ยอดติดเชื้อโควิด-19 ไทย ยังพุ่งไม่หยุด ล่าสุดสมุทรสาครที่เดียวพบติดเชื้อ 320 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ขณะที่ ศบค.แถลงยอดรายวัน 374 คน ยอมรับยอดติดเชื้อรายวันยากเป็นศูนย์ ขอเพียงต้องคุมไม่ให้มากเกินกว่าจะรับมือไหว แต่ที่น่าห่วงพบติดเชื้อในกลุ่มเครือญาติโผล่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนายกฯโพสต์เฟซบุ๊ก ไม่ยอมเป็นประเทศทดลองวัคซีน ยันไม่รีบร้อนให้คนไทยฉีดวัคซีนที่ยังทดสอบไม่ครบถ้วน ขณะเดียวกันรัฐบาลวอนเลี่ยงชุมนุม-คุมเข้มห้ามจัดงานวัดงานบุญ หวั่นทำเชื้อไวรัสลุกลาม ด้านสถานการณ์โลก จีนกลับมาป่วน หลังพบเชื้อปนเปื้อนในไอศกรีม ส่วนผู้สูงวัยนอร์เวย์ ยังมีตายเพิ่มหลังฉีดวัคซีนเจ้าดัง

หลังยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในไทยเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นมาหลายวัน แต่ล่าสุดกลับมาพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากอีกแล้ว ท่ามกลางกระแสเริ่มไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19 บางชนิดที่มีการฉีดให้พลเมืองในหลายประเทศ ซึ่งมีทั้งได้ผลแค่ครึ่งเดียว และพบผลกระทบข้างเคียงถึงขั้นเสียชีวิต

ยอดผู้ติดเชื้อกลับมาพุ่งอีก

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ม.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โฆษก ศบค.) แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 374 คน แยกเป็นติดเชื้อในประเทศ 43 คน ซึ่งแบ่งเป็นรายจังหวัด ได้แก่ กทม. 10 คน ขอนแก่น 2 คน ตาก 1 คน นนทบุรี 2 คน พระนครศรีอยุธยา 1 คน สมุทรสาคร 24 คน สุพรรณบุรี 1 คน และอ่างทอง 2 คน เป็นการคัดกรองเชิงรุก 321 คน ซึ่งแบ่งเป็นรายจังหวัด ได้แก่ ชลบุรี 1 คน ตรัง 2 คน ปราจีนบุรี 1 คน พัทลุง 3 คน ระยอง 2 คน สมุทรปราการ 1 คน และสมุทรสาคร 311 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ อยู่ในสถานกักกันของรัฐ 10 คน มาจากสหรัฐอเมริกาและอินเดีย ประเทศละ 2 คน เยอรมนี เดนมาร์ก กาตาร์ ประเทศละ 1 คน และมาเลเซีย 3 คน ทำให้ขณะนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 12,054 คน รักษาหายป่วยเพิ่ม 109 คน ทำให้มียอดสะสม 9,015 คน รักษาอยู่ 2,969 คน ผู้เสียชีวิตเท่าเดิมคือ 70 คน

...

กทม.ตื่นตระหนกไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ 61 จังหวัด ล่าสุดคือ จ.พัทลุง มีผู้ติดเชื้อใหม่ 3 คน มาจากการค้นหาเชิงรุกในโรงงาน เป็นชาวลาวในร้านคาราโอเกะ อยู่ระหว่างการรักษากรณีนี้แสดงให้เห็นว่ามีอยู่ทุกที่ ขณะที่ กทม.มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 คน ในจำนวนนี้มีเด็ก 1 ขวบ และเริ่มเข้าไปอยู่ในครอบครัว ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก หารือกับ กทม.ในกรณีที่มีการแจ้งไทม์ไลน์ของผู้ป่วย ด้านหนึ่งทำให้เกิดความตื่นตัว แต่อีกด้านหนึ่งเมื่อทราบว่าบางรายเดินทางเยอะ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก กทม.ต้องร่วมกับกรมควบคุมโรคฉายภาพการติดเชื้อที่กระจายในหลายเขต มีมาตรการติดตามกำกับอย่างไร ส่วนสถานบันเทิงที่ยังเปิดเกินเวลา ขอให้ภาครัฐเข้มแข็ง เอกชนเข้มงวด ประชาชนต้องเคร่งครัด ขณะนี้มีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเลย มี 16 จังหวัด

ยอมรับทำตัวเลขเป็นศูนย์ยาก

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์เพื่อนบ้าน มาเลเซียและเมียนมาที่มีผู้ติดเชื้อสะสมหลักแสน และมีการประกาศล็อกดาวน์ ของไทยเพียงแค่หลักหมื่น ห่างกับเขาสิบเท่าตัว จะดีหรือไม่ดี อนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพวกเรา ส่วนจีนที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แต่ป่วยในหลักหมื่นกว่าราย เขาทำได้ขนาดนี้ต้องใช้มาตรการมากมาย เราต้องเรียนรู้จากเขา แต่ไม่ได้ทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ ต้องดูที่ทรัพยากรของเราว่า ยังรับได้ เพราะว่าเรายังคงมีการทำกิจกรรมเหมือนเดิม ต่อไปต้องมีตัวเลขอยู่บ้าง เหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก วัณโรค ที่ไม่ต้องมารายงานทุกวัน แต่มีความรุนแรงของโรคถึงขั้นเสียชีวิตเหมือนกัน แต่ต้องคุมไม่ให้มีมากเกินไปกว่าทรัพยากรที่เรามีอยู่ ดังนั้น ความกังวลใจ ความตื่นตระหนกต้องจัดสมดุลให้ดี

วอนหยุดนำแรงงานเถื่อนเข้า ปท.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนตัวเลขแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติหลักคือ เมียนมา กัมพูชา ลาว ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย มีประมาณ 2.5 ล้านคน และไม่ถูกกฎหมาย 5 แสนคน มติ ครม.จึงผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.63 ให้ไปขึ้นทะเบียนออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-13 ก.พ.64 ขอแจ้งผู้เป็นเจ้าของแรงงานนำแรงงานเหล่านี้เข้าสู่ระบบโดยด่วน จะอนุญาตให้อยู่ต่อ ไม่ต้องหลบหนี แต่ขอร้องไม่ต้องเอาเข้ามาเพิ่ม กลไกกระบวนการค้ามนุษย์อย่าทำเด็ดขาด ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งโรค ท่านได้ประโยชน์หัวละหลักพันหลักหมื่น แต่ประเทศเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน กระทบคนอีกหกสิบกว่าล้านคน

ไม่เร่งใช้ ปท.เป็นหนูทดลอง

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ถึงเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ช่วงนี้ มีข่าวผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 บางตัวเกิดขึ้นในบางประเทศ คงต้องรอฟังผลสรุปการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญถึงสาเหตุที่แท้จริงว่า เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น โรคประจำตัวบางอย่าง สภาพร่างกาย อายุ รวมทั้งอัตราผลข้างเคียงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่ นอกจากนั้นบางประเทศที่ต้องการเริ่มฉีดวัคซีนเร็ว อาจยังทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ครบถ้วน สำหรับคนไทย ตนตัดสินใจไม่รับความเสี่ยงแบบนั้น ไม่รีบร้อนฉีดวัคซีนที่ยังทดสอบไม่ครบถ้วน ไม่ยอมเป็นประเทศทดลอง ดังนั้นเพื่อความรอบคอบจึงมีนโยบายสำคัญคือ ต้องมั่นใจว่าวัคซีนปลอดภัย จึงนำมาใช้กับคนไทย การตัดสินใจของตนและการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของประเทศแบบครบวงจร จะมีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติคอยให้คำปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด ความสำเร็จในการยับยั้งการระบาดของโควิด-19 ปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้ที่มีแนวโน้มในทางดีขึ้น เกิดจากความร่วมมือปฏิบัติมาตรการต่างๆ สิ่งที่ทุกคนทำได้ทันทีคือ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือเสมอ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน หากต้องการให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ ต้องสแกน QR Code “ไทยชนะ” และใช้แอป “หมอชนะ” ทุกคนจะดีมาก

...

