ไลฟ์สไตล์
100 year

แห่กลับหนึบ 4 วัน 267 ศพ เชียงใหม่แชมป์อุบัติเหตุ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 ม.ค. 2564 05:10 น.
SHARE

ศปถ.แถลงสถิติการดำเนินโครงการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” วันที่ 4 เกิด อุบัติเหตุ 713 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 80 ราย ผู้บาดเจ็บ 709 คน สาเหตุเมาขับเป็นหลัก ยอดรวม 4 วันผู้เสียชีวิตรวม 267 คน ผู้บาดเจ็บ 2,362 คน เชียงใหม่ สงขลา แชมป์อุบัติเหตุสูงสุด

ส่วนยอดตายสูงสุดยังเป็น จ.นครราชสีมา อธิบดีกรมคุมประพฤติแจงมาตรการเข้มพวกเมาขับที่มีความเสี่ยงอาจติดสุราจะส่งบำบัดสถานพยาบาล หากทำผิดซ้ำจะส่งเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย “บิ๊กตู่” จี้ด่านตรวจคุมเข้มเมาขับ ขับรถเร็ว ควบคู่กับการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่ถนนเข้ากรุง เริ่มหนาแน่นเพราะคนเดินทางกลับล่วงหน้าเลี่ยงรถติดหนึบวันหยุดสุดท้ายประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยว และกลับภูมิลำเนาเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่ ทยอยเดินทางกลับเพื่อทำงานตามปกติ ขณะที่ยอดตายเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 ม.ค.2564 วันที่สี่ของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 713 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 80 ราย ผู้บาดเจ็บ 709 คน สาเหตุจากดื่มแล้วขับสูงสุด มีการเรียกตรวจยานพาหนะ 460,054 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 98,530 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 26,682 ราย ไม่มีใบขับขี่ 25,111 ราย

ข่าวแนะนำ

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ สงขลา 28 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด กทม. เชียงราย จังหวัดละ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด สงขลา 30 คน สรุปอุบัติเหตุสะสมในช่วง 4 วัน (29 ธ.ค.63-1 ม.ค.64) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,365 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 267 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,362 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ เชียงใหม่ สงขลา จังหวัดละ 87 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 16 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 92 คน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นห่วงการเกิดอุบัติเหตุช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ได้รับรายงานพบพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับยังเป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด จึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 กำชับให้ด่านตรวจเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่ รวมถึงคัดกรองวัดไข้ประชาชนก่อนเข้าพื้นที่ เน้นบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่องกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย พร้อมคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุด ขอประชาชนทุกคนช่วยกันป้องกันระมัดระวังไม่ดื่มสุรา อย่าเห็นแก่ความสนุกสนานมากเกินไปในช่วงนี้ ขอให้นึกถึงครอบครัวให้มากๆ และนึกถึงคนอื่นที่ต้องเดือดร้อนจากการกระทำประมาทเลินเล่อ ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สินได้

ส่วนการเดินทางกลับเข้าสู่โหมดทำงานปกติหลังเดินทางไปเที่ยวและร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านเกิด พบว่าถนนสายหลักจากภาคเหนือ อีสานและภาคใต้เข้ากรุงเทพฯ และจังหวัดภาคกลาง ปริมาณรถเริ่มเพิ่มมากขึ้นตามลำดับตั้งแต่ช่วงสาย ถนนสาย 202 อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รับรถจาก จ.ยโสธร เข้าสู่ถนนมิตรภาพที่สามแยกบ้านวัด อ.คง จ.นครราชสีมา รถหนาแน่นแต่ยังคล่องตัว โดยรถปิกอัพที่ใช้เส้นทางส่วนใหญ่บรรทุกสัมภาระและข้าวสารอาหารแห้งจากบ้านเกิดกลับไปด้วยเพื่อลดภาระค่า ครองชีพ เช่นเดียวกับที่หัวลำโพง ขณะที่ถนนมิตรภาพในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปริมาณรถยังคล่องตัว แต่มีติดขัดบริเวณชุมชนสี่แยกไฟแดง อาทิ แยกบ้านสีดา อ.สีดา แยกบ้านวัด อ.คง แยกตลาดแค อ.โนนสูง แยกบ้านโพธิ์ ต.จอหอ เส้นบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมา จนถึงช่วงทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว ต่อเนื่องถึงมอกลางดง อ.ปากช่อง ปริมาณรถมากเพราะรถจากถนนสาย 24 ที่มาจากทาง จ.อุบลราชธานี มาบรรจบกับถนนสาย 201 จาก จ.บุรีรัมย์ ตำรวจเปิดช่องพิเศษ 5 จุด เร่งระบายรถ

ส่วนถนนสาย 304 จาก จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องปราจีนบุรี เส้นทางเชื่อมต่อภาคอีสานกับภาคตะวันออก รถหนาแน่นตั้งแต่เช้า เพราะประชาชนรีบเดินทางกลับจากฉลองเทศกาลปีใหม่หลีกเลี่ยงรถติดหนึบในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลคือวันที่ 3 ม.ค. โดยเฉพาะช่วงสามแยกที่ถนน 304 บรรจบกับถนน 359 ต.โคกไทย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เพื่อออกไป จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนแยกเข้า จ.ชลบุรี หรือกรุงเทพฯ มีรถติดสะสมประมาณ 2 กม. ประกอบกับมีการก่อสร้างทางยกระดับข้ามสามแยกดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 2 - 3 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง บริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุบัติเหตุขับขี่ปลอดภัยปีใหม่วันปีใหม่เชียงใหม่7 วันอันตรายข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 23:03 น.