาจากระบาดโควิดฯระลอกใหม่ ประชาชนได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน โดยโครงการเราชนะมีลักษณะคล้ายกับโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" ที่เคยเติมเงินช่วยเหลือประชาชนในการระบาดระลอกแรก และในการระบาดระลอกใหม่พบว่า มีผู้ติดเชื้อมากกว่าระลอกแรก ทำให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแก่ประชาชน 

"ส่วนสาเหตุว่าทำไมไม่ให้เงินในโครงการเราชนะเป็นเงินสดนั้น เพราะดูจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมากกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม ทำให้ใช้เวลารอต่อแถวนาน และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ รวมทั้งเมื่อคนใช้ตู้เอทีเอ็มพร้อมกันเยอะๆ อาจทำให้ระบบของตู้มีปัญหา อีกทั้งเพื่อให้เงินเข้าสู่กระเป๋าได้ทันทีโดยไม่ต้องกดเงิน รองรับสังคมไร้เงินสด จึงตัดสินใจเติมเงินเข้าระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง" นายอาคม กล่าว 

นายอาคม กล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายในโครงการเราชนะ ครอบคลุมอาชีพอิสระ รวมทั้ง ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย สามารถเข้าร่วมในฐานะประชาชนและในฐานะร้านค้าได้ ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ โครงการเราชนะได้เพิ่มบริการขนส่งสาธารณะ เพราะจากการสำรวจปีนี้ประชาชนให้ความเห็นว่า ได้รับความเดือดร้อนด้านค่าเดินทาง รัฐบาลจึงเพิ่มเติมส่วนนี้ อาทิ รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถโดยสารสองแถว ที่ผู้ให้บริการต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่าน www.เราชนะ.com และรับเงินผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" 

...

แย้มผุด "คนละครึ่ง" เฟส 3 

ส่วนกรณีมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง" จำนวนมาก และเสนอให้รัฐบาลขยายต่อโครงการระยะที่ 3 (เฟส 3) นั้น นายอาคม กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา เรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดฯ ระลอกใหม่ และเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศว่า มีความคึกคักมากขึ้นหรือไม่ โดยก่อนมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่นั้น ตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ พอมาถึงช่วงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทำให้เศรษฐกิจลดลงอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการขยายโครงการคนละครึ่งเฟสที่ 2 

"ถ้าไตรมาส 2/2564 การใช้จ่ายยังไม่ดีเท่าที่เราอยากจะเห็น กระทรวงการคลังอาจจะพิจารณาขยายโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เพราะการใช้จ่ายของประชาชนคิดเป็น 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ถ้าสามารถกระตุ้นให้ประชาชนมีรายได้-มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นได้" นายอาคม กล่าว 

เรียบเรียงโดย : หงเหมิน

กราฟิก : Theerapong.c

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

...