วอนเลี่ยงชุมนุมสกัดโควิดลาม

ต่อมา นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความจำเป็นในการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อควบคุมโรคระบาด รัฐบาลจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมืองในเวลานี้ รัฐบาลขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้ความร่วมมือกันป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อย่างดียิ่ง และกำลังเร่งพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ รวมถึงการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขั้นต่อไป ไม่อยากเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากเหตุการรวมตัวชุมนุมทางการเมือง ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

คุมเข้มห้ามจัดงานวัด-งานบุญ

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วย รมต.ประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันควบคุม การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ของพระสงฆ์ว่า นาย อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ห่วงใยการปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุ-สามเณร หลังปรากฏข่าวพระสงฆ์ติดเชื้อโควิด-19 โดยต้องปรับวิถีปฏิบัติศาสนกิจในลักษณะ New Normal ปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) อาทิ งดรับกิจ นิมนต์ในจังหวัดที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 งดจัดกิจกรรมงานบรรพชาสามเณร และงานอุปสมบทปี 2564 รวมทั้งงดกิจกรรมทางพระศาสนาที่มีประชาชนร่วมงานจำนวนมาก เช่น การจัดงานวัด งานบุญประจำปี และงานบุญประเพณีต่างๆ ส่วนการออกบิณฑบาตหรือกิจกรรมภายในวัด การทำวัตรเช้า-เย็น การรับถวายภัตตาหารสิ่งของยังทำได้ตามปกติ แต่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และงดให้ศีลให้พร ขณะที่งานศพให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุข แต่หากเป็นศพผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ให้เปิดศพ และให้สวดอภิธรรมจากรูปถ่ายแทน

...

ผวจ.สมุทรสาคร การรับรู้ยังดี

ขณะที่ความคืบหน้าอาการป่วยของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า ในรอบ 24 ชม.ไข้ลดลง แสดงว่าภาวะการติดเชื้อคุมได้ แต่ยังให้ยาปฏิชีวะนะอยู่ สภาพอาการทั่วไปดี การให้อาหารทางสายยางให้ได้เต็มที่ ทั้งนี้ยังคงใส่เครื่องช่วยหายใจแต่เป็นลักษณะค่อยๆผ่อนเพื่อให้ผู้ว่าฯควบคุมการหายใจเอง อีกทั้งเครื่องช่วยหายใจช่วยในการดูดเสมหะ สิ่งสำคัญก่อนที่จะถอดเครื่องช่วยหายใจจะต้องให้แน่ใจว่าหากคนไข้ไอและมีเสมหะสามารถมีแรงที่จะขับออกได้เอง ไม่เกิดการค้างที่จะส่งผลต่อการติดเชื้อ ทีมแพทย์ได้มีการสื่อสาร กับผู้ว่าฯเป็นระยะ โดยรายงานให้ทราบถึงสถานการณ์ที่ จ.สมุทรสาครว่า สามารถควบคุมได้ดี มีหน่วยงานต่างๆเข้าไปช่วยดูแล เพื่อให้ผู้ว่าฯคลายกังวล ซึ่งผู้ว่าฯอยากจะสื่อ สารกลับด้วยการเขียน แต่เนื่องจากยังมีสายเครื่องทางการแพทย์อยู่ตามร่างกาย จึงใช้วิธีผงกศีรษะเพื่อรับรู้แทนเป็นการทดสอบไปในตัวถึงภาวะสมองไม่ได้กระทบกระเทือน สื่อสารได้ ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้ แต่ ต้องประเมินวันต่อวัน ไม่เร่งรีบ หากผู้ว่าฯอาการดีขึ้นออกจากไอซียู ส่วนตัวอยากให้อยู่ รพ.ศิริราชต่อ เพื่อ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เนื่องจาก รพ.มีทีมกายภาพบำบัด โดย ปกติคนไข้ที่นอนนานกล้ามเนื้อจะฝ่อ อ่อนแรง ต้องใช้เวลา ฟื้นตัวแต่ก็สามารถทำงานได้ด้วยการ สื่อสารทางไกล

...

