ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ชงไทยไม่กักตัว เปิดรับนักธุรกิจต่างชาติเข้า ทรัมป์โผล่ทักทายแฟนคลับ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ต.ค. 2563 05:33 น.
    SHARE

    สถาบันวัคซีนแห่งชาติเตรียมเสนอ ครม.จัดงบ 2.9 พันล้านบาท เป็นค่าจองวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับฉีดให้คนไทยร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด เน้นกลุ่มเสี่ยงสูงก่อน ส่วนวัคซีนไทยคาดทดลองในคนได้ต้นปีหน้า ขณะเดียวกัน คกก.ฉก.เตรียมเสนอเปิดรับนักธุรกิจเข้าประเทศ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน ระบุเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วน ททท.ขอให้มั่นใจไม่ได้เร่งรีบในการเปิดรับต่างชาติ เพราะจะเน้นไปที่ประเทศความเสี่ยงต่ำ ด้านองค์การอนามัยโลกคาดขณะนี้พลเมืองโลกราวร้อยละ 10 ติดเชื้อโควิดเรียบร้อย ส่วน “ทรัมป์” ทำฮือฮา นั่งรถรอบศูนย์การแพทย์ฯ ทักทายผู้มาให้กำลังใจ สวนกระแสข่าวอาการป่วยหนัก เหตุต้องให้ทั้งออกซิเจนและยาสเตียรอยด์ตัวสำคัญ

    ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พญ.พรรณประภา ยงตระกูล โฆษก สธ. เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเรื่องการเร่งรัดการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อการจองวัคซีนล่วงหน้าร้อยละ 15 เป็นเงินจำนวน 2,930 ล้านบาท โดยเป็นการจองผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลก และพันธมิตร หรือโคแวกซ์ (Covax) จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร และการจองผ่านบริษัทที่กำลังทดลองวัคซีนในคนระยะที่ 3 จำนวนร้อยละ 30 ของประชากร รวมการจองวัคซีนร้อยละ 50 ของประชากร หรือประมาณ 33 ล้านคน ซึ่งจะต้องฉีดคนละ 2 โดส หรือประมาณ 66 ล้านโดส

    ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้ รมว.สาธารณสุขจะออกประกาศสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ.2561 เพื่อให้อำนาจสถาบันวัคซีนแห่งชาติดำเนินการต่อในการเจรจาจัดหาวัคซีนกับบริษัทชั้นนำที่กำลังทดลองในคนระยะที่ 3 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน อังกฤษ และรัสเซีย เพื่อให้ไทยได้รับวัคซีนในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆทั่วโลก และคาดว่าเราจะได้วัคซีนสำหรับฉีดให้กับคนไทยร้อยละ 50 ภายใน ปี พ.ศ.2564 ตั้งเป้าเจรจาการจองวัคซีนให้ได้ เรียบร้อยและเสนอ ครม.ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยแหล่งเงินสำหรับการจัดซื้อวัคซีนนั้นจะมาจาก พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 ปีงบประมาณ 2563 ของกระทรวงการคลัง และมอบหมายให้อนุกรรมการสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรคพิจารณาจัดลำดับกลุ่มบุคคลที่ควรจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เบื้องต้นจะพิจารณาฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มบุคคลที่ทำงานด่านหน้า เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดก่อน ส่วนความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนในประเทศ ไทยนั้น วัคซีนชนิด mRNA พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โรงงานผลิตวัคซีนต้นแบบจะสามารถผลิตวัคซีนต้นแบบและส่งให้กับไทยประมาณเดือน ม.ค.2564 เพื่อเดินหน้าทดลองในคนระยะที่ 1และระยะที่ 2 ต่อไป ขณะที่วัคซีนชนิด DNAของบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด อยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตวิจัยในคน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

    ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 ในไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 คน มาจากต่างประเทศทั้งหมด ทำให้มีผู้ติดเชื้อรวม 3,590 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 คน ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อใหม่ทั้ง 5 คนเป็นชาวต่างชาติ 4 คน ได้แก่ ชายชาวอินเดีย อายุ 27 ปี อาชีพผู้ตรวจสอบบัญชี เดินทางจากอินเดียถึงไทยวันที่ 25 ก.ย. พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 2 ต.ค. เริ่มมีอาการเจ็บคอ ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 6 คน รายที่ 2 ชายชาวอินเดีย อายุ 33 ปี อาชีพเชฟทำอาหาร เดินทางจากอินเดีย ถึงไทยวันที่ 30 ก.ย. พบเชื้อวันที่ 3 ต.ค. ไม่มีอาการ ทั้งสองรายเข้ารักษาตัวที่ รพ.เอกชนใน กทม.รายที่ 3 ชายชาวโปรตุเกส อายุ 34 ปี อาชีพลูกเรือสายการบินเช่าเหมาลำ มาจากโปรตุเกสไปอินเดีย ไปมาเลเซียก่อนมาไทยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. พบเชื้อเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ไม่มีอาการ และเข้ารักษาที่ รพ.เอกชนใน จ.สมุทร-ปราการ รายที่ 4 ชายชาวบาห์เรน อายุ 50 ปี อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว มีภรรยาเป็นคนไทย เดินทางจากบาห์เรน ถึงไทยเมื่อวันที่ 27 ก.ย. พบเชื้อวันที่ 2 ต.ค. ไม่มีอาการ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชนใน กทม. ขณะที่รายที่ 5 หญิงไทย อายุ 55 ปี เดินทางจากญี่ปุ่นถึงไทยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. พบเชื้อวันที่ 4 ต.ค.โดยวันที่ 3 ต.ค.เริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไอ ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในชลบุรี ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 1 ราย เป็นสามีของผู้ป่วยและส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว

    สำหรับการเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมา ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง วันเดียวกัน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ลงนามในประกาศคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 3963/2563 ให้ขยาย เวลาการระงับการใช้ช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร ของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 6-19 ต.ค.นี้

    นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ที่ห้องประชุมด่านพรมแดนแม่สอดแห่งที่ 2 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จ.ตาก ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศพรมแดนแม่สอดแห่งที่ 2 จัดเซฟตี้โซนในการขนถ่าย สินค้าและแลกเปลี่ยนสินค้าจากตลาดแม่สอด โดยรถยนต์จากฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา จะห้ามเข้าไปรับสินค้าในเมืองแม่สอด เริ่มในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ขณะที่ทางการเมียนมาออกระเบียบควบคุมรถบรรทุกจากฝั่งแม่สอดที่จะเข้าไปใน จ.เมียวดี ให้เข้