ถอดคำพูด “หมอทวีศิลป์” ขอพิจารณาตัวเอง หลังเจอดราม่า “หมอชนะ” ยอมรับบกพร่อง พร้อมแจงทำหน้าที่โฆษก ศบค. ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยใจ อยากทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ต่อไป
กรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากการพูดเรื่องแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ว่าใครไม่โหลดจะมีโทษฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ต้องออกมาชี้แจงภายหลังการแถลงว่าสามารถใช้บันทึกได้ และผู้ไม่โหลดแอปฯ หมอชนะ ก็ไม่มีความผิดนั้น
ล่าสุดวันนี้ (8 ม.ค. 2564) นพ.ทวีศิลป์ ได้กล่าวในช่วงท้ายของการแถลงเรื่องการพิจารณาตนเองดังนี้ ว่า ในฐานะที่มาเป็นโฆษก ในฐานะที่เป็นคนที่สื่อสารกับประชาชนโดยได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ตนเองมีตำแหน่งเดิมและปัจจุบันตำแหน่งที่เป็นทางการที่ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม คือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (เขตสุขภาพที่ 10) มีพื้นที่ที่ต้องรับผิดอยู่ในอีสานใต้ หน้าที่นี้เป็นหน้าที่โดยตรง แต่ตำแหน่งของโฆษก ศบค. เป็นตำแหน่งเพิ่มขึ้น
นพ.ทวีศิลป์ ระบุต่อไปว่า มีคนไปค้นเรื่องของเงินเดือนในกรณีที่ตนพูดพาดพิงเรื่องภาระของประชาชน หรือภาระทางภาษี ซึ่งเป็นการตัดต่อคำต่างๆ ทั้งหลาย และบอกให้ไม่ต้องรับเงินเดือน เอาเงินเดือนนั้นมาให้กับคนอื่น ไปเจาะว่าเงินเดือนเท่าไร เงินประจำตำแหน่งเท่าไร มีไปทำเอกชนอย่างไร มีรับค่าประชุมอะไรบ้าง
“ผมอยู่ตรงนี้ ไม่ได้มีเบี้ยประชุมจากการทำงานที่ ศบค.เลย ทำงานกันทุกวัน ไม่ได้พูดเพื่อที่จะอะไรอย่างไร แต่มีคนอยากจะรู้ ไปค้นแล้วก็ออกไปทางสื่อมวลชน ผมขออนุญาตได้ชี้แจง เราทำงานด้วยใจ ผมมีเงินเดือนของผมเองอยู่แล้ว รัฐดูแลผมในระดับที่พอประมาณก็ดี ถ้ามีเวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ผมก็ไปหารายได้เพิ่มมาจุนเจือครอบครัว แต่ในช่วงโควิด-19 แทบจะไม่ได้ไปออกตรวจข้างนอกเลย แทนที่จะได้ก็กลับไม่ได้เสียด้วยซ้ำ อันนี้ขอกราบนำเรียน ไม่ได้ขอความเห็นใจอะไร แต่เป็นชุดข้อมูลที่จะต้องบอก
สิ่งสำคัญที่อยากจะนำเรียนขึ้นมาว่า เราเองเป็นข้าราชการ ในเมื่อนายสั่ง ผู้บังคับบัญชาสั่ง ผมก็ทำให้ดีที่สุด แต่หน้าที่มีหลากหลายเหลือเกิน บางครั้งไม่สามารถโฟกัสอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่เป็นอันเดียวได้ แล้วผมก็มาจากทางสายการแพทย์ สิ่งที่ต้องมาเรียนรู้หนักที่สุด ทั้งทางด้านกฎหมาย ทางด้านความมั่นคง ทั้งด้านโรคระบาดวิทยา ซึ่งก็ไม่ได้เป็นวิชาชีพของตัวเอง เป็นจิตแพทย์ พยายามทำดีที่สุด มีข้อบกพร่องแน่นอน และผมก็บอกตัวเองว่าต้องเรียนรู้
แต่สิ่งที่กระทบมากที่สุดก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย โยงผมไปกับการเมือง จะบอกว่าผมติดในอำนาจ ในอะไรต่างๆ เรื่องของการเมืองผมขออนุญาตว่า ผมไม่ได้เคยคิดอยากจะไปทางด้านนั้นเลย อยากจะอยู่ในหน้าที่ของราชการและทำให้ดี หน้าที่ของราชการก็ต้องปฏิบัติตามภาคของนโยบาย และผมก็จะทำให้เต็มที่เพื่อประชาชน หน้าที่ของราชการ เป็นข้าราชการ ผมก็เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำงานเพื่อประชาชนแทน คำว่าราชการที่ผมถูกสั่งสอนมา ก็ภูมิใจในความเป็นตัวเอง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ถ้ามีข่าวคราวทั้งหลายแล้วกระทบไปถึงทั้งส่วนตัว ทั้งครอบครัว ก็ขอความเห็นใจ”
โฆษก ศบค. ระบุทิ้งท้ายว่า ทุกคนต้องมีกำลังใจ ตนเองก็พยายามสร้างกำลังใจให้ตัวเองในฐานะที่เป็นจิตแพทย์ แต่ก็กระทบกับหลายๆ อย่างเหมือนกัน และอยากฝากกำลังใจนี้ที่ตนเองสร้าง และเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็สร้างได้ สร้างขึ้นมาเพื่อจะทำให้เราสู้กับโรคนี้ให้ได้ คิดว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้เสมอ พร้อมน้อมนำพระราชดำรัส สมเด็จพระสังฆราช ที่ว่า “คนที่เกิดมามีแต่คนช่วยเหลือถือเป็นคนมีบุญ แต่คนที่เกิดมาแล้วได้ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า” ทำให้อยากจะทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ต่อไป ดีใจที่ทำทุกๆ วันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้สู้กับโรคนี้และจะชนะในวันหนึ่งข้างหน้าซึ่งไม่รู้เมื่อไร แต่ตนคนเดียวทำไม่ได้ ขอน้อมนำพระราชดำรัสสมเด็จพระสังฆราชให้ทุกคนช่วยกัน ถ้าเราทำพร้อมๆ กันจะชนะได้.
(คลิปตั้งแต่นาทีที่ 29.50)


