ไลฟ์สไตล์
100 year

พบป่วยโควิดอีก 2 "เชียงราย-พะเยา" ทํางานในพม่า ลักลอบเข้ามา จี้เช็กไทม์ไลน์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ธ.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

ผงะ! ไทยเจอคนติดเชื้อโควิด-19 ผุดรายวัน มาจากกลุ่มคนไทยลักลอบข้ามแดนจากฝั่งเมียนมา เข้าเมืองผิดกฎหมายโดย จ.เชียงราย เจอสาวติดเชื้อเพิ่มอีก 2 คน รอลุ้นผล อีก 2 จากสองก๊วนลอบเข้ามาทางแม่สาย ส่วน จ.พะเยา เจอด้วย เจ้าหน้าที่ตามสกัดได้ขณะขับรถจากเชียงใหม่จะกลับบ้านหลังไปเที่ยวมาทั่ว ด้าน สตม.เตรียมประสาน จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา เปิดสะพานให้คนไทยกลับประเทศ อย่างถูกต้อง ส่วนที่เชียงใหม่ เริ่มโล่งหลังผลตรวจกลุ่ม เสี่ยงสัมผัสสาวติดเชื้อเป็นลบหมด ขณะที่ผู้ประกอบการ ท่องเที่ยวใจปํ้า ให้ค่าทำขวัญ 1 แสนบาท หากมาเที่ยว เชียงใหม่เดือนนี้แล้วติดเชื้อ ด้าน “อนุทิน” จวกแหลก พวกลอบเข้าเมืองเห็นแก่ตัว สั่ง สธ.จังหวัดงัดทุกข้อกฎหมายดำเนินคดี รวมถึงผู้ให้ที่พักพิงแล้วไม่แจ้ง ทางการโดนด้วย

ไทยเริ่มกลับมาเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเข้มงวดมากขึ้น หลังพบคนไทยที่ลักลอบข้ามแดนจากฝั่งเมียนมากลับเข้ามาในประเทศ แต่ติดเชื้อกลับมาด้วย

ข่าวแนะนำ

เชียงรายเจอติดเชื้อเพิ่ม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 1 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข ถึงการพบผู้ป่วยโควิด-19 อีก โดย นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ขณะนี้ตรวจพบผู้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศ ได้แก่ กรณีหญิงไทย อายุ 29 ปี ที่ จ.เชียงใหม่ หญิงไทย อายุ 26 ปี และ 23 ปี ที่ จ.เชียงราย และล่าสุด พบหญิงไทย อายุ 25 ปี ยืนยันผลว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ จ.เชียงราย ซึ่งทั้ง 4 คน ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอให้คนไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง ขอให้มีจิตที่ดีที่จะเข้าประเทศ ขอให้เข้ามาในช่องทางที่ถูกต้อง อย่าลักลอบเข้ามา เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพตัวเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนใกล้ชิด ชุมชน เศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงขอให้ทุกคนช่วยสอดส่องและไม่ส่งเสริมให้คนเหล่านี้เข้ามาโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์ ระบบสาธารณสุขของเราสามารถรับมือได้ และอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เพราะผ่านมาแล้ว 5 วัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากผู้ป่วยที่เป็นหญิง อายุ 29 ปี ที่ จ.เชียงใหม่ สำหรับคนเชียงใหม่และเชียงราย ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นแค่บางพื้นที่ ไม่ใช่ทั้งจังหวัด นักท่องเที่ยวยังสามารถท่องเที่ยวได้ เพียงแต่ขอให้สวมหน้ากาก เว้นระยะห่างในชุมชน ล้างมือบ่อยๆ

เปิดไทม์ไลน์ผู้ป่วยล่าสุด

ด้าน นพ.โสภณกล่าวถึงไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายล่าสุด หญิงไทย วัย 25 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนา จ.พะเยา ต้นเดือน พ.ย.63 เดินทางไปทำงานที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา พร้อมเพื่อน 2 คน และวันที่ 24 พ.ย. เดินทางมาตามช่องทางธรรมชาติพร้อมเพื่อน 2 คนมาทาง อ.แม่สาย โดยสวมหน้ากากตลอด วันที่ 24-27 พ.ย.เข้าพักที่โรงแรมใน อ.แม่สายไม่ได้ออกจากห้องพักไปไหน และสั่งอาหารทางแกร็บ วันที่ 28-30 พ.ย.ย้ายมาพักที่โรงแรมในเขต อ.เมืองเชียงราย และประสานเจ้าหน้าที่ขอมารับการตรวจ จากนั้นวันที่ 30 พ.ย. เข้ากักตัวที่กองร้อย อส.ตรวจหาเชื้อ ผลเป็นบวก จึงส่งมารักษาที่ห้องแยกโรคที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนเพื่อนที่ร่วมเดินทางมา ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แต่ผลตรวจเป็นลบ ยังต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการ

