สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการปลอมธนบัตร แล้วนำไปแจก หรือ จำหน่าย ซึ่งก็มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันจนเป็นข่าวดังครับ บางเหตุการณ์ทำขึ้นลักษณะเป็นแบงค์กาโม่มีลายการ์ตูนพิมพ์บนธนบัตรชัดเจน เพื่อใช้เป็นคูปองสำหรับแลกสิ่งของหรืออาหารเท่านั้น แต่ในบางเหตุการณ์มีการปลอมธนบัตรขึ้นมา เพื่อจำหน่ายโดยเฉพาะ ทั้งสองเหตุการณ์จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ติดตามนะครับ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท

การปลอมขึ้น ซึ่งเงินตราหรือธนบัตรที่รัฐบาลออกใช้มีความผิดฐานปลอมเงินตรา ทั้งนี้ จะต้องปลอมจากธนบัตรของจริงจนอาจจะทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่าเป็นของจริง ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปีถึง 20 ปีและปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 400,000 บาท ส่วนการทำธนบัตรเลียนแบบของจริง หรือ แบงค์กาโม่ ซึ่งวิญญูชนดูแล้วทราบทันทีว่าไม่ใช่ธนบัตรจริง ย่อมไม่มีความผิด

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 2828/2551 สำเนาธนบัตรของกลางเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการถ่ายสำเนาธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ของจริงลงในกระดาษธรรมดาแล้วตัดกระดาษให้มีขนาดเท่าของจริง สีสันปรากฏออกมาจึงแตกต่างกับของจริงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าขนาดของกระดาษและรูปลวดลายที่ปรากฏออกมาจากการถ่ายสำเนาจะเท่าของจริงก็ตาม แต่เมื่อรวมความกับสีสันที่ปรากฏออกมาแล้วบุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ทันทีว่าเกิดจากการถ่ายเอกสาร แตกต่างกับของจริงโดยชัดเจนและไม่น่าจะทำให้บุคคลหลงเข้าใจผิดได้ว่าเป็นของจริง อีกทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ก. พยานโจทก์ได้หลงเข้าใจผิดว่าสำเนาธนบัตรของกลางเป็นของจริงแต่อย่างใด แม้ตาม ป.อ. มาตรา 249 จะมิได้บัญญัติไว้ด้วยว่า การทำบัตรให้มีลักษณะและขนาดคล้ายคลึงกับเงินตรา จะต้องกระทำเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นธนบัตรที่แท้จริง แต่คำว่าคล้ายคลึง แสดงว่าเกือบเหมือนหรือไม่ต้องเหมือนทีเดียว เพียงแต่มีลักษณะสีสันรูปร่างและขนาดคล้ายเงินตราที่แท้จริงก็เป็นความผิดตามมาตรานี้ เมื่อสำเนาธนบัตรของกลางเห็นได้ชัดเจนว่าเกิดจากการถ่ายสำเนาธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ของจริงลงในกระดาษธรรมดา สีสันในส่วนสำเนาธนบัตรก็เป็นเพียงสีขาว มิได้มีสีสันเหมือนธนบัตรฉบับจริง แม้ว่าขนาดของกระดาษจะเท่าของจริง เมื่อวิญญูชนทั่วไปดูแล้วย่อมทราบได้ทันทีว่าไม่ใช่ธนบัตรที่แท้จริง กรณีนี้จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันทำบัตรให้มีลักษณะและขนาดคล้ายคลึงกับเงินตรา

ส่วนการนำธนบัตรปลอมออกขาย ถือว่า เป็นการมีไว้เพื่อนำออกใช้ มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 244 ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งสิ่งใด ๆ อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา 240 หรือของแปลงตามมาตรา 241 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 1655/2503 คำว่า มีไว้เพื่อใช้ในมาตรา 244 นั้น บัญญัติไว้เพื่อให้แตกต่างกับมีไว้เฉยๆ การที่จำเลยมีธนบัตรปลอมไว้แล้วนำออกขาย ถือว่า เป็นการมีไว้เพื่อนำออกใช้ ตามมาตรา 244 แล้ว (นัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1254/2503)

ในส่วนการเป็นตัวการร่วม เช่น มีการคิดวางแผนร่วมกัน หรือแบ่งหน้าที่กันทำ แม้จะไม่ใช่ผู้ลงมือจำหน่ายธนบัตรปลอมเอง ไม่ได้เป็นผู้รับเงินเอง อาจจะเป็นตัวการร่วมมีความผิดเสมือนผู้ลงมือกระทำความผิดได้

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 2484/2530 จำเลยที่ 1 ตกลงขายธนบัตรปลอมให้กับผู้ซื้อ เมื่อจำเลยที่ 1 นำธนบัตรปลอมมามอบให้กับผู้ขอซื้อ จำเลยที่ 2 บุตรจำเลยที่ 1 เป็นผู้ส่งมอบซองจดหมายบรรจุธนบัตรปลอมให้ เป็นความผิดฐานร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244

การกระทำใดๆ ที่เป็นสิ่งแปลกใหม่ ควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ แม้ว่าท่านจะมีเจตนาดีก็ตาม แต่ก็อาจจะนำปัญหามาให้แก่ท่านและครอบครัวได้ครับ

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ หรือ Facebook: ทนายเจมส์ LK หรือ Instagram : james.lk