สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เกี่ยวกับข่าวที่กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์ เป็นคลิปวิดีโอที่มีชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย โดยผู้ที่ถ่ายคลิปอ้างว่ารถเก๋งขับรถฝ่าไฟแดงทำให้รถมอเตอร์ไซค์ที่ตนขับมานั้น ไปพุ่งชนรถเก๋ง ผู้ที่ขับรถเก๋งจึงถือไม้ลงมาฟาดรถมอเตอร์ไซค์ของผู้ที่ถ่ายคลิป โดยผู้ที่ขับรถเก๋งอ้างว่า เหตุที่ใช้ไม้ฟาดรถมอเตอร์ไซค์ของคู่กรณีนั้น เกิดจากความโมโหที่รถมอเตอร์ไซค์ตั้งใจขับรถพุ่งชนรถเก๋งของเค้า ข้อเท็จจริงและการตั้งข้อกล่าวหาอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนครับ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างให้ข้อมูลไม่ตรงกัน จำเป็นต้องรอผลสรุปอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ
ข่าวนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ฝ่ายรถเก๋งน่าจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาใดบ้าง และฝ่ายรถมอเตอร์ไซค์น่าจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาไหนบ้าง
พิจารณาพฤติการณ์ของฝ่ายรถเก๋ง
กรณีขับรถฝ่าไฟแดง โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือคนตาย ตามกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 1,000 บาท
พิจารณาพฤติการณ์ของฝ่ายรถมอเตอร์ไซค์
กรณีขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว ชนกันธรรมดา โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือคนตาย ตามกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 1,000 บาท
กรณีที่คนขับรถเก๋งใช้ไม้ตีรถมอเตอร์ไซค์จนได้รับความเสียหายนั้น ถือเป็นการทำให้เสียหาย ทำลายซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นความผิดข้อหาทำให้เสียทรัพย์
ส่วนกรณีที่รถมอเตอร์ไซค์เจตนาขับรถพุ่งชนรถเก๋งจนได้รับความเสียหายนั้น ก็ถือเป็นการทำให้เสียหาย ทำลายซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นเช่นเดียวกัน
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
...
นอกจากนี้ ในกรณีที่ต่างฝ่ายต่างทำลายทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่งนั้น นอกจากจะต้องรับโทษทางอาญาแล้ว ยังจะต้องรับผิดในทางแพ่งหรือค่าเสียหายอีกด้วย แต่ทั้งนี้ฝ่ายใดจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์หรือส่วนร่วมในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ โดยศาลจะใช้ดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้อีกครั้ง
ประเด็นที่น่าสนใจ คือ กรณีที่ผู้ขับขี่ใช้รถเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด เช่น ใช้รถในการทำลายทรัพย์สินของคนอื่น หรือใช้รถขับชนเพื่อทำร้ายคนอื่น กรณีแบบนี้ บริษัทประกันจะไม่รับผิดชอบนะครับ เนื่องจากไม่ใช่ความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถตามปกติ
สุดท้ายนี้ อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันครับ หากย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายใจเย็นลงสักนิด ให้อภัยกัน ทั้งสองฝ่ายคงได้กลับบ้านไปพักผ่อน นอนหลับตากแอร์เย็นๆ ได้เจอหน้าครอบครัวอันเป็นที่รัก และไม่ต้องถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์เป็นข่าวดัง ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมา พฤติกรรมบางอย่างของคนขับรถที่ก้าวร้าว ไม่คำนึงถึงผู้อื่น มีผลกระทบต่อหน้าที่การงานด้วยนะครับ ขอให้เคสนี้จบลงด้วยดีครับ
สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ
Facebook: ทนายเจมส์ LK
Instagram: james.lk