ไลฟ์สไตล์
100 year

ในอ้อมแขนไทขาว

กิเลน ประลองเชิง
5 ม.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

ในยามที่มีหลายคนที่รัก หลายคนที่อยากไปหา แต่ไปไม่ได้ ผมก็ทำได้แค่รำพึงถึงโคลงโลกนิติ บท “รักกันอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว เหมือนอยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง” แต่เมื่อเปิดหนังสือ “ลิงโลนโลน” (สำนักพิมพ์พื้นภูมิเมืองเพชร พ.ศ.2563) ที่นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ฝากมาให้ อ่านเรื่อง “สำนวนไทเมืองเติ๊ก” ที่อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เขียนแล้ว

รู้สึกได้ ระดับความรักความโหยหาของพวกเราๆ เปรียบกับไทขาว มีให้ไทลานนิดน้อยเหลือเกิน

ข่าวแนะนำ

ไทยเติ๊ก ในชื่อเรื่อง ก็คือไทยดึก หรือไทยดึกดำบรรพ์ ผมตามอ่านเรื่องคนไท...ที่หมอดอร์จเขียนไว้เป็นเล่มแรกๆ ต่อด้วยครูผู้รู้อีกหลายคน...ชื่อคนไท...มีทั้งไทแดง ไทดำ ไทขาว และอีกหลายๆไท ตามสีผ้าบ้าง สถานที่บ้าง

จำได้ ไม่มีก็แต่ไทยเหลือง

อ่านซ้ำหลายไท เพิ่งนึกขึ้นได้ ยังไม่ได้อ่านเรื่อง “ไทขาว” เลย พอรู้ว่าไทเมืองเติ๊ก คือไทขาว ก็ใจเต้น

เมืองเติ๊กอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงฮานอย ตอนที่ไปอาจารย์ล้อมผมยังดำ เวียดนามเพิ่งเปิดประเทศใหม่ ทางการมอบให้อาจารย์เหลือง แห่งมหาวิทยาลัยฮานอย ชาวไทเมืองเติ๊กเป็นผู้นำทาง

การเดินทาง อาจารย์ล้อมใช้สำนวน “บงอับบงรา” เอาการ

ข้ามเรือข้ามฟากแม่น้ำแต๊ ขึ้นจากเรือ เหลียวหลังไปดู จึงรู้ว่า ชาวประมงเจ้าของเรือ แจวเรือด้วยเท้า

ความรู้ที่อ่านจากพงศาวดาร ที่อยู่ของคนไทยคนลาว “เรือนมีร้าน บ้านมีเสา” ส่วนคนม้งคนแกว (ญวน) เรือนไม่มีร้าน บ้านไม่มีเสา คืออยู่กับดิน

พอย่างเข้าเขตป่าเขา เห็น เรือนมีร้าน บ้านมีเสา อาจารย์ล้อม บอกให้รถแวะจอด เจอบ้านที่มีอุปกรณ์ต้มเหล้า แบบชาวควนขนุน (บ้านเกิดอาจารย์ที่พัทลุง) ถามกันจึงรู้ว่า ไม่ใช่บ้านไทยบ้านลาว แต่เป็นบ้านชาวมอญ

ไทยมอญก็พี่น้องกัน จิบเหล้ามอญ ร้อนผ่าวผ่านคอไปถึงท้อง

เดินทางต่อด้วยถนนดิน ผ่านเนินเถินสลับซับซ้อน จนใกล้ถึงจุดหมาย เป็นป่าใหญ่ อาจารย์เหลืองชี้ว่า “ดงเสื้อ” เสื้อคือผีประจำเมือง

มีดงเสื้อ ป่าผีประจำเมือง คนไม่กล้ำกราย เป็นป่าสมบูรณ์ ถึงฤดูน้ำหลาก น้ำก็นำโอชะของดินมาหล่อเลี้ยงเมือง ข้าวปลาเมืองเติ๊กจึงสมบูรณ์ กินดีจนลือชื่อ เรียกกันติดปาก ข้าวเมืองฮวา ปลาเมืองเติ๊ก

เมืองเติ๊กเป็นเมืองปลา เมื่อจักรพรรดิญวนเสด็จมาเห็นดอกไม้ ประทานชื่อเมืองฮวา แปลว่า เมืองดอกไม้งาม

ถึงเมืองเติ๊ก เข้าที่พัก อาจารย์เหลืองพาไปเยี่ยมบ้าน ทันทีที่พบแม่ อาว์ น้าสาว อาจารย์เหลืองแนะนำ

“คนไทลานมายาม”

ไทลาน คือไทยเราที่พลัดพรากจากไทยดึก (เติ๊ก) ไปเนิ่นนาน ...ทันทีนั้น พวกสาวๆต่างก็โผเข้ากอดร่ำไห้กัน

น้าส่งเสียงปราม “อย่าไห้ๆ” มือก็ยื่นผ้าทอผืนเล็กๆให้ซับน้ำตา

ผ่านฉากร่ำไห้โหยหา เจ้าบ้านก็ยกเหล้ามาตั้งวงต้อนรับ แม่อาจารย์เหลืองเป็นช่างขับของหมู่บ้าน ขับลำนำ จับความได้ตอนหนึ่ง “น้ำแล้งจึงเห็นหาด น้ำขาดจึงเห็นทราย” แปลความว่า เมื่อทุกข์ยากนั่นแล จึงจะได้เห็นน้ำใจกัน

น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งเมื่อแรกเจอ ฟังขับลำนำ ก็ปริ่มออกมาอีกครั้ง ด้วยความตื้นตันใจ

ผมเพิ่งเปิดยูทูบฟังเพลง ไทดำรำพัน เวอร์ชันใหม่ของลาว (ไม่ใช่เวอร์ชัน ก.วิเสส) มีคนฟังเป็นแสน ก็ไพเราะเรียกน้ำตาแต่ไม่โหยหาเท่าอ่านเรื่อง ในอ้อมกอดไทขาว ที่อาจารย์ล้อมเล่า

ความทุกข์ของคนไทยที่ต้องพลัดพรากจากกัน ไม่ว่าไทยพลัดเมือง หรือไทยพลัดบ้าน เป็นเช่นนั้นเอง.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงไทขาวเมืองเติ๊กกรุงฮานอยไทลานคนไทย

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 21:01 น.