ประเมินเสี่ยงระบาดน้อย

นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการประเมินความเสี่ยงของการระบาดพบว่า ผู้ป่วย 3 รายที่พบใน จ.เชียงราย ได้แก่ หญิงอายุ 26 ปี 23 ปี และ 25 ปี นั้น ทั้ง 3 คน มีอาการน้อย แม้จะพบเชื้อในปริมาณมาก แต่มีการป้องกันตนเองดีโดยสวมหน้ากากตลอดเวลา และเข้า รพ.ได้เร็ว อีกทั้งส่วนใหญ่อยู่ในที่พักขณะป่วย ไม่ออกไปที่ชุมชน จึงมีผู้สัมผัสโรคจำนวนน้อย จึงช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด และที่ผ่านมา 2 วัน ยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และล่าสุดประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย ตระหนักถึงการป้องกันตนเองมากขึ้น มีการสวมหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น

ผลตรวจ 4 คนไทยเป็นลบ

ส่วนความคืบหน้าการจับกุมหญิงไทย 3 ราย สาวประเภทสอง 1 คน ที่ลอบเข้าประเทศไทยทางลำน้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก และเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่จัน อ.แม่สาย จ.เชียงรายนั้น เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.เฟซบุ๊กของศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โรงพยาบาลแม่สาย ได้แจ้งผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ทั้ง 4 มีผลการตรวจเป็นลบ ขณะนี้ได้รับการกักตัวในพื้นที่ที่ทางการจัดไว้จนกว่าจะครบ 14 วัน และจะมีการตรวจเชื้อซ้ำตามกำหนด ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลแม่สาย ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกฉีดพ่นยา ทำความสะอาด ตามตลาดและสถานที่ท่องเที่ยวแม่สาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว

พบผู้ติดเชื้อมาจาก ตปท.10 คน

สำหรับภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ของไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานวันที่ 1 ธ.ค.ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 10 คน เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าในสถานที่กักกันของรัฐ โดยมาจากประเทศซูดาน 1 คน ปากีสถาน 2 คน สหรัฐอเมริกา 3 คน รัสเซีย 4 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,008 คน หายป่วย 8 คน รักษาตัวอยู่ 137 คน เสียชีวิตเท่าเดิมที่ 60 คน

ผงะลอบข้ามแดนแม่สายติดเชื้ออีก

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รอง ผวจ.เชียงราย นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันแถลงถึงผลการตรวจเชื้อโควิด-19 สาวอายุ 25 ปี ทำงานสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก ฝั่งเมียนมา สถานที่เดียวกับ 2 หญิงสาวที่หลบหนีกลับมาก่อนและตรวจพบเชื้อโควิด-19 โดยไทม์ไลน์ของสาวอายุ 25 ปี ที่ติดเชื้อล่าสุดพบว่าช่วงวันที่ 2-25 พ.ย.ยังอยู่ที่เมียนมา แต่พอทราบข่าวเพื่อนที่ทำงานที่เดียวกันติดโควิด-19 จึงเดินทางกลับเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติในเช้ามืดวันที่ 26 พ.ย.โดยมาพร้อมเพื่อนหญิง 3 คน

