กรมอนามัย เปิด 5 จุดเสี่ยงซ่อนเชื้อโรคบน "รถแท็กซี่" ที่มีผู้โดยสารสัมผัสบ่อยๆ พร้อมแนะทำความสะอาดประจำ ลดเสี่ยงสัมผัส โดยต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในรถ

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาดแท็กซี่สาธารณะเพื่อผลักดันให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Safety and Health Administration (SHA) ที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองกำกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ณ บริเวณลานจอดรถโรงละครสยามนิรมิต กรุงเทพมหานคร ว่า ในช่วงการเฝ้าระวังสถานการณ์โควิด-19 ผู้ประกอบการหรือผู้ขับรถแท็กซี่ ควรมีการป้องกันและสร้างสุขอนามัยที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการล้างทำความสะอาดรถทุกวันก่อนนำรถออกให้บริการ และหลังการให้บริการ

ทั้งนี้ โดยเน้นการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิว 5 จุดเสี่ยงที่มีผู้โดยสารสัมผัสบ่อยๆ ได้แก่ 1. ที่จับบริเวณประตู 2. ที่จับเหนือหัวผู้โดยสาร 3. เบาะนั่ง 4. ที่เท้าแขน และ 5. กระจกภายในรถ ด้วยน้ำผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด และแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ทุกครั้งที่ผู้โดยสารลงจากรถเพื่อทำลายเชื้อโรค รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้บริการในกรณีที่พบผู้โดยสารมีอาการไข้ ไอ จาม และไม่สวมหน้ากากอนามัย

สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ หรือมีอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้แจ้งงดเช่ารถ และไปพบแพทย์ทันที ที่สำคัญ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่และผู้โดยสาร ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในรถแท็กซี่ และล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ หรือทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หลังการใช้บริการทุกครั้ง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

...

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่รถแท็กซี่เท่านั้น ขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ เช่น รถร่วมบริการ รถตู้โดยสาร MRT BTS Airport Rail Link ควรทำความสะอาดในจุดเสี่ยงที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เป็นประจำด้วย.