• 3 โรคที่หายได้เอง โดยไม่พึ่งยาปฏิชีวนะ
  • มีคนเสียชีวิตจาก "ภาวะเชื้อแบคทีเรียดื้อยา" มากกว่า 38,000 คนต่อปี
  • โทษของการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ

ช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ "ภาวะเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ" ของประเทศไทยรุนแรง จนทำให้มีคนเสียชีวิตจากภาวะเชื้อแบคทีเรียดื้อยามากกว่า 38,000 คนต่อปี ซึ่งปัจจัยสำคัญมากอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้เกิด คือการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยมีการใช้ในโรคที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ดังนี้

โรคที่หายเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ

  • โรคท้องเสีย หรือ อุจจาระร่วง (Diarrhea)

เป็นอาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำมากกว่าปกติ หรือในบางครั้งถ่ายเป็นมูกปนเลือด มักเกิดจากการติดเชื้อหรือภาวะอาหารเป็นพิษ หลังจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป โดยอาการจะเกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ในบางรายอาจอาการเรื้อรังเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเกิดจากโรคอื่นๆ ได้

โดยอาการท้องเสียที่พบได้บ่อย จะมีการถ่ายอุจจาระเหลว ถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป ถ่ายบ่อยกว่าปกติของแต่ละคน หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด 1 ครั้งหรือมากกว่านั้นภายใน 24 ชั่วโมง ในบางรายอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อ่อนเพลีย รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว และมีไข้ ถึงแม้ท้องเสียมักจะเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง แต่อาจสร้างความทรมานให้แก่ผู้ป่วยและเป็นเรื้อรังจนก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาในภายหลัง ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้

...

- เกิดภาวะขาดน้ำหรือมีอาการท้องเสียมากกว่า 2 วัน สำหรับเด็กเล็กหรือทารกหากมีอาการเกิน 1 วัน ควรรีบพาไปพบแพทย์ เนื่องจากเสี่ยงกับการเสียชีวิตจากภาวะขาดน้ำ

- มีอาการปวดอย่างรุนแรงในช่องท้องหรือทวารหนัก

- ไข้ขึ้นสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส

- ถ่ายอุจจาระมีเลือดหรืออุจจาระเป็นสีดำ

สำหรับการรักษาอาการท้องเสีย ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเฉพาะ เพราะอาการป่วยจะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามลำดับ แต่ผู้ป่วยก็ควรดื่มน้ำมากๆ หรือดื่มผงเกลือแร่ เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป

  • โรคหวัด-เจ็บคอ (Cold) - (Sore Throat)

โรคหวัดเกิดขึ้นได้จากเชื้อไวรัส โดยอาจทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม ปวดศีรษะ ปวดตามเนื้อตัว และมีไข้ร่วมด้วย ส่วนเจ็บคอจะมีอาการเจ็บ คัน หรือระคายเคืองที่ลำคอ และอาจส่งผลทำให้ยากต่อการกลืนน้ำหรืออาหาร อาการเจ็บคออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คอแห้ง, เสียงแหบ, ต่อมทอนซิลบวมและแดง, มีจุดขาวหรือหนอง และส่วนใหญ่มักจะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน ยกเว้นกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน

สำหรับการรักษาอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส อย่างโรคหวัดมักจะหายไปเองภายใน 5-7 วันโดยไม่ต้องใช้ยารักษา ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการเจ็บคอด้วยการกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ ดื่มน้ำอุ่น อมเกล็ดน้ำแข็ง หรือรับประทานยาเพื่อลดอาการเจ็บและมีไข้ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา เช่น ยาพาราเซตามอล นอกจากนี้ ข้อสำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

  • แผลเลือดออก ที่เป็นแผลสะอาด

บาดแผลตามร่างกายเกิดขึ้นได้จากการประสบอุบัติเหตุภายนอก เช่น ถูกของมีคมบาด, หกล้ม, รถชน จนเกิดความเสียหายของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น แผลมักปรากฏขึ้นเป็นแผลเปิดบริเวณผิวหนัง และมีเลือดไหลหรือซึมออกมาจากบาดแผล หากบาดแผลที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็ก ตื้น หรือไม่รุนแรง ผู้ป่วยก็สามารถล้างทำความสะอาดแผลได้ด้วยตนเองที่บ้าน โดยอาจใช้ยารักษาแผลสดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร เป็นต้น

สำหรับโทษของการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ

  • สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ต้องเสียเงินซื้อยาปฏิชีวนะแพงๆ

  • เสี่ยงต่อการแพ้ยา โดยมีอาการผื่นคัน รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ช็อก และอาจเสียชีวิตได้ 

  • อาการข้างเคียง จะตั้งแต่มีอาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องเดิน จนไปถึงอาการรุนแรง เช่น ตับอักเสบ, ตาบอด และเอ็นร้อยหวายฉีกขาด

  • ดื้อยา ทำให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่อันตรายมากขึ้น แพงขึ้น หรือหายาที่ใช้รักษาไม่ได้เลย

...

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นได้ รวมทั้งไม่ซื้อยาใช้เอง หากรู้สึกไม่สบายควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต.

ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ

กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun