มาดสุขุม นุ่มลึก และเด็ดขาด บุคลิกส่วนตัวของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แต่สังคมนอกรั้วกลับมองเขา “หลบฉาก” หน่อมแน้มไม่กล้าสู้ปัญหา กลายเป็นที่มาของกระแสกดดันให้เปลี่ยนตัว “ผู้นำตำรวจ”

นำเสนอ “นายพลหลายคน” เข้าประกวด อวดผลงานแทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่นั่งบัลลังก์ “แม่ทัพ” ได้แค่ 3 เดือนเศษ

ยกเอาสถานการณ์ร้อนแรงของบ้านเมืองไปเป็น “ตัวแปร” เขย่าประสาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ไล่บี้เก้าอี้ “พิทักษ์ 1” ด้วยปัจจัยต่างๆนานา ตั้งแต่การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อบานปลายเป็นดาวกระจาย

ตามด้วยการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีต้นตอสำคัญมาจาก “บ่อนการพนัน” ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก

แม้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข จะสะบัดปากกาเชือด พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผบช.ภ.2 ตลอดจน พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.ภ.จ.ระยอง พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จ.จันทบุรี พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จ.ตราด พล.ต.ต.ประกาศ พงษ์พานิช ผบก.สส.ภ.2

กลับถูกมองเป็นแค่เกม “เสียเบี้ย” เพื่อแลก “ขุน”

ต้องยอมรับต้นทุนของตำรวจต่ำ ทำอะไรมากน้อยแค่ไหน ย่อมไม่สะใจผู้ชมส่วนใหญ่

“ศึกนอก” และ “ศึกใน” กำลังเผชิญใส่ “แม่ทัพปทุมวัน” ที่พยายาม “ฝังชิป” เปลี่ยนแนวคิดผู้ใต้บังคับบัญชาใหม่

...

ยิ่งมีกระแสข่าว “มารดำ” จะกลับมา เพราะวาจา “หวานหยดย้อย” คอยจ้อง “เจาะยาง” ตัดขาเก้าอี้อำนาจเก่า คืนสู่เหย้า “ล้มกระดาน” ล้างสำรับไพ่ใหม่

เป็นการเดิมพันเก้าอี้ที่น่ากลัวในยุทธจักรโล่เงิน.

สหบาท