เปิดศูนย์ห่วงใยคนสาครเพิ่ม

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์ห่วงใยคนสาครเพิ่มเติมใน จ.สมุทรสาคร โดยที่ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลตำบลนาดี อ.เมือง มีการปิดกั้นด้วยรั้วเหล็กไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายใน จากการสอบถามพันจ่าเอก อัษฎางค์ วิเศษวงศ์ษา ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลนาดี บอกว่าขณะนี้ทางศูนย์ได้เปิดรับผู้ติดเชื้อเข้ามาภายในศูนย์แล้วประมาณ 50 คน ภายใต้การดูแลของแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และทีมแพทย์จากจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าพักนั้น เป็นแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการต่างๆ ที่สำนักงานสาธารณสุข ได้คัดกรองส่งตัวมา ซึ่งทางศูนย์ห่วงใยคนสาคร 4 สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 350 คน ส่วนของศูนย์ห่วงใยที่เหลือคือ ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 5 ลานปฏิบัติธรรมวัดสุทธิวาตวราราม (ช่องลม) ความพร้อมร้อยละ 60 คาดเปิดใช้ได้ในราวๆปลายสัปดาห์หน้า ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 7 อาคารอเนกประสงค์ อบต.ท่าทราย ความพร้อมร้อยละ 80 คาดว่า จะเปิดใช้งานในวันที่ 18-20 ม.ค.นี้ ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 8 ส่วนเพิ่มเติม วัฒนาแฟคตอรี่ (2) ความ พร้อมร้อยละ 40 คาดว่าจะเปิดใช้งานในวันที่ 30 ม.ค. และศูนย์ห่วงใยคนสาคร 9 บริษัท วิท วอเตอร์ ซิสเต็ม ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท เดอะ มันนี่ จำกัด อยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการ

ส่งทีมเสริม รพ.สนามสมุทรสาคร

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน หลายจังหวัดเริ่มทยอยส่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ ไปช่วยรักษาและคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ที่รพ.สนาม ใน จ.สมุทรสาคร อาทิ รพ.แพร่ ส่งบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 8 คน พร้อมรถสนาม ประจำการจำนวน 1 คัน รพ.ร้อยเอ็ด ส่ง 7 บุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วยแพทย์ 1 คน พยาบาล 4 คน เภสัชกร 1 คน และ จพง.สาธารณสุข 1 คน ฯลฯ

กัลบกโล่ง จว.ให้เปิดร้านได้

หลังจากนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 157/2564 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 42) เรื่องการปิดสถานที่ต่างๆอาทิสถานศึกษาทุกประเภทของรัฐและเอกชน สนามกีฬา ศูนย์พระเครื่อง ฯลฯ แต่ได้มีการผ่อนปรนคลายล็อกให้กับร้านทำผมสามารถเปิดได้ทั้งจังหวัด ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. แต่ต้องมีมาตรการควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้ และมาตรการป้องกัน โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.-วันที่ 1 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านสุนันท์บาร์เบอร์ ต.มหาชัย อ.เมือง สมุทรสาคร ซึ่งเป็นร้านตัดผมชาย และพบกับนายสุนันท์ พาภูมี อายุ 44 ปี เจ้าของร้านตัดผม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการสั่งปิดร้าน ตนมีรายได้เป็นศูนย์ไปเลย แต่พอมีคำสั่งให้เปิดได้นั้น มองว่าดี ถึงคนจะน้อย แต่มีรายได้วันละ 4-5 หัวก็ยังดี กว่าไม่มีรายได้ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไป โดยตนให้ลูกค้ารอหน้าร้าน ใครจะเข้ามาตัดผมต้องสวมแมสก์ ตรวจวัดไข้ ล้างเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้ามาภายในร้านตามมาตรการที่ทางจังหวัดกำหนด

รวบ 12 เขมรซุกตลาดโรงเกลือ

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 17 ม.ค. ร.ต.ธิติวุฒ ยีนุช ผบ.ร้อย ทพ.1201 พร้อมด้วย จนท.ทหารชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.ชนณพัฒน์ ศิริเลิศ ผกก.สภ.คลองลึก และ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว สนธิกำลังลาดตระเวนและตรวจสอบการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานชาวกัมพูชา ในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สามารถจับกุมชาวกัมพูชา 12 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 5 คน ที่บริเวณห้องแถวให้เช่าไม่มีเลขที่ ล็อกบี 8 ท้ายตลาดเดชไทย ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ พื้นที่บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเดินทางและเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทย จากนั้นทหารเสนารักษ์ ของร้อย ทพ.1201 เข้าตรวจคัดกรองวัดไข้ ไม่พบความผิดปกติ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 จุดตรวจ อ.20 ด่านพรมแดนคลองลึก เบื้องต้นชาวกัมพูชาทั้ง 12 คน รับสารภาพว่าลักลอบเข้าประเทศไทย ตามช่องทางธรรมชาติโดยไม่ได้ผ่านการตรวจคัดกรองโรค แล้วลักลอบเข้ามารับจ้างทำงานซ่อมรองเท้ามือสองที่บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จนท.จึงทำประวัติ ก่อนประสาน จนท.ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา ผลักดันกลับประเทศ ที่ช่องทางอนุโลมชายแดน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ต่อไป