สั่งกักตัว–รอผลตรวจเพิ่ม

ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเดินทางถึงฝั่งไทย เวลา 08.00 น. เข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งหน้าด่านพรมแดนใน อ.แม่สาย จากนั้นทั้งหมดไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อบริเวณดังกล่าว และสั่งอาหารทางออนไลน์ วันที่ 27 พ.ย. เพื่อนคนที่ 3 แยกไปอยู่กับแฟนผู้ชายที่ห้อง ใกล้กัน โดยตลอดทั้งวันผู้ป่วยอยู่ในห้อง จากนั้นวันที่ 28 พ.ย. หญิงสาวพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เดินทางโดยรถแท็กซี่ไปพักที่โรงแรมในเมือง ส่วนเพื่อนอีก 1 คน พักอยู่กับแฟนที่ อ.แม่สาย วันที่ 29 พ.ย.ออกจากโรงแรมที่พักไปหาซื้ออาหารที่ตลาดใกล้ที่พัก และแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านใกล้ที่พัก จากนั้นได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่เนื่องจากมีประวัติติดต่อกับผู้ป่วยยืนยันที่เชียงใหม่ เพื่อเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 วันที่ 30 พ.ย. หญิงสาวทั้ง 3 คน ได้ไปตรวจที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งไปสถานที่กักกันที่กองร้อย อส.เชียงราย โดยเวลา 23.00 น. ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในสาวอายุ 25 ปี ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ไม่พบเชื้อ แพทย์จึงส่งตัวคนป่วยเข้ารักษาที่ห้องแยกโรค รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนเพื่อนสาวอีก 2 คน ส่งไปกักตัวที่ รพ.แม่ลาว อ.แม่ลาว ส่วนสาวอีก 1 ที่พักอยู่กับแฟนผู้ชายในโรงแรม อ.แม่สาย ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตามตัวมาเข้ารับการตรวจ และกักตัวที่ รพ.แม่สาย คาดว่าผลการตรวจจะรู้ในวันที่ 2 ธ.ค.

สกัดสาวจากเชียงใหม่มุ่งพะเยา

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตั้งจุดตรวจบนถนนสายพะเยา-วังเหนือ ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมืองจังหวัดพะเยา เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้ง จากจังหวัดเชียงใหม่ว่ามีหญิงสาวติดเชื้อโควิด-19 ในเขตพื้นที่ กำลังเดินทางจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่จังหวัดพะเยา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจเจอหญิงสาวคนดังกล่าว และนำตัวส่ง รพ.พะเยา ซึ่งผลการตรวจเชื้อยืนยันเมื่อช่วงสายวันที่ 1 ธ.ค. ว่าเป็นบวก จึงกักตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลพะเยาและขยายผล พร้อมนำตัวสามีเข้าระบบกักตัว ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เช่นกัน ทั้งนี้ จากการสอบสวนของ สสจ.พะเยา ทราบว่าหญิงสาวรายนี้ อายุ 28 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ไปทำงานที่โรงแรมในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ช่วง 1-28 พ.ย. จากนั้นวันที่ 29 พ.ย. เดินทางจากเมียนมามาไทยทางเส้นทางธรรมชาติ และนั่ง จยย.มาที่ขนส่งแม่สาย เหมารถแท็กซี่แดง-ขาว จากขนส่งไปบิ๊กซีเชียงราย ไปงานสิงห์ปาร์คกับแฟนแล้วเข้าพักในโรงแรมที่เชียงราย ต่อมาวันที่ 30 พ.ย.ออกจากโรงแรมในเชียงรายไปเชียงใหม่และเข้าตรวจเชื้อที่ รพ.เอกชนในเชียงใหม่แล้วใช้รถยนต์ส่วนตัวกลับพะเยา ก่อนถูกนำตัวเข้ารักษาที่ รพ.พะเยา

มช.ปรับรูปแบบงานเดินขึ้นดอย

นอกจากนี้ วันเดียวกัน ผศ.ดร.วรพจน์ เสรีรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รองประธานฝ่ายจราจรโครงการรับน้องขึ้นดอยปี 2563 ได้ออกประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าจะไม่มีการจัดกิจกรรมการเดินขึ้นดอยของนักศึกษา มช.ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษา และสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีประกาศจากจังหวัดให้งดการจัดงานขึ้นดอยก็ตาม แต่เมื่อสถานการณ์โควิดเปลี่ยนไป ดังนั้น ในปี 2563 นี้มีการปรับรูปแบบ โดยจะมีผู้บริหาร มช. และตัวแทนนักศึกษาขึ้นไปนมัสการพระธาตุ จะใช้รถตู้จำนวนไม่เกิน 3-5 คันเท่านั้น ในการเป็นตัวแทนไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ โดยเป็นการขึ้นดอยแบบปกติ เช่นนักท่องเที่ยวทั่วไป ไม่มีการปิดกั้นถนนใดๆ

