ไลฟ์สไตล์
100 year

เงินสะพัด "ปีใหม่" ต่ำสุดรอบ 10 ปี พิษ "โควิดฯ" ทำวูบ คาดเสียหายนับแสนล้าน

ไทยรัฐออนไลน์7 ม.ค. 2564 06:30 น.
SHARE
  • โควิดฯ ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 2564
  • การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิดฯ ส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทย
  • พิษโควิดฯ ทำเงินสะพัดช่วงปีใหม่ ต่ำสุดในรอบ 10 ปี

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ "โควิด-19" ระลอกใหม่ของไทย ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาอย่างมาก "สภาอุตสาหกรรม" ได้ประเมินความเสียหายเอาไว้ นับตั้งแต่พบการติดเชื้อรอบใหม่ จนถึงต้นเดือน ม.ค.2564 เฉพาะ จ.สมุทรสาคร เพียงจังหวัดเดียว เสียหายไม่ต่ำกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท แต่วันนี้เชื้อร้ายกระจายไปแล้วทั่วทุกภูมิภาคกว่า 50 จังหวัด คาดว่าภายในเดือน ม.ค.นี้ เศรษฐกิจจะพังนับแสนๆ ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

โดย นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวอย่างน่าสนใจก่อนปีใหม่ว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ที่สำรวจจากประชาชน 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14-23 ธ.ค.63 พบว่า จะมีเงินสะพัดอยู่ที่ 91,467 ล้านบาท ติดลบ 33.6% จากปี 63 ที่มีมูลค่าใช้จ่าย 137,809 ล้านบาท หดตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี และมีมูลค่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพราะประชาชนมีความกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการระบาดรอบใหม่ ใน จ.สมุทรสาคร ทำให้กิจการในช่วงปีใหม่น้อยลง ใช้จ่ายลดลง อยู่บ้านมากขึ้น จึงส่งผลต่อการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่

"ที่ผ่านมามูลค่าใช้จ่ายช่วงปีใหม่จะเกินกว่า 100,000 ล้านบาท เพราะมีเงินที่ประชาชนไปจ่ายในการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย โดยเฉลี่ยกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ไม่มีไปเที่ยวต่างประเทศ เหลือแต่เงินใช้จ่ายในประเทศ จึงทำให้ลดลงมากถึง 33.6% แต่ถ้าตัดเงินท่องเที่ยวต่างประเทศออก มูลค่าใช้จ่ายปีนี้จะเหลือติดลบเพียง 10.3% เท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม หากปัญหาการแพร่ระบาด ใน จ.สมุทรสาคร รุนแรงมากขึ้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้เงินสะพัดในช่วงปีใหม่เหลือเพียง 80,937 ล้านบาท ติดลบ 41.3% แต่หากมีการล็อกดาวน์พื้นที่อื่นใกล้เคียงกับสมุทรสาครมากขึ้น จะมีเงินสะพัดเพียง 65,143 ล้านบาท ลดลง 52.7% และกรณีร้ายแรงที่สุด คือ ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ จะเหลือเงินสะพัด 38,819 ล้านบาท ติดลบ 71.8% แต่ศูนย์ฯสนับสนุนรัฐบาลไม่ให้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจเสียหายมากถึงเดือนละ 200,000 ล้านบาท หรือวันละเกือบ 7,000 ล้านบาท เพราะคนจะตกงานมากขึ้น ธุรกิจเสียหายมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจไทยที่คาดจะขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาส 2 ของปี 2564 ต้องเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 4 แต่หากการล็อกดาวน์ จ.สมุทรสาคร และจังหวัดอื่นๆ ที่พบผู้ติดเชื้อเป็นเวลา 14 วัน และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์เสียหายราว 30,000-60,000 ล้านบาท แต่เศรษฐกิจภาพรวมยังเติบโตได้ 2.8% เพราะภาครัฐยังดูแลสถานการณ์ได้ มีการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัดฉีดเงินเข้าระบบผ่านโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน แต่หากยังควบคุมการระบาดไม่ได้ภายใน 1 เดือน จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์เสียหาย 60,000-121,000 ล้านบาท และถ้าล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 1 เดือน จะเสียหายราว 200,000 ล้านบาท โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 น่าจะอยู่ในกรอบ 1.8-3.8%

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ภาพรวมการใช้จ่ายของประชาชนช่วงปีใหม่ 2564 อยู่ที่ 91,467 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ 52,648 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ เช่น เลี้ยงสังสรรค์ ทำบุญ ซื้อของ สินค้าคงทน สินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวต่างประเทศไม่มี สำหรับสิ่งที่ประชาชนต้องการได้เป็นของขวัญจากรัฐบาลมากที่สุด แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศให้ดีขึ้น บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส และพัฒนาบุคลากรและระบบการศึกษา ส่วนปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไข คือ การเมือง เศรษฐกิจ โควิด-19 ปัญหาสังคม เตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ขณะที่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดปีหน้า คือ การเมือง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัญหาค่าครองชีพ คอร์รัปชัน เศรษฐกิจ ไม่สามัคคีกัน ตกงาน ยาเสพติด เป็นต้น ส่วนการประเมินผลการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ของรัฐบาลในปี 2563 ที่ผ่านมานั้น คะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้คะแนนการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มากสุดที่ 7.6 คะแนน ตามด้วยปัญหาสังคม 7 คะแนน ปัญหาความขัดแย้ง 7 คะแนน การเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ 6 คะแนน ปัญหาเศรษฐกิจ 5.6 คะแนน และคอร์รัปชันต่ำสุดที่ 5.2 คะแนน

คาดกันว่า การล็อกดาวน์บางจังหวัด-บางพื้นที่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ภาครัฐจะต้องหาทางเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเหมือนครั้งแรก นั่นหมายถึง รัฐจะต้องมีภาระการใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นจาก "เงินกู้ 1 ล้านล้าน" ที่กู้มาเพื่อฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบจากโควิดฯรอบแรก ขณะที่รัฐสามารถกู้เงินมาใช้จ่ายเกือบชนเพดานแล้วขณะนี้ ซึ่งคาดกันว่าจะเหลือลิมิตกู้ได้อีกประมาณ 2.2-2.8 ล้านล้านบาท หมายความว่า ถ้าเกิดวิกฤติขึ้นมาอีก ระลอก 3 หรือ 4 นั่นหมายความว่า "วิกฤติ" แน่นอน !!!

เรียบเรียงโดย : หงเหมิน

กราฟิก : Theerapong.c

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิดฯโควิด-19ปีใหม่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวspecial contentข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 03:30 น.