ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แม่สอดเข้มยกระดับล็อกดาวน์ งดศาสนกิจปิดผับ ออกซ์ฟอร์ดสัญญาให้ไทยผลิตยารักษา

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ต.ค. 2563 05:01 น.
    SHARE

    คกก.โรคติดต่อจังหวัดตาก สั่งยกระดับควบคุมพื้นที่ชุมชนใน อ.แม่สอด หลังพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 5 คน งดประกอบศาสนกิจทั้งมัสยิดและวัดในพื้นที่ใกล้เคียง งดเรียน 7 วัน โรงเรียน 5 แห่ง ศูนย์เด็กเล็ก 1 แห่ง ให้สอนแบบออนไลน์แทน พร้อมปิดผับ บาร์ คาราโอเกะในพื้นที่ ปิดด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เพื่อจัดระเบียบใหม่ ขณะเดียวกันมีข่าวดี! ม.ออกซ์ฟอร์ดลงนามใช้ไทยเป็นฐานผลิตวัคซีนโควิด-19 และได้สิทธิจัดจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ให้ ปท.ในอาเซียน ทำให้ไทยได้รับวัคซีนลำดับต้นๆของโลก ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกติดเชื้อแล้วแตะ 40 ล้านคน

    ความคืบหน้ากรณี อ.แม่สอด จ.ตาก พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) 5 คนรวด เป็นชาวเมียนมาจากครอบครัวเดียวกัน พำนักในชุมชนมะดีนะฮ์ ที่มีมุสลิมอยู่หนาแน่น และชุมชนถุงทอง จนทางจังหวัดสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ไปแล้วนั้น

    ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า การพบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 5 รายนั้น เจ้าหน้าที่สอบสวนโรคตามไทน์ไลน์ของผู้ติดเชื้อ กำหนดผู้ที่ต้องเฝ้าระวัง 55 ราย ผลการตรวจเชื้อเป็นลบทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะสอบสวนโรคเพิ่มเติม ควบคู่กับการตรวจเชิงรุกในชุมชนเกี่ยวข้อง สำหรับมาตรการหลังพบผู้ติดเชื้อทั้ง 5 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตากมีมติยกระดับควบคุมพื้นที่ชุมชนที่เป็นพื้นที่ไข่แดง มีการดูความเสี่ยง มีชุมชนย่อยของชุมชนวัดหลวง คือชุมชนมะดีนะฮ์ที่มีพี่น้องมุสลิมอยู่หนาแน่น และชุมชนถุงทองมีการล็อกดาวน์และลงไปคัดกรองการเข้าออก ยกระดับการควบคุมการเข้าออกให้มีการเคลื่อนที่น้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีมติที่จะงดเว้นการประกอบศาสนกิจทั้งมัสยิดและวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และโรงเรียน จำนวน 5 แห่ง ศูนย์เด็กเล็ก 1 แห่งที่จะต้องงดการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ โดยเริ่มในวันจันทร์ที่ 19 ต.ค.นี้ เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ซึ่งจะมีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ สถานบริการขอความร่วมมืองดเป็นเวลา 7 วัน ส่วนห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ยกระดับเข้มข้นแต่ไม่ปิด สำหรับทุกอำเภอที่มีรอยต่อกับอำเภอแม่สอด จะมีการตั้งด่านคัดกรองโควิด-19 โดยสนธิกำลังทหาร ตำรวจ ปกครอง และสาธารณสุข ในการคัดกรองเข้าออกของบุคคล ซึ่งจะดำเนินได้ในวันนี้ นอกจากนี้ยังจะมีการปิดด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาแห่งที่ 2 อำเภอแม่สอด และช่องทางท่าข้าม ช่องทางธรรมชาติทั้งหมด 33 แห่ง งดการขนส่งสินค้าตลอดแนวชายแดน เพื่อจัดระเบียบระบบใหม่ทั้งหมด

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังมีข่าวการปิดด่าน ทำให้มีรถบรรทุกกว่า 100 คัน รอคิวทำพิธีศุลกากรเพื่อข้ามไปส่งสินค้ายังฝั่งเมียนมา รวมทั้งรถเมียนมามารอรับสินค้าที่จะขนถ่ายจำนวนมากเช่นกัน