สมุทรสาครโผล่พรวดอีก 320 คน

ต่อมาช่วงเย็น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครยืนยัน ณ เวลา 17.00 น. พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่อีก 320 คน จำแนกเป็นจากการค้นหาเชิงรุก 269 คน เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ที่เหลือเป็นผู้ป่วยจากการตรวจในโรงพยาบาล 51 คน จำแนกเป็นคนไทย 8 คน และต่างด้าว 43 คน ทำให้ทั้งจังหวัดมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,679 คน ขณะที่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีคนไทยที่อยู่ในระหว่างการรักษาอีก 147 คน ต่างด้าว 189 คน และเฝ้าสังเกตอาการอีก 1,283 คน ในส่วนที่รักษาหายแล้วกลับบ้านได้เป็นคนไทยรวม 667 คน และต่างด้าว 178 คน ส่วนของผู้เสียชีวิตยังคงที่ 1 คน

พบ ด.ช.ปราจีนฯติดเชื้อจากแม่

ขณะเดียวกันหลายจังหวัดทยอยรายงานยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มเติมอีก โดยที่ จ.ปราจีนบุรีพบผู้ป่วยรายที่ 9 ของจังหวัดจากการระบาดระลอกใหม่ เป็นเด็กชาย อายุ 13 ปี ที่มารดาเดินทางจาก จ.สมุทรสาครมาหาที่บ้านพักใน ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา และพักอยู่ด้วยกันก่อนเดินทางกลับ จ.สมุทรสาครในวันที่ 7 ม.ค. ต่อมาวันที่ 15 ม.ค. ทราบข่าวมารดาติดเชื้อโควิด-19 จึงไปตรวจหาเชื้อพร้อมกับน้าและป้าที่ รพ.กบินทร์บุรี กระทั่งวันที่ 16 ม.ค. ทราบผลตรวจว่าติดเชื้อ ขณะนี้เข้ารักษาตัวที่ รพ.กบินทร์บุรี เรียบร้อยแล้ว จ.ระยองพบติดเชื้อเพิ่ม 2 คน ทำให้มียอดรวมผู้ติดเชื้อยู่ที่ 564 คน โดยภาพรวมถือว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ส่วน จ.นนทบุรียืนยันติดเชื้อใหม่อีก 2 คน เป็นชายไทย วัย 49 ปี อยู่ อ.ปากเกร็ด และหญิงไทย วัย 24 ปี อยู่ อ.บางใหญ่

เชื้อลามถึงต่างด้าวภาคใต้

จากนั้นที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ขณะนี้เราเริ่มมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ภาคใต้ โดยวันที่ 17 ม.ค. มีรายงานการพบที่ จ.ตรัง 2 คน โดยคนแรกเป็นชายอายุ 33 ปี ประสบอุบัติเหตุจึงนำส่งโรงพยาบาล แต่เนื่องจากแรงงานเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องตรวจโควิด-19 อยู่แล้ว จึงมีการตรวจหาเชื้อและพบว่าติดเชื้อ จึงนำเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จากนั้นมีการตรวจเชิงรุกในโรงงาน พบเพื่อนแรงงานเป็นแรงงานต่างด้าวติดเชื้ออีก 1 คนเป็นชาย อายุ 33 ปี และขณะนี้มีการติดตามกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยคนที่ 1 มี 15 คน เป็นแรงงานต่างด้าว 9 คน คนไทย 2 คน และฝ่ายจัดการ 4 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยคนที่ 2 มี 10 คน เป็นผู้สัมผัสกลุ่มเดียวกับผู้ป่วยคนที่ 1 จำนวน 9 คน ส่วนอีกคนคือภรรยาของผู้ป่วยรายที่ 2 ทั้งนี้ จากการประเมินการแพร่ระบาด ผู้ป่วยทั้ง 2 คน ไม่มีโอกาสแพร่เชื้อ เพราะรับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว

