กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งขยายซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ทั่วประเทศ หวังกระจายสินค้าดีมีคุณภาพ สู่ผู้บริโภคช่วงโควิด-19 ระบาด เน้นข้าวสาร นม ไข่ไก่ อาหารแปรรูป และพืชผักผลไม้ที่สดสะอาด ปลอดภัย ขณะนี้มีแล้ว 94 แห่ง พร้อมรุกขายออนไลน์ คาดปี 64 มีสหกรณ์เข้าร่วมอีก 157 แห่ง


เมื่อวันที่ 8 ม.ค.64 นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของโครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ว่า เป็นนโยบายที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ต้องการสนับสนุนเกษตรกรให้มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตพืชผักที่สดสะอาด ปลอดภัย รวมถึงสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในชุมชน โดยผลักดันให้สหกรณ์การเกษตรหรือสหกรณ์ร้านค้าในแต่ละจังหวัดเข้าร่วมโครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ จัดมุมจำหน่ายสินค้าและผลผลิตที่รับซื้อจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่วางจำหน่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป โดยในปี 2563

ที่ผ่านมา มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ 94 แห่ง ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์อย่างน้อย 1 แห่ง กรมฯได้ประสานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้คำแนะนำด้านการดำเนินธุรกิจ อบรมความรู้การคัดสรรสินค้าและผลผลิต ที่จะนำมาวางจำหน่าย วิธีการจัดวางสินค้า และพัฒนาการให้บริการ และเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้ากับสหกรณ์ผู้จำหน่ายปลายทาง 170 แห่ง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบสหกรณ์เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา กว่า 86 ล้านบาท



"กรมส่งเสริมสหกรณ์พยายามผลักดันให้มีซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์กระจายไปในทุกจังหวัด เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเกษตรของสหกรณ์ที่มีคุณภาพ โดยจะนำสินค้าของเกษตรกร ทั้ง ข้าวสาร นม ไข่ไก่ ผลไม้ อาหารแปรรูป พืชผักปลอดสารพิษ ส่งมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ จะขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าจากซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าและผลผลิตที่มีคุณภาพของสมาชิกสหกรณ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น" รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว



ทั้งนี้ โครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก สนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าเกษตรที่มีความสดสะอาดปลอดภัยได้ในราคาที่ธรรมอย่างทั่วถึง และสอดรับกับนโยบายการตลาดนำการผลิต โดยดำเนินการผ่านเครือข่ายและความร่วมมือกันระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตกับสหกรณ์ปลายทาง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตการเกษตรที่มีคุณภาพในแต่ละภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น และในปี 2564 นี้คาดว่าจะมีร้านค้าสหกรณ์สมัครเข้าร่วมโครงการนี้อีกกว่า 157 แห่ง ซึ่งจะทำให้มีซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ.