ไลฟ์สไตล์
100 year

มรสุมภัยพิบัติรุมเร้า "คนไทย" ต้องเจอปี 64

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
1 ม.ค. 2564 08:01 น.
SHARE

ผ่านพ้นมากว่าขวบปีเต็ม “ประเทศไทย” ต้องเผชิญกับวิกฤติโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนักหน่วง กลายเป็นฝันร้ายมาเยือนถึงบ้าน สร้างความเสียหายร้ายแรงทั่วทุกพื้นที่ในขณะนี้

ปัจจัยเกิดจากสภาวะแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิด “ภัยพิบัติและโรคอุบัติใหม่” ทวีความรุนแรงได้เสมอ เหตุนี้ใน 3-4 ปีมานี้ “ประเทศไทย” มักเจอ “ภัยพิบัติธรรมชาติ” หรือ “ภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น” และปี 2564 ก็ยังต้องเสี่ยงเรื่องแผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วม พายุ โดยเฉพาะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงกว่าเดิม

ข่าวแนะนำ

สังเกตจากผู้อยู่ใน “กรุงเทพฯและปริมณฑล” รวมถึง “ภาคเหนือ” จะสามารถมองเห็นควันฝุ่นกระจายปริมาณสูงเกินมาตรฐานในอากาศขุ่นมัวจนมองตึกสูงไม่ชัดและมีผลต่อสุขภาพ รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า

แหล่งกำเนิด “ฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5” มีหลากหลายมาก เช่น เผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม การเผาไหม้ที่แจ้ง เคลื่อนเข้าชั้นบรรยากาศปลดปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม อีกทั้งในช่วงปี 2562-2563 ประเทศไทยเผชิญกับ “เอลนีโญ” ต้องเจอ “ภัยแล้งอากาศแห้งนาน” ทำให้มีปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มากกว่าทุกปี

ทว่า...นับตั้งแต่ ม.ค.2564 “ประเทศไทยผลัดเปลี่ยนเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานีญา” ภาวะที่บ่งชี้ว่า “ฝนมาเร็วตกมากกว่าปกติ” ลากยาวตลอดฤดูแล้ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ “คนไทย” ต้องเผชิญกับ “ภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก” และดินโคลนถล่มได้ตลอด สังเกต “เขื่อนขนาดใหญ่”...มีน้ำเข้าเติมเต็มเกือบทุกแห่งมากแล้ว...

หนำซ้ำ...“อิทธิพลลานีญา” ยังมีผลต่อ “อุณหภูมิหนาวเย็นกว่าค่าปกติ” ในเดือน พ.ย.2563-ก.พ.2564 โดยเฉพาะ “ผู้อาศัยบนดอยสูง” อาจต้องประสบปัญหา “ภัยหนาว” อย่างรุนแรงเยอะกว่าเดิมก็ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ “ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5” ในพื้นที่ “ภาคเหนือ” น่าจะมีระดับน้อยกว่าปี 2563 เพราะมีฝนตกมากกว่าปกติ ทำให้ “ป่าเปียกชุ่มชื้น” ส่งผลให้ไฟป่าเกิดยาก ที่มักเกิดมลพิษข้ามแดนในเดือน มี.ค.-เม.ย. เช่นเดียวกับ “ภาคใต้” มักต้องเผชิญ “ฝุ่น” ในเดือน ก.ค.-ก.ย. ที่เกิดไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย ก็มีโอกาสเกิดไฟป่ายากด้วย

แต่ในพื้นที่ “กรุงเทพฯ และปริมณฑล” ในช่วงเดือน ธ.ค.2563-ก.พ.2564 ยังมีปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เพิ่มขึ้นกว่าปี 2563 เพราะแหล่งกำเนิดมาจาก “รถเครื่องยนต์ดีเซล” ที่ไม่มีการคุมจำนวนรถยนต์ อีกทั้งในพื้นที่ช่วงนี้จะมี “ฝนตกน้อย” แต่ยังต้องเจอ “อิทธิพลลานีญา” ทำให้มี “อุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ย” อยู่เช่นเดิม

กลายเป็น “ปรากฏการณ์ฝาชีครอบ” มีผลให้ฝุ่นไม่กระจายตัวเกิดมลพิษอากาศตามมา ปัจจุบัน “พีเอ็ม 2.5” จัดให้เป็น “วายร้ายตายผ่อนส่ง” ลักษณะสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ตามข้อมูล WHO ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 สูงถึง 7 ล้านคนต่อปี ส่วน “ประเทศไทย” มีอัตราเสียชีวิต 40,000-50,000 รายต่อปี

ในส่วนอีกภัยอันตรายไม่แพ้กัน “แผ่นดินไหว” ก็มีโอกาสเกิดได้ ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) บอกว่า ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่รอยต่อแผ่นเปลือกโลก แต่ก็ตั้งอยู่ตำแหน่งมี “รอยเลื่อน” ในภาคใต้ ภาคเหนือ ฝั่งตะวันตก มีการเคลื่อนตัวที่ก่อเกิดความเสี่ยงได้ 3 กรณี คือ

กรณีแรก...ความเสี่ยงการเกิดแผ่นดินไหวใน จ.กาญจนบุรีขนาด 7-8 ที่เคยเกิดขนาด 5.9 มาแล้ว กรณีที่สอง...ความเสี่ยงแผ่นดินไหวรอยเลื่อนสะกายขนาด 7-8 มีประวัติเกิดบ่อยๆ กรณีที่สาม...การเคลื่อนตัวแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย ปะทะแผ่นอินเดียออสเตรเลียมีโอกาสไถล
จากทิศเหนือลงมาฝั่งใต้เมียนมา มีจุดเชื่อมทะเลอันดามัน ที่เป็นจุดเคยเกิด “แผ่นดินไหว 2547”

เพราะจุดนี้ไม่เคยเกิดมา 300 ปี ทำให้มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9 ได้ จะส่งผลต่อ “กรุงเทพฯและปริมณฑล” ตั้งบน “พื้นที่ดินอ่อนแอ่งกระทะขนาดยักษ์” ครอบคลุม 14 จังหวัด สามารถขยายความรุนแรงได้ 5.5 เท่า

อย่างไรก็ดี...“พื้นที่ปลอดภัย” มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวน้อยมากๆ คือ “ภาคอีสานและฝั่งตะวันออก” เช่นนี้ “ภาครัฐ” ได้ร่างกฎหมายควบคุมอาคารฉบับใหม่ครอบคลุม 40 จังหวัด เน้นออกแบบอาคาร โครงสร้าง ในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว เพื่อความทันสมัยต่อสถานการณ์ให้เกิดมีความปลอดภัยแก่ทุกคน...

เรื่อง “ภัยพิบัติบนโลกใบนี้” ยังมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่รู้ไม่เห็น และเตือนๆกันไว้ “อย่าประมาทในธรรมชาติ” เพราะมักมีบทเรียนความเสียหายเกิดขึ้นมากมายมาบ่อยแล้ว...

“PM 2.5” มัจจุราชมืด

งานวิจัยโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน ภายใต้สนับสนุนจาก สก.สว. ชี้ว่าฝุ่น PM2.5 เข้าปอดจะซึมผ่านผนังปอดเข้ากระแสเลือด มีผลกับร่างกายเฉียบพลัน 1-2 วัน มักเกิดกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจฟืดฟาด เลือดกำเดาไหล เสมหะปนเลือด โดนผิวหนังจะเกิดผื่นคันเป็นตุ่ม

ผลแบบ “เรื้อรัง” เส้นเลือดหัวใจตีบตันส่งผลให้หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดปกติ เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบเกิดภาวะอัมพาต หรือเสียชีวิต และเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด เพราะ PM2.5 มีสาร Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH) ทั้งมีผลต่อมารดาสู่ทารกในครรภ์ ทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย ติดเชื้อง่าย และเป็นโรคออทิสซึม.

ดวงเมือง..เสี่ยงภัยพิบัติ “ดิน”

ตามตำราโหราศาสตร์ ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ทำนาย “ดวงเมือง 2564” ควรต้องระวัง “มหันตภัย” อันเกี่ยวกับเรื่อง “ดินและน้ำ” เพราะในช่วงเดือน ก.พ. “ดาวพระเคราะห์มาเรียงอยู่แนวเดียวกันในราศีมังกร” ตั้งแต่ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์

ตามหลักแล้ว...“ดาว 7 ดวง” มีหน้าที่โคจร “รักษาสมดุลของโลกธาตุ” แต่เมื่อ “ดวงดาวมาชุมนุมกัน” เช่นนี้ทำให้ “ราศีมังกร ธาตุดิน” มีพลังรุนแรง อีกทั้งมี “ดาวพฤหัสบดี ธาตุดิน” ที่เป็นดาวใหญ่สุด ส่งเสริมให้เกิดพลังซึ่งกันขึ้น เหตุนี้ปี 2564 มีโอกาสรับอิทธิพล 2 ปัจจัยนี้ ทำให้มีความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยพิบัติดินมากพิเศษ

เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และตึกถล่ม แม้แต่ “คลื่นสึนามิ” ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเดือน พ.ค.-มิ.ย. เพราะสุริยคราส และจันทรคราส เกิดขึ้นใน “ราศีพฤษภ ธาตุดิน” ถูกขนานนามว่า “เป็นราชาแห่งแผ่นดินไหว” และเกิดขึ้นอีกในเดือน พ.ย.-ธ.ค. ที่ตรง “ราศีพิจิก ธาตุน้ำ” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักผิดปกติสุดโต่งก็ได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

PM 2.5ภัยพิบัติภัยแล้งฝุ่นละอองขนาดเล็กภัยธรรมชาติสึนามิแผ่นดินไหว

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 00:23 น.