ไลฟ์สไตล์
100 year

อธิบดี ปภ.สั่ง "34 จังหวัด" รับท่วมฉับพลัน ผู้ว่า กทม.คาดฝนถึง 100 มิลลิเมตร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ต.ค. 2563 05:18 น.
SHARE

ปภ.ประสาน 34 จังหวัดเตรียม พร้อมรับมือฝนถล่มหนัก น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรงช่วง 7-9 ต.ค. จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารภัยพร้อม 24 ชั่วโมง ตำรวจนครบาลงัดหลัก 4 ร. เตรียมรับมือน้ำท่วมกรุง จัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอุปกรณ์แก้ไขรถเสีย รถขัดข้อง และรถยกเคลื่อนย้ายรถออกจากผิวถนน เตรียมให้ข้อมูลผ่านโทร. 1197 (บก.02) หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH หรือแอปพลิเคชัน M-Help Me เพื่อให้ประชาชนเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมรถติด ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. ลั่นจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง 24 ชั่วโมง คาดปริมาณฝนไม่เกิน 100 มิลลิเมตร

เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือฝนถล่มน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ต.ค. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมคณะประกอบด้วยปลัดจังหวัด นายอำเภอเมืองนครราชสีมา ปภ.นครราชสีมา ชลประทานจังหวัด นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา นายกเทศมนตรีตำบลหมื่นไวย กอ.รมน.จังหวัด ลงพื้นที่ ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชสีมา ตรวจสอบแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งลำตะคอง ในพื้นที่หมู่ 2, 4, 5 และหมู่ 7 ราษฎรเดือดร้อนกว่า 500 ครอบครัว โดยระดับน้ำท่วมสูง 20 ซม.-1 เมตรเศษ ส่งผลกระทบต่อการสัญจรไปมา รถยนต์ รถ จยย.เครื่องดับหลายสิบคัน ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษาต้องเดินลุยน้ำไปตลาด และโรงเรียนอย่างทุลักทุเล

ข่าวแนะนำ

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยช่วงนี้ สืบเนื่องจากอิทธิพลของร่องน้ำฝนที่ผ่านแล้ว 2-3 ลูก ทำให้มีฝนตกท้ายเขื่อนไหลลงสู่ลำตะคองใน อ.สีคิ้ว สูงเนิน และ อ.ขามทะเลสอ ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่ง และใน 2-3 วันมวลน้ำจำนวนมากกำลังจะเข้ามาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และลำน้ำสาขาลำบริบูรณ์ ตนสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแจ้งเตือนให้ประชาชนริมสองฝั่งลำตะคอง และลำบริบูรณ์ ได้แก่ ชุมชนมิตรภาพซอย 4 ชุมชนคุ้มวงษ์ ชุมชนสำโรงจันทร์ ชุมชนเกาะลอย ชุมชนหมู่บ้านวีไอพี และชุมชนมหาชัย ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย ตอนนี้เรากังวลและห่วงมากคือ พายุลูกใหม่ช่วง 3 วัน อาจส่งผลกระทบกับประชาชนในเขตเมืองชั้นในที่อยู่ในที่ลุ่ม ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามเร่งระบายลงลำน้ำมูลโดยเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า วันนี้คงไม่เป็นเหมือนตอนน้ำท่วมใหญ่คงไม่เป็นอย่างนั้น คงจะท่วมในที่ลุ่มและอยู่ริมลำตะคอง

ที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกหนักติดต่อกันตั้งแต่ช่วงค่ำหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสายเขตเทศบาลตำบลท่ายาง อาทิ ระดับน้ำสูงประมาณ 20 ซม. ทำให้รถติดอย่างหนัก ส่วนถนนสายทุ่งใหญ่-ทุ่งสงสายเก่า ตั้งแต่สี่แยกไฟแดงไปจนถึงหน้าฐานรัฐการพิมพ์ ระยะทาง 800 เมตร น้ำสูง 30 ซม. ส่วนถนนสายหลังตลาดเทศบาล เป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมสูงไหลทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนต้องขนของหนีน้ำชุลมุน จนตอนสายระดับน้ำลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ มีเพียงถนนสายหลังตลาดเทศบาล ระดับน้ำท่วมยังสูงเกือบ 30 ซม.

ด้านนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผวจ.สิงห์บุรี และคณะตรวจสอบนาข้าวน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เมืองสิงห์บุรี อย่างต่อเนื่อง โดยที่ทุ่งหัวไผ่ ต.หัวไผ่ น้ำท่วมขังนาข้าวกว่า 1,000 ไร่ ส่วนทุ่งบางกระบือ ต.บางกระบือ มีนาข้าวถูกน้ำท่วมขังกว่า 2,000 ไร่ นายชำนาญวิทย์ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งชลประทานจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.สิงห์บุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ระดมเครื่องสูบเร่งสูบน้ำออกจากทุ่งนา เพราะเกรงหากฝนตกหนัก ระดับน้ำสูงท่วมต้นข้าวจะทำให้ต้นข้าวเน่าเสียหาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 7-9 ต.ค. ว่า ทาง บช.น.ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ ยึดหลัก (4ร.) ประกอบด้วย รับมือ ต้องเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและวัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนช่องทางในการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง การเตรียมเส้นทางเลี่ยงเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมขัง รายงานข่าวสาร ต้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารกรณีจุดที่มีน้ำท่วมขัง ให้ประชาชนรับทราบในทุกช่องทาง สามารถวางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางได้อย่างทั่วถึง ระดม ต้องระดมกำลังจัดเป็นชุดช่วยเหลือกรณีน้ำท่วมขัง เป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว มีอุปกรณ์แก้ไขรถเสีย รถขัดข้อง ในเบื้องต้นและรถยกกรณีไม่สามารถแก้ไขได้ ร่วมมือ ต้องประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังให้ได้ด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด และขอให้ประชาชนติดตามข่าวโดยสามารถสอบถามจุดน้ำท่วมขังได้ที่ โทร. 1197 (บก.02) หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH หรือแอปพลิเคชัน M-Help Me

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือปริมาณน้ำฝนโดยมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังปัญหาน้ำขังเร่งระบาย ตลอด 24 ชม. คาดว่าพายุดังกล่าวจะส่งผลให้มีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯสูงสุดประมาณ 100 มิลลิเมตร

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ประสาน 34 จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 7-9 ต.ค. แยกเป็นสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 13 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนครนายก ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนสถานการณ์คลื่นลมแรง คือภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ และภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

นายบุญธรรมกล่าวว่า ได้สั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ชุมชนเมืองที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังจากปริมาณน้ำฝนสะสม พื้นที่ลาดเชิงเขาที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล เพิ่มการติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนภัยบริเวณชายฝั่งทะเล จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน หลีกเลี่ยงการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ฝนตกหนักน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลากสาธารภัยวิเชียร จันทรโณทัยข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13:03 น.