ติดเชื้อในกลุ่มญาติมากขึ้น

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีรายงานการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในครอบครัว ผู้ป่วยมีทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุ โดยที่ จ.สุราษฎร์ธานีพบกลุ่มก้อนจำนวน 11 คน โดยมีการพบปะกันของกลุ่มญาติผู้ป่วยมีตั้งแต่อายุ 1 ขวบถึง 75 ปี ซึ่งผู้ติดเชื้อที่มีอายุมาก มีโอกาสที่จะเสี่ยงมาก ขณะที่พบอีกกลุ่มก้อนในครอบครัวในเขตทวีวัฒนา กทม.จำนวน 11 คน กลุ่มนี้มีผู้ป่วยสูงอายุหลายคน คือ อายุ 68, 69, 71, 73 และ 91 ปี อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการยกระดับการค้นหาเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด ทั้งนี้การพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในครอบครัว เป็นที่สังเกตว่าเริ่มจากกลุ่มวัยหนุ่มสาวติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ทำให้แพร่เชื้อต่อในครอบครัว ซึ่งกลุ่มที่เสี่ยงมากคือผู้สูงอายุในครอบครัว จึงจำเป็นต้องมีการเร่งค้นหา กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่องด้วย หากเรากักตัวได้เร็วจะช่วยลดการติดเชื้อในผู้สูงอายุได้ ส่วนการใช้แอปพลิเคชันหมอชนะเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ระบบส่งข้อความไปแจ้งเตือนกว่า 3,000 เลขหมายโทรศัพท์ เพื่อให้เจ้าของเลขหมายเฝ้าสังเกตอาการตนเอง 14 วัน หากมีอาการไอ เป็นไข้ ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่น ให้รีบพบแพทย์ โดยแสดงข้อความแจ้งเตือนจากแอปฯดังกล่าวให้แพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัย จะได้รับการตรวจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ไม่ได้ซื้อวัคซีนที่นอร์เวย์ใช้

ส่วนกรณีมีข่าวประเทศนอร์เวย์พบผู้เสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 23 คน นพ.โสภณกล่าวว่า ประเทศนอร์เวย์มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้ว 3 หมื่นคน เป็นวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และโมเดอร์นา ซึ่งใช้เทคนิค mRNA เป็นคนละเทคนิคกับวัคซีนที่ไทยสั่งซื้อจากบริษัทแอสตราเซเนกา ส่วนวัคซีนจากจีน ใช้วัคซีนที่เป็นเชื้อตายจึงวางใจได้เพราะเราไม่ได้ใช้สองตัวนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการฉีดวัคซีนของต่างประเทศจะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมการฉีดวัคซีนของประเทศไทยในอนาคต และจากรายงานข้อมูลของประเทศนอร์เวย์ยังไม่มีข้อสรุปว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 23 รายนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ ต้องติดตามผลการสอบสวนการเสียชีวิตโดยละเอียดต่อไป

แจงที่มาแถลงการณ์ทีมอาสาทำแอป

วันเดียวกัน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ชี้แจงกรณีทีมงานอาสาหมอชนะ Mor Chana Volunteer Team ออกแถลงการณ์การส่งต่อแอปพลิเคชันหมอชนะ จากกลุ่มอาสาสมัครไปสู่การกำกับดูแลจากทางรัฐบาลอย่างเต็มตัว โดยส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ ระบุว่าการดำเนินการการส่งต่อให้รัฐบาลครั้งนี้ คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ดังนั้น ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนอย่างเช่น เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบทิ้งออกจากฐานข้อมูล รวมถึงปิดฟีเจอร์ยืนยันตัวตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลว่า ปัจจุบันกลุ่มนักพัฒนาแอป “หมอชนะ” ได้แก่ กลุ่ม Code For Public และกลุ่มทีมงานอาสาหมอชนะ Mor Chana Volunteer Team ได้ส่งต่อ “หมอชนะ” มาสู่การกำกับ ดูแลจากทางรัฐบาลอย่างเต็มตัวแล้ว โดย ศบค.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้ให้ผู้พัฒนาปรับปรุงโดยยกเลิกการขอข้อมูลส่วนบุคคลในการลงทะเบียน เช่น ชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ออก ไม่ให้มีการได้มาหรือเก็บข้อมูลนั้นไว้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ นอกจากนั้นยังตัดฟังก์ชันการทำงานของแอปหมอชนะออกหลายจุด เพื่อให้ใช้งานง่าย ไม่ลิดรอนสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน โดยมีการใช้งานเพียงการตรวจสอบหาบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับผู้ติดเชื้อเพื่อแจ้งเตือนเท่านั้น จึงขอให้กลุ่มอาสาสมัครผู้พัฒนาแอปหมอชนะออกคำชี้แจงเพื่อให้ทุกคนทราบว่าได้มอบแอปนี้ให้รัฐบาลนำไปใช้งานแล้ว ไม่ได้อยู่ในความดูแลของกลุ่ม โดยทางกลุ่มยังให้การสนับสนุนการใช้งานของรัฐบาลต่อไป