แม่สายจัดการคนลอบข้ามแดน

วันเดียวกัน ที่ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย นายประสงค์ หล้าอ่อน นอภ.แม่สาย เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากมีผู้ติดเชื้อหลบหนีข้ามจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เข้ามา อ.แม่สาย ว่าในที่ประชุมได้สรุปแนวทางปฏิบัติกรณีผู้ลักลอบเข้าประเทศ หากตรวจพบต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองต่อหน้า ให้พื้นที่ผลักดันกลับทันที หากเข้ามาในพื้นที่ให้นำส่ง ตม.สำหรับคนไทย ส่วนผู้ถือบัตรหัว 0 (ผู้เข้าไทยมาก่อนปี 2550) ให้แจ้งผู้นำฝ่ายปกครองนำส่งตำรวจ หากจับกุมได้ตอนกลางคืนให้กักกันตัว ณ จุดที่ตั้งหน่วยทหาร การสอบสวน คัดกรองแจ้งทางสาธารณสุขร่วมทุกครั้ง และส่งเข้าสถานที่กักกันตัวที่กองร้อย ตชด.ที่ 327 อ.แม่จัน ที่รับได้ประมาณ 40 คน หากพบผู้ที่ถือบัตรหัว 0 หรือบัตรหัว 6 (ผู้เข้าไทยมาช่วงปี 2534-2535) แอบข้ามไปมา จะถูกเพิกถอนบัตรทันทีและผลักดันออก ขณะนี้ผู้ถือบัตรหัว 0 หัว 6 ที่อยู่ฝั่งท่าขี้เหล็ก จะกลับเข้าไทย สามารถไปลงทะเบียนกับทีบีซีที่สะพานด่านพรมแดน 2 ฝั่งเมียนมา

ประสานท่าขี้เหล็กรับคนไทยกลับ

ส่วนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณี 4 คนไทยลอบเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติที่ อ.แม่สอด จ.ตาก แม้ผลตรวจเชื้อเป็นลบ แต่ก็ดำเนินการแจ้งข้อหาทั้ง 4 คนแล้ว 3 ข้อหา พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ขณะที่ พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน ผกก. ตม.เชียงราย ระบุ ผวจ.เชียงราย ประสานกับ ผวจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขอเปิดสะพานสอง ให้คนไทยที่ทำงานฝั่งเมียนมาประมาณ 200 คน กลับเข้าไทยและต้องถูกกักตัว 14 วันตามระเบียบ คาดว่าอีก 2-3 วันนี้จะดำเนินการได้

รวบสาวเมียนมาลอบมาทางทะเล

ที่ จ.ชลบุรี ช่วงเช้าวันที่ 1 ธ.ค.นายพิเชษฐ์ ธรรมโหร ปลัดอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมสาธารณสุขอำเภอสัตหีบ บุกจับกุม น.ส.โซโซ เมี้ยะ อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา หลบหนีเข้ามาพักอยู่กับสามีชาวเมียนมา ในซอยชายโสด หมู่ 2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากการสอบถาม น.ส.โซโซ เมี้ยะ ทราบว่าเดินทางมาทางเรือกับชาวเมียนมาหลายคน มาขึ้นฝั่งในประเทศไทย ไม่ทราบว่าที่ใด จากนั้นเดินหลบหนีมาทางป่าเข้ามาพักกับสามีชาวเมียนมาที่ทำงานเป็นลูกจ้างในตลาดเช้าสัตหีบ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.โดยไม่ได้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแต่อย่างใด จึงได้นำตัวส่ง รพ. สัตหีบ กม.10 เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบในเรื่องของเชื้อโควิด-19

นายกฯจี้ดำเนินคดีพวกมุดเข้าเมือง

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีที่เชียงรายและเชียงใหม่ ว่าต้องดำเนินคดี เพราะลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่เราอย่าตื่นตระหนกเกินไป จนยกเลิกการจองโรงแรมกัน ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เขาตรวจสอบไป 100 กว่าคนที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครติด ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการป้องกันลักลอบข้ามแดน ป้องกันการแพร่ระบาด เราทำทุกอย่างแล้วก็เขาไม่ผ่านด่าน แล้วถามว่ามันกี่กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ ดูแลเต็มที่แล้ว บางทีคนคนเดียวหรือ 2 คน มุดเข้ามาตรงโน้น ตรงนี้ ลองไปอยู่ที่ชายแดน อยู่กินนอนกับทหารชายแดนสักวัน จะได้รู้ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ไม่อย่างนั้นก็ไม่เข้าใจกันอยู่อย่างนี้

