ผู้เลี้ยงสุกรไทย เป็นปลื้ม รัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ จัดงานขอบคุณภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมกันผนึกกำลังป้องกันโรค ASF ในสุกร ตลอด 2 ปี จนทำให้ไทยยังคงสถานะปลอดการระบาด สามารถสร้างมูลค่าการส่งออกแบบก้าวกระโดด ถึง 400 เปอร์เซ็นต์ นำเม็ดเงินเข้าประเทศถึง 2.3 หมื่นล้านบาท
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ นำโดย นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมฯ ได้จัดงานขอบคุณและเป็นกำลังใจต่อผู้ปฏิบัติงานป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในสุกร ทั้งในส่วนภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ได้ผนึกกำลังป้องกันโรค ASF ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ประเทศไทยยังคงสถานะปลอดการระบาด โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล และเป็นประธานในพิธีเปิด
ดร.เฉลิมชัย กล่าวระหว่างการเปิดงานว่า ต้องขอบคุณ และขอส่งกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทุกคนในทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำงานในการป้องกันโรค ASF จนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้เกิดผลดีทั้งการป้องกันโรค และการส่งออก ซึ่งการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งสุกรขุน สุกรพันธุ์ และสุกรแปรรูป
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นสนับสนุนการผลิตและการควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยได้มาตรฐาน และตรงตามความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยังคงมุ่งพัฒนาภาคปศุสัตว์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และเกษตรกร เพื่อสร้างความตระหนักรู้ กระตุ้นให้เกิดการปรับตัว เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรและภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ”
"รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกกลุ่ม จึงอยากให้มีการพูดคุยและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ต้องมีความเข้มแข็ง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติต่างๆ ไปให้ได้ และในวันนี้ทุกภาคส่วนต้องมาทำงานร่วมกัน ทุกฝ่ายต้องลดความเห็นแก่ตัว ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ต้องมีความร่วมมือกัน เพื่อผ่านวิกฤติทั้งโรค ASF และโควิด-19 ไปให้ได้ จึงต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง ผู้ประกอบการและเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรค ASF ในประเทศไทยได้ และที่สำคัญยังเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลพี่น้องเกษตรกรทุกกลุ่ม และพร้อมเดินเคียงข้างกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จึงมั่นใจว่าในระยะยาว อนาคตของสุกรไทยจะดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน" ดร.เฉลิมชัย กล่าว
ด้าน น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้มีการวางแผนป้องกันการะบาดของโรค ASF มาตั้งแต่การพบการระบาดครั้งแรกในประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ด้วยการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนบูรณาการทำงาน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีการยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันโรค ASF ให้เป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงสนับสนุนงบกลาง 2 ครั้ง ถึง 1,700 ล้านบาท เพื่อดำเนินการในด้านต่างๆ ตามแผนงานที่กรมปศุสัตว์กำหนด ซึ่งผลจากการทุ่มเทของทุกฝ่าย ทำให้ประเทศไทยเป็นประเดียวในอาเซียนที่ปลอดจากการระบาดของโรค ASF และนำไปสู่ความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยด้านอาหาร หรือ Food safety แก่ประเทศต่างๆ จนมีการนำเข้าสุกรและผลผลิตเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยตัวเลขการส่งออกล่าสุดไปยังประเทศกัมพูชาเพิ่มขึ้นถึง 400 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกใน ปี 2562 คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 23,000 ล้านบาท จากการส่งออกสุกรมีชีวิต 2,200,000 ตัว เนื้อและผลิตภัณฑ์มากกว่า 54,000 ตัน
“ด้วยการทำงานอย่างเต็มที่ของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงการให้ความสำคัญและใส่ใจติดตามสถานการณ์ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน และความร่วมมือจากผู้เลี้ยงสุกรในทุกระดับที่ต้องเน้นการป้องกันตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เชื่อแต่ว่า จะทำให้ประเทศไทยปลอดจากโรค ASF ได้อย่างแน่นอน” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด