ตำรวจเหมือนหนังหน้าไฟ กับทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ตำรวจนี่แหละมีหน้าที่ต้องกำกับดูแลก่อนทุกครั้ง?
และในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ไม่เคยได้รับคำชม...แต่ถูกกล่าวหาตำหนิติเตียนเป็นหน่วยงานแรกๆเสมอ เพราะต้องเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย
สถานการณ์การชุมนุมของม็อบ 3 นิ้ว ปัจจุบันก็เช่นกัน...
หลังเหตุการณ์ฉีดน้ำ สี และสารเคมี ใส่ผู้ชุมนุมที่แยกปทุมวัน กระแสวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจออกมาจากทั่วสารทิศ กล่าวหาว่า ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ!
อันนี้ก็เข้าใจได้ว่า เพราะภาพมันออกไปไม่สวย เนื่องจากผู้ชุมนุมบางส่วน เป็นเพียงนักเรียน นิสิต นักศึกษา และปราศจากอาวุธ
แต่ที่ตำรวจตัดสินใจ ณ ตอนนั้น มันมีเหตุผลของมันอยู่ แต่บางครั้งมันพูดไม่ได้?
เป็นเรื่องน่าเห็นใจหัวหน้าองค์กรอย่าง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่เข้ามารับตำแหน่งปุ๊บ เจอม็อบปั๊บ เรียกว่าไม่ให้มีเวลาตั้งตัวไหว้ครูกันเลยทีเดียว
วันก่อนเลยออกมาให้สัมภาษณ์หลายเรื่องชนิดหมดเปลือก ในฐานะหัวหน้า กอร.ฉ. ยืนยันว่าไม่ท้อ “งานตำรวจเป็นแบบนี้มาตลอดชีวิต อาจมีเบาบ้าง หนักบ้าง ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือกดดัน เพราะอีก 2 ปีก็กลับบ้านแล้ว”
เพียงแต่ว่าเป็นห่วงอนาคตองค์กรจะเป็นอย่างไร ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ชาวบ้านจะอยู่อย่างไร?
กดดันหรือไม่ที่สังคมตำหนิตำรวจว่าเป็น “ขี้ข้าเผด็จการ” ขอบอกว่า “เราเป็นขี้ข้าของกฎหมาย” ที่บังคับให้เราทำอยู่
...
วันนี้เราถือกฎกติกาบ้านเมือง ถามว่ามีกฎกติกาอื่นให้เราเลือกหรือไม่ วิธีการบริหารราชการปัจจุบันเป็นแบบนี้ เราต้องยึดถือ ถ้าเราไม่ยึดถือตรงนี้แล้วใครจะยึดถือ เราเป็นคนรักษากติกาของคนทั้งประเทศของคนทุกฝั่ง
หากเราไม่ทำ ก็ไม่มีคนอื่นทำ...
ชัดเจนดีครับ ท่าน ผบ.ตร. เป็นกำลังใจให้ละกันครับ.
สหบาท