“อนุทิน” จวกหนักคนลอบเข้าเมือง

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.เชียงใหม่ ว่าขณะนี้มีการตรวจซ้ำเพื่อขยายผลให้มากที่สุด เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นความเห็นแก่ตัวของคนไม่กี่คนที่ทำความเดือดร้อนให้กับคนไทยอื่นๆอีกมาก เนื่องจากประกาศแล้วว่าห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่มี 2-3 ราย หรือมากกว่ายังเดินทางเข้าออกเป็นว่าเล่นผ่านช่องทางธรรมชาติ ถือว่าผิดกฎหมาย ตนสั่งการไปที่สาธารณสุขจังหวัดให้ดำเนินคดีให้แรงที่สุด จะใช้ทุกมาตรา อาทิ ลักลอบเข้าเมือง ผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่ปฏิบัติตามกฎการกักตัว 14 วัน แม้กระทั่งโรงแรมที่ให้พักอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ทำร้ายบ้านเมือง ไม่ควรสงสาร หรือให้ความชื่นชมคนที่ทำความเดือดร้อน ทั้งที่เรากำลังจะเปิดประเทศ แต่ต้องมาทบทวนวิธีการผ่อนคลายใหม่ และขอชื่นชมตำรวจกับฝ่ายปกครอง ที่ตรวจสอบจากโทรศัพท์ถึงทราบว่าบุคคลดังกล่าว เดินทางไปที่ไหนมาบ้าง

ซัดทำการลดกักตัว 10 วันล่าช้า

นอกจากนี้ นายอนุทินกล่าวถึงมาตรการการลดวันกักตัวเหลือ 10 วันว่าเมื่อมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา การผ่อนคลายต่างๆก็ต้องหาวิธีการป้องกันใหม่ ที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุแบบนี้คนที่ติดเชื้อไม่รับผิดชอบ รู้ทั้งรู้ว่าการลักลอบเข้ามานั้นผิดกฎหมาย แค่นั้นยังไม่พอ แทนที่จะเข้ามาแล้วมาหาเจ้าหน้าที่หรือมาโรงพยาบาล แต่ยังไปเดินเที่ยวเดินทางข้ามจังหวัดถือว่าแย่มาก ต้องให้ความร่วมมือทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งภาครัฐก็เต็มที่ ประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย

วันเดียวทั่วโลกติดเชื้อเกือบครึ่งล้าน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นอีกกว่า 481,000 คน ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่กว่า 63 ล้านคน เสียชีวิตอีกราว 8,100 คน รวมแล้วถึง 1.47 ล้านคน ส่วนที่สหรัฐอเมริกา ยังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยผู้ติดเชื้อเพิ่มเกือบ 1.5 แสนคน ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อใกล้แตะ 14 ล้านคน เสียชีวิตเพิ่มกว่า 1.1 พันคน รวมยอดสะสม 2.74 แสนคน ขณะที่ประเทศเมียนมาที่มีพรมแดนติดกับไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1,227 คน ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 9 หมื่นคนแล้ว และเสียชีวิตเพิ่มอีก 23 คน รวมยอดสะสมเกือบ 2 พันคน ส่วนที่ฟิลิปปินส์ ขยายมาตรการคุมเข้มเป็นบางส่วนในกรุงมะนิลาไปถึงสิ้นปีนี้ และทางการยังขอให้ประชาชนจำกัดจำนวนในการรวมตัวฉลองเทศกาลคริสต์มาส ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา ห้ามจัดพิธีแต่งงานและรวมตัวกันเกิน 20 คน ด้านเวียดนาม พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเป็นรายแรกในรอบเกือบ 3 เดือน

รัสเซียเริ่มทดลองวัคซีนที่ 2

ขณะที่บริษัท โมเดอร์นา อินซ์ ของสหรัฐฯ ยื่นขออนุมัติฉุกเฉินการใช้วัคซีนรักษาโควิด-19 กับคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) และเตรียมยื่นขอกับยุโรปด้วย หลังผลการทดลองขั้นสุดท้ายพบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 94.1 ซึ่งทาง FDA จะประชุมหารือในวันที่ 17 ธ.ค. ทำให้โมเดอร์นาเป็นบริษัทเอกชนรายที่ 2 ที่ยื่นขอกับ FDA หลังบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐฯ ที่ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี ยื่นขออนุมัติฉุกเฉินให้กับวัคซีนที่ให้ประสิทธิภาพร้อยละ 95 ขณะที่สำนักข่าว RIA ของรัสเซีย รายงานว่า ทางการรัสเซียเริ่มทดลองวัคซีนตัวที่ 2 ชื่อว่า “เอพิวัค-โคโรนา” ขนานใหญ่กับบุคคลที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โควิด-19COVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กระทรวงสาธารณสุขลักลอบเข้าไทยข่าววันนี้สุขภาพ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 08:48 น.