วันเดียวติดเชื้อกว่า 6 แสนคน

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังน่าเป็นห่วง เพราะยังพบผู้ติดเชื้อรายวันกว่าครึ่งล้านคนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 636,000 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมใกล้ทะลุ 95 ล้านคน เสียชีวิตเพิ่มอีกเกือบ 13,000 คน รวมแล้วกว่า 2 ล้านคน ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในโซนยุโรป ยังหนักหน่วง ทำให้ฝรั่งเศสประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น.อย่างน้อย 15 วัน หลังมีผู้เสียชีวิตรวม 70,142 คน แล้ว มากเป็นอันดับ 3 ของยุโรป โดยมีอังกฤษและอิตาลี รั้งอันดับ 1 และ 2 ด้วยยอดเสียชีวิต 88,590 คน และ 81,800 คนตามลำดับ ขณะที่มีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 413,046 คน ส่วนที่ออสเตรีย ประชาชนราว 10,000 คน รวมตัวกันเดินขบวนในกรุงเวียนนา เพื่อประท้วงการใส่หน้ากากกับการเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะที่เซอร์เบีย เป็นประเทศกลุ่มแรกในยุโรปที่ได้รับวัคซีน “ซิโนแวค” ของซิโนฟาร์ม จากจีนจำนวน 1 ล้านโดส ซึ่งหากได้รับการรับรองก็จะเริ่มฉีดในวันที่ 18 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

จีนเจอเชื้อโควิด–19 ในไอศกรีม

ที่จีนพบเชื้อโควิด-19 ปนเปื้อนในไอศกรีมของบริษัท ต้าเฉียวเต่า ฟู้ด จำกัด ในเมืองเทียนจิน พื้นที่ติดกับกรุงปักกิ่ง ฝั่งตะวันออกของประเทศ ทางการจึงให้พนักงานของบริษัท เข้ารับการตรวจหาเชื้อ แต่ยังไม่พบว่าใครติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ไอศกรีมส่วนใหญ่ 29,000 กล่อง ยังไม่ได้จำหน่ายออกไป มีเพียง 390 กล่องที่ต้องไล่ติดตามและแจ้งให้เจ้าหน้าที่กระจายข่าวพื้นที่ที่ขายไอศกรีมที่มีส่วนผสมนมจากนิวซีแลนด์กับเวย์โปรตีนจากยูเครน

ผู้สูงวัยนอร์เวย์ตายเพิ่ม

วันเดียวกัน สำนักงานเวชภัณฑ์ของรัฐบาลนอร์เวย์ แสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาร่วมกับบริษัทไบออนเทค ประเทศเยอรมนี หลังพบผู้สูงอายุระหว่างวัย 75-80 ปี เสียชีวิตเพิ่มเป็น 29 คน ภายหลังได้รับการฉีดวัคซีน โดยระบุว่าจากการที่ประเทศนอร์เวย์นำเข้าวัคซีนของไฟเซอร์เพียงเจ้าเดียว ทำให้สรุปเบื้องต้นได้ว่าการเสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนในทางใดทางหนึ่ง และผู้ที่เสียชีวิตเป็นคนชราที่มีอาการป่วยรุนแรงแต่เดิม นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับวัคซีนโดสแรกไปแล้วประมาณ 25,000 คนนั้น ส่วนใหญ่มีอาการผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้อาเจียน มีไข้ ปวดบริเวณที่ได้รับการฉีด ไปจนถึงทำให้อาการป่วยแต่เดิมแย่ลง ขณะที่สื่อโกลบอล ไทม์ของรัฐบาลจีน รายงานโจมตีว่า เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ข่าวนี้ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อตะวันตก แต่พอเป็นข่าววัคซีนจีนที่มีอาสาสมัครในบราซิลเสียชีวิต 1 คน หรือประสิทธิภาพของวัคซีนต่ำกว่าที่คาดการณ์ กลับรายงานกันครึกโครม