ท่วมนครลดแต่ดับ 5 ทะลักไปยังจังหวัดตรัง ส่วนอีสานหนาวได้ใจ

ข่าว

    ท่วมนครลดแต่ดับ 5 ทะลักไปยังจังหวัดตรัง ส่วนอีสานหนาวได้ใจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ธ.ค. 2563 05:08 น.

    วิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ คร่าชีวิตชาวเมืองคอนอีก 5 ศพ ยอดพุ่งรวม 20 ศพ ที่ จ.ตรัง อ่วมรับมวลน้ำก้อนใหญ่ทะลักท่วมบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง จ.ปัตตานี น้ำล้นตลิ่งพื้นที่ริมแม่น้ำ เตือนชาวบ้านเร่งยกของขึ้นที่สูง ส่วนชาวบึงกาฬหนาวยะเยือกออกมานั่งผิงไฟคลายหนาวขณะที่กรมอุตุฯแจ้งอากาศจะเย็นลง 2-3 องศาเซลเซียส

    วิกฤติน้ำท่วมหนักภาคใต้หลายจังหวัดยังได้รับผลกระทบ โดยช่วงเช้าวันที่ 5 ธ.ค. ที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ทำให้มีโคลนตมและเศษขยะอยู่เต็มถนน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชใช้รถน้ำฉีดทำความสะอาด ขณะเดียวกันชาวบ้านเร่งเก็บของทำความสะอาดร้านค้า และบ้านเรือน แต่ยังมีบางพื้นที่น้ำท่วมขังอยู่ในที่ลุ่มต่ำ ประกอบด้วย ชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนเพนียด ถนนประตูขาว ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ ชุมชนซอยสมบูรณ์สุข และชุมชนหลัง ร.ร.นครพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน ร.ต.อ.สุชีพ ศรีสุวรรณ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ไปตรวจสอบศพนายติยะพงศ์ วิชัย อายุ 18 ปี ชาวบ้านใน ต.ฉวางหลังถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปในคลองทุ่งลาดจมน้ำหายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ต่อมาญาติไปพบศพลอยติดกอไม้ห่างจากจุดที่ตกน้ำประมาณ 800 เมตร

    ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจมน้ำใน จ.นครศรีธรรมราช อีก 4 ราย รายแรกนายบุญยงค์ สมบัติเทพสุทธิ์ อายุ 80 ปี จมน้ำเสียชีวิตที่บ้านหมู่ 6 ต.ปากพูน อ.เมือง รายที่ 2 พบศพนายไพศาล สารทเวช อายุ 50 ปี จมน้ำเสียชีวิตในคลองชะอวด ต.ท่าเสม็ด อ.ชะอวด รายที่ 3 ริมชายหาดขนอมอ.ขนอม พบศพนายอดิศักดิ์ นวลปาน อายุ 33 ปี ชาวประมงพลัดตกเรือขณะกำลังเก็บอุปกรณ์ในเรือ ถูกคลื่นแรงซัดจมทะเลหายไปตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 2 ธ.ค. และที่คลองราเมศวร์ เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชพบศพชายไม่ทราบชื่อ ลอยน้ำมีแผลแตกที่หน้าผากสรุปมีผู้เสียชีวิตที่พบในวันที่ 5 ธ.ค. รวม 5 ศพขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราชรวม20ศพ

    นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ระดับน้ำหลายพื้นที่ลดลงแล้วเกือบเข้าสู่สภาวะปกติ ยกเว้นพื้นที่ อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ และ อ.เฉลิมพระเกียรติ น้ำยังท่วมสูงเพราะเป็นพื้นที่สุดท้ายรองรับมวลน้ำมหาศาลก่อนไหลลงทะเล คาดว่าจะใช้เวลากว่า 1 เดือน พื้นที่ทั้ง 3 อำเภอน้ำจะลดลง จังหวัดจะเร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สรุปในพื้นที่น้ำท่วมรวม 19 อำเภอ 735 หมู่บ้าน 92 ชุมชน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 729,282 ราย 255,157 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าว สวนยาง ปาล์มน้ำมัน และพืชเกษตรอื่นๆ ได้รับผลกระทบกว่า 1 ล้านไร่ บ้านพังเสียหายบางส่วน 136 หลัง รถไฟยังวิ่งไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วมราง และดินสไลด์ทับรางช่วงสถานีนครศรี-ธรรมราช ถึงสถานีชุมทางทุ่งสง จำนวน 4 จุด

    จ.ตรัง มวลน้ำจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ไหลทะลักเข้าพื้นที่ผ่านลำคลองสายต่างๆเข้าพื้นที่ อ.รัษฎา อ.วังวิเศษ และ อ.ห้วยยอด จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรเป็นวงกว้าง ที่ทางเข้าวัดถ้ำเขาปินะ หมู่ 7 ต.นาวง อ.ห้วยยอด ตั้งป้ายปิดถนน เนื่องจากน้ำท่วมรถไม่สามารถสัญจรได้ ต้องใช้เรือเดินทางเข้าออกเท่านั้น ส่วนพื้นที่หมู่ 7 และหมู่11 บ้านไสกล้วยเถื่อน ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด มวลน้ำจากคลองยางยวลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 ครัวเรือน ระดับน้ำสูงมิดหัว เจ้าหน้าที่อบต.เขากอบ นำเต็นท์มาตั้งไว้ริมถนนเพื่อให้ชาวบ้านใช้เป็นที่พักชั่วคราว ที่ถ้ำเลเขากอบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมความงามของหินงอกหินย้อย ขณะนี้น้ำท่วมสูงปิดปากถ้ำ เจ้าหน้าที่สั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวชั่วคราว

    ขณะเดียวกันนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำตรัง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่ไหลมาจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ล่าสุดมวลน้ำดังกล่าวไหลผ่านจาก อ.รัษฎา มาถึง อ.ห้วยยอดแล้ว มีความเร็วอยู่ที่ 500-550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำตรัง พื้นที่ ต.หนองตรุด ต.บางรัก ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง รวมถึงพื้นที่อ.กันตัง เตรียมความพร้อมยกข้าวของไว้ที่สูง

    จ.พัทลุง น้ำท่วมขังในพื้นที่หมู่ 6 และหมู่ 8 ต.หารโพธิ์ หมู่ 3 บ้านจงเก ต.จองถนน อ.เขาชัยสน หมู่ 8 และหมู่ 11 ต.ลำปํา อ.เมือง หมู่ 2 ต.มะกอกเหนือ หมู่ 9 และหมู่ 11 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน สภาพบ้านเรือนอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลกว่า 3,000 ครัวเรือน น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลเนื่องจากน้ำทะเลหนุน ขณะที่ พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำเครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่มและยารักษาโรค มอบให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านจงเก ต.จองถนน อ.เขาชัยสน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

    นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณประตูระบายน้ำบ้านปากบาง หมู่ 6 ต.ระโนด อ.ระโนด เพื่อรับฟังบรรยายสรุป หลังจากนั้นลงเรือมอบสิ่งของให้ชาวบ้านที่หมู่ 1 และหมู่ 6 ต.บ้านขาว อ.ระโนด นายอนุชาเปิดเผยว่า จ.สงขลา น้ำท่วม 15 อำเภอ 78 ตำบล 464 หมู่บ้าน 58,825 ครัวเรือน สั่งการให้ ปภ.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เน้นย้ำให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

    จ.ปัตตานี น้ำในแม่น้ำปัตตานีล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 200 ครัวเรือน ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ยะรัง อ.หนองจิก อ.ปะนาเระ อ.เมือง และ อ.ยะหริ่ง เตรียมขนย้ายทรัพย์สินไว้ที่สูง ส่วนที่ จ.นราธิวาส ระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนริมน้ำ 7 ชุมชม เสียหายกว่า 100 ครัวเรือน

    นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทำให้เส้นทาง และสะพานชำรุดทรุดตัวเสียหาย กรมทางหลวงโดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) เร่งดำเนินการติดตั้งสะพานเหล็กเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ เป็นไปตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กำชับให้กรมทางหลวงช่วยเหลือ ประชาชน อำนวยความสะดวกปลอดภัย และซ่อมแซมโครงข่ายทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้อย่างเต็มที่

    นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-5 ธ.ค.2563 (เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย รวม 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 98 อำเภอ 529 ตำบล 3,633 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 383,669 ครัวเรือน

    ขณะที่หลายจังหวัดอากาศหนาว ที่ จ.บึงกาฬ ลมกระโชกแรงและอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิวัดได้ 14 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะริมแม่น้ำโขงที่ติดกับฝั่ง สปป.ลาว และเทือกเขาภูควาย ลมแรงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ต้องจอดเรือหยุดออกหาปลา ออกมานั่งผิงไฟคลายหนาว เช่นเดียวกับชาวบ้านใน จ.นครราชสีมา และ จ.ศรีสะเกษ ต่างใส่เสื้อกันหนาวทำให้ร่างกายอบอุ่น ส่วนที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย อุณหภูมิลดลงฮวบเหลือ 7 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นยอดภูไปชมความงดงามตามธรรมชาติ

    กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 6-7 ธ.ค. อากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝนลดลง และคลื่นลมมีกำลังอ่อนลง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1น้ำท่วมใต้น้ำลดอากาศหนาวกรมอุตุนิยมวิทยานครศรีธรรมราชข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 01:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์