ไลฟ์สไตล์
100 year

ไทยเริ่มผลิตวัคซีนโควิดแล้ว กุมภา-มีนา ได้ฉีดแน่นอน

ลม เปลี่ยนทิศ
6 ม.ค. 2564 05:06 น.
SHARE

ผมเขียนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งซื้อวัคซีนเพิ่มให้เพียงพอกับคนไทย 68 ล้านคน เมื่อวันจันทร์ให้เร่งผลิต วัคซีนแอสตราเซเนกา-ออกซ์ฟอร์ด ที่ไทยได้สิทธิการผลิต ซึ่งเป็นวัคซีนที่อังกฤษรับรองแล้ว วันนี้มีข่าวดีมาบอกครับ บ่ายวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมแถลงข่าวกับ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอโซเอนซ์ จำกัด ถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19

วันนี้ผมเอารายละเอียดทั้งหมดมาเล่าสู่กันฟังครับ

ข่าวแนะนำ

นพ.ศุภกิจ เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับหลายฝ่ายวางแผนจัดหาวัคซีน ทั้งที่ยังไม่มีผลการวิจัยว่า วัคซีนชนิดใดจะประสบความสำเร็จ โดยตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้คนไทยฟรีไม่น้อยกว่า 50% ของประชากร หรือ ประมาณ 70 ล้านโดส จึง ได้ทำสัญญา จองซื้อวัคซีนล่วงหน้า 26 ล้านโดสกับบริษัทแอสตราเซเนกา ซึ่งใช้เทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทอดกระบวนการผลิตให้กับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ คาดว่า จะเริ่มทยอยส่งมอบได้ภายในปลายเดือนพฤษภาคม

อีก 30% อยู่ระหว่างการเจรจากับ COVAX Facility ทำข้อตกลงกับบริษัทผลิตวัคซีนที่คาดว่าจะมีโอกาสนำมาใช้ รวมทั้งการเจรจากับ บริษัทไฟเซอร์ โมเดอร์นา บริษัทจีน หรืออาจขอซื้อเพิ่มจาก แอสตราเซเนกา เพื่อให้ได้วัคซีนตามเป้าหมาย และวันนี้ก็มีข่าวดีว่า ไทยจะได้รับวัคซีนจากบริษัทซีโนแวคของประเทศจีน 2 ล้านโดส โดยจะได้รับใน ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2 แสนโดส ปลายเดือนมีนาคม 8 แสนโดส ปลายเดือนเมษายนอีก 1 ล้านโดส

ผมเห็นตัวเลขการจองซื้อวัคซีนของประเทศต่างๆทั่วโลกแล้ว วัคซีนทุกชนิดที่ผลิตได้วันนี้ ไม่เพียงพอกับความต้องการแน่นอน สอดคล้องกับ นพ.ศุภกิจ ที่ระบุว่า เวลานี้วัคซีนมีไม่มาก ไม่ใช่สินค้าที่จะหาซื้อได้ทั่วไปจากตลาด ที่สำคัญต้องมีระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. วัคซีนทุกลอตที่จะออกสู่ตลาด ต้องได้รับการรับรองคุณภาพจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งร่วมแถลงข่าวด้วยให้ข้อมูลว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ฉุกเฉินทั่วโลก มีเพียง 4 ชนิด จากผู้ผลิต 9 ราย ไทยจะรับขึ้นทะเบียน อย.เฉพาะวัคซีนที่มีผลของเฟส 3 มีประสิทธิผลชัดเจนเท่านั้น วัคซีนที่ยอมรับกันในเวลานี้มีเพียง 3 ชนิดคือ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแอสตราเซเนกา ที่เหลือเป็นการทดลองเฟส 2 แม้วัคซีนของจีนและรัสเซียที่ขึ้นทะเบียนในเดือน ก.ค.-ส.ค.63 ก็ยังไม่มีผลเฟส 3 เป็นทางการ และ อย.ก็ไม่ได้ปิดกั้นภาคเอกชนในการนำเข้าวัคซีนมาจำหน่ายในประเทศ แต่ต้องได้รับการอนุมัติจาก อย. ซึ่ง อย. ได้เตรียมความพร้อมในการขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉินไว้แล้ว

ด้านการผลิตวัคซีนในไทย คุณทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์การผลิต วัคซีนแอสตราเซเนกา เปิดเผยว่า ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากแอสตราเซเนกา มาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2563 ได้เตรียมความพร้อมทั้งสถานที่ โรงงาน วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เครื่องจักร ปัจจุบันอยู่ในขั้นทดสอบการผลิต เพื่อให้ได้วัคซีนที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีกำลังการผลิตปีละ 200 ล้านโดส หรือเดือนละ 15-20 ล้านโดส จะมีการทดสอบการผลิต 5 รอบ รอบแรกผลิตไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 กำลังผลิตรอบ 2 เมื่อผลิตครบ 5 รอบก็จะนำไปยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ อย.

ถ้าสำเร็จ เดือนมิถุนายนนี้คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนที่ผลิตในเมืองไทย แน่นอน

ผมเอาใจช่วยเต็มที่ครับ วัคซีนมาเมื่อไหร่ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้นแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศวัคซีนป้องกันโควิด-19วัคซีนต้านไวรัสผลิตวัคซีนต้านโควิด-19

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 9 มีนาคม 2564 เวลา 03:31 น.