เปรียบเทียบ อาการหวัด กับ ไซนัสอักเสบ แตกต่างกันอย่างไร ใครก็ป่วยได้ แนะวิธีป้องกัน

ข่าว

    เปรียบเทียบ อาการหวัด กับ ไซนัสอักเสบ แตกต่างกันอย่างไร ใครก็ป่วยได้ แนะวิธีป้องกัน

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 ม.ค. 2564 17:00 น.

    • เปรียบเทียบอาการ "โรคหวัด" กับ "ไซนัสอักเสบ"
    • โรคหวัดสามารถหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์
    • วิธีป้องกัน "โรคไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน"

    ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หลายคนมีอาการเป็นหวัด มีไข้ น้ำมูกไหล บางคนไปหาซื้อยาบรรเทาอาการหวัดมากินเอง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากอาการที่เป็นอาจไม่ใช่อาการหวัด บางรายอาจเป็น "โรคไซนัสอักเสบ" ซึ่งอาการโรคนั้นใกล้เคียงกัน ดังนั้น "กนก" จะเปรียบเทียบอาการให้เห็นถึงความแตกต่างชัดๆ ดังต่อไปนี้

    โรคหวัด (Common Cold)

    คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ (ไวรัสเป็นส่วนใหญ่) บริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น อาการของไข้หวัดที่มักพบ ได้แก่

    1. เจ็บคอ

    2. น้ำมูกไหล

    3. คัดจมูก

    4. ไอ จาม

    5. มีไข้

    6. ปวดศีรษะ

    ขณะที่ โรคหวัดสามารถหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ จะรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ ดังนี้

    • หากมีไข้ จะแนะนำให้กินยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)
    • หากมีน้ำมูก คัดจมูก จะแนะนำให้กินยาลดน้ำมูก เช่น เซทิไรซีน (Cetirizine) และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
    • หากมีอาการไอ จะแนะนำให้กินยาบรรเทาอาการไอ เช่น อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine)
    • บางรายอาจต้องใช้ยาต้านจุลชีพ (Antibiotics) โดยการใช้ยาจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกร เท่านั้น

    โรคไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

    เป็นการอักเสบของเยื่อบุในโพรงจมูกและไซนัส โดยคนไข้จะมีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก มีน้ำมูก อาจจะมีน้ำมูกทางด้านหน้าจมูก หรือมีน้ำมูกลงคอก็ได้ ในบางรายอาจจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดใบหน้า ปวดกระบอกตา ปวดรากฟัน โดยเฉพาะฟันบน เนื่องจากการที่ไซนัสอักเสบทำให้ปวดร้าวไปอวัยวะบริเวณใกล้เคียงได้ นอกจากนี้บางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องการรับกลิ่นที่ลดลง หรือไม่ได้กลิ่นเลย โดยอาการเด่นของโรคไซนัสที่มักพบ ได้แก่

    1. คัด หรือแน่นจมูก

    2. น้ำมูกไหลออกมาทางรูจมูกด้านหน้า หรือไหลลงคอ

    3. มีอาการปวด แน่น กดเจ็บบริเวณใบหน้า เช่น หัวตา หน้าผาก โหนกแก้ม รอบกระบอกตา

    4. หูอื้อ

    5. ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

    โรคไซนัสอักเสบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน คือมีอาการน้อยกว่า 12 สัปดาห์ และไซนัสอักเสบแบบเรื้อรัง คือมีอาการที่มากกว่า 12 สัปดาห์ ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ "ไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน" เท่านั้น

    สาเหตุหลักของไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน คือ เกิดจากการเป็นไข้หวัด ซึ่งโดยส่วนมากมักเกิดจากเชื้อไวรัส การติดเชื้อนี้สามารถลุกลามไปยังโพรงไซนัสได้ ทำให้เยื่อบุโพรงไซนัสบวม การระบายของของเหลวหรือสารคัดหลั่งในโพรงไซนัสก็เป็นไปได้ยาก ทำให้เกิดการขังอยู่ในโพรงไซนัส และเกิดเป็นหนองได้

    รวมทั้งสาเหตุ ฟันผุ โดยเฉพาะฟันที่ติดกับโพรงไซนัส ก็คือฟันบน หากมีอาการฟันผุ แล้วอักเสบไปถึงรากฟัน หรือว่ามีโพรงเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างโพรงไซนัสกับรากฟัน ก็ทำให้การติดเชื้อจากฟันลุกลามเข้าไปยังโพรงไซนัสได้ การติดเชื้อลักษณะนี้มักจะเกิดเพียงข้างเดียว หากมีน้ำมูกเขียวเพียงข้างเดียว ก็ควรพิจารณาตรวจฟันร่วมด้วยเป็นพิเศษ

    ส่วนปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ คนไข้กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็ทำให้ไซนัสมีการอักเสบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป และหากเป็นแล้วอาการก็จะรุนแรงกว่าคนทั่วไป


    ไข้หวัดต่างจากไซนัสอักเสบอย่างไร

    "โรคไข้หวัด" คนไข้จะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ ไอ หรือเจ็บคอได้ โดยทั่วไปอาการทุกอย่างจะค่อนข้างมากในช่วง 2-3 วันแรก ถ้าได้รับการรักษาตามอาการ มักจะดีขึ้นและหายไปภายใน 7-10 วัน หากอาการที่กล่าวมาทั้งหมดไม่หายภายใน 7-10 วัน หรือในบางรายที่อาการดีขึ้น แต่กลับแย่ลงไปอีก ก็ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นไซนัสอักเสบได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่าเป็นไซนัสหรือไม่อย่างไร

    วิธีการป้องกัน

    การป้องกันโรคไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลัน คือ การป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโรคไข้หวัดนั่นเอง เพราะถ้าไม่เป็นหวัดแล้ว ก็จะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดการอักเสบไปยังโพรงไซนัส จึงควรดูแลตนเอง ดังนี้

    1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในทุกมื้อ โดยเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใหม่ และสะอาด

    2. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว

    3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง

    4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 150 นาทีขึ้นไป

    5. ลดการออกไปในที่ชุมชน ที่แออัดต่างๆ หรือหากจำเป็นต้องไป ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากคนอื่น

    6. หากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว ก็ต้องติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากมีอาการของโรคประจำตัวเกิดขึ้น ก็จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันตก เป็นหวัดได้ง่าย และนำไปสู่การเป็นไซนัสอักเสบได้เช่นกัน.

    ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ

    กราฟิก : Supassara Traiyansuwan

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      สาวออกรถให้ญาติ แต่ญาติไม่ยอมส่งค่างวด อ้างผ่อนไม่ไหว แต่ไม่คืนรถ แถมด่ากลับ
      05:47

      สาวออกรถให้ญาติ แต่ญาติไม่ยอมส่งค่างวด อ้างผ่อนไม่ไหว แต่ไม่คืนรถ แถมด่ากลับ

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      special contentไข้หวัดไซนัสอักเสบไซนัสอักเสบแบบเฉียบพลันโรคหวัดกนก โฆษกสุขภาพ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 14:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์