    สำหรับคำสั่งของนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ปิดสถานที่ต่างๆตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.2563 เป็นต้นไป รายละเอียดสถานที่มีดังนี้ 1.ห้ามเข้าออกย่านมะดีนะฮ์ ถุงทอง วัดหลวง (lock down) 2.ให้งดปฏิบัติศาสนากิจและศาสนาพิธี ทุกศาสนา 3.งดใช้สถานศึกษา อาคาร เป็นเวลา 7 วัน ดังนี้ 3.1.โรงเรียนสรรพวิทยาคม 3.2.โรงเรียนราษฎร์วิทยา 3.3.โรงเรียนอิสลาม 3.4.โรงเรียนอนุบาลการุณย์ 3.5.โรงเรียนบ้านหัวฝาย 3.6.ศูนย์การศึกษาพิเศษแม่สอด 3.7.ศูนย์จริยธรรมมัสยิดอันชอร์ 3.8.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอิสลาม 4.ห้ามกินอาหารที่ร้าน ให้ซื้อกลับไปกิน 5.ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ให้ดำเนินการจัดโซนวัดอุณหภูมิทุกครั้ง 6.ปิดสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ 7.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีผู้มาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก หากฝ่าฝืนคำสั่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    อย่างไรก็ดี ช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดซุ่มเฝ้าระวังป้องกันในจุดล่อแหลมริมแม่น้ำเมย พบรอยเท้าคนจำนวนมากเดินขึ้นริมตลิ่งแม่น้ำเมย และพบรอยล้อลากกับพื้นดินที่เป็นพื้นทราย คาดว่าเป็นล้อของกระเป๋าเดินทางหลายรอย มุ่งหน้าจากแนวชายแดนตรงเข้าไปในป่ารกทึบ ในเขตตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เจ้าหน้าที่จึงรีบแกะรอยติดตามไปจนพบกับกลุ่มคนแอบซุกซ่อนตัวอยู่ในป่ารกทึบ จากการตรวจสอบพบเป็นหญิง 11 คน และชาย 1 คน รวม 12 คน เป็นคนไทยทั้งหมด มาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ จากการสอบสวนเบื้องต้นคนไทยทั้งหมดให้การว่าได้เข้าไปทำงานในเขตจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา แต่ไม่ยอมบอกว่าทำงานชนิดใดและกลัวสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเมียนมาที่กำลังระบาด จึงว่าจ้างเรือหางยาวในฝั่งเมียนมานั่งโดยสารลักลอบข้ามแนวชายแดนเพื่อหวังจะเข้าไปในตัวอำเภอแม่สอด แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวทั้งหมดตรวจหาเชื้อโควิด-19 และดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรแม่สอด

    ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยหลังเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว มาตรวจราชการที่อำเภอแม่สอด โดยเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทั้งที่บริเวณด่านพรมแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ศูนย์ local Quarantine และโรงพยาบาลแม่สอดว่า ประสิทธิภาพการคัดกรองผู้ป่วยของไทยสูงมาก การคัดกรองของหน่วยงานแม่สอดหากไม่ใช่คนลักลอบเข้ามาเมืองแล้ว โรคโควิดจะไม่มีทางจะหลุดรอดไปได้เราจะตรวจเจอหมด เพราะระบบเราดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะเราส่งรถตรวจชีวนิรภัยพระราชทาน มาสนับสนุนความแม่นยำในการตรวจคัดกรอง ซึ่งการติดเชื้อมาจากการลักลอบเข้าเมือง ส่วนทั้ง 5 รายที่ตรวจพบเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ทางการแพทย์มีรายงานเลยว่าโอกาสแพร่เชื้อยาก อย่าไปตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เราเอาอยู่ ไม่ต้องกังวล

    วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) การผลิตและจัดสรรวัคซีนวิจัยป้องกันโควิด-19 ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยวัคซีนที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ซึ่งการผลิตวัคซีนนั้นมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าอย่างมากและเริ่มทดลองกับมนุษย์แล้ว

    น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่าความร่วมมือนี้จะใช้โรงงานของบริษัท สยามไอโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นแหล่งผลิตวัคซีน โดยได้รับความร่วมมือประสานงานของเอสซีจี ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมงานด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมายาวนาน และในหนังสือแสดงเจตจำนงดังกล่าว มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดยังให้สิทธิประเทศไทยในการจัดจำหน่ายวัคซีนให้แก่ประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านสาธารณสุข มีความสามารถที่จะใช้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งมีความสำคัญต่อประชากรโลก และจะทำให้คนไทยได้รับวัคซีนเป็นประเทศแรกๆของโลก นอกจากนี้ยังจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการวิจัย แสดงถึงความคืบหน้าไปอีกขั้นในการจัดหาวัคซีนมาใช้ในประเทศ ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

    “นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมจัดหาวัคซีนหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการจองล่วงหน้าจากต่างประเทศ และสนับสนุนการผลิตวัคซีนภายในประเทศ เพื่อให้ได้วัคซีนอย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ” น.ส.ไตรศุลีกล่าวและว่าการเตรียมความพร้อมเรื่องสาธารณสุขและการรับมือกับโควิด-19 รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมเรื่องงบประมาณ ซึ่งนอกจากการจัดสรรวงเงินตามเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่มีการจัดสรรไว้ให้ใช้ด้านสาธารณสุข รวมถึงการพัฒนาวัคซีนวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท ยังมีการจัดสรรงบกลางฯในปี 2564 อีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย

    สำหรับภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงาน ณ วันที่ 18 ต.ค.ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 7 คน รวมผู้ป่วยสะสม 3,686 คน หายป่วยแล้ว 3,481 คน เสียชีวิตคงที่ 59 คน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งหมด และเข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐ/รพ.ใน กทม.สมุทรปราการ และตาก ได้แก่ ชาวต่างชาติเดินทางมาจากเบลเยียม 1 คน คนไทย 2 คน จากสวีเดนและสหราชอาณาจักร ชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในไทย (จ.ตาก) 3 คน และเป็นชาวเมียนมาเดินทางมาไทยและเดินทางกลับประเทศไปแล้ว 1 คน

    ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในต่างแดน ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 40 ล้านคน เสียชีวิตรวม 1.12 ล้านคน โดยสหรัฐอเมริกา พบผู้ติดเชื้อวันเดียว 53,403 คน ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 8.39 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 225,000 คน ตามด้วยอินเดีย พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 62,092 คน ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 7.5 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 114,000 คน และบราซิล พบติดเชื้อรายใหม่ 22,792 คน ติดเชื้อรวมขยับเป็น 5.23 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 154,000 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ข่าววันนี้โควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19โควิด 19 ในไทยแม่สอดชาวเมียนมาติดโควิด-19ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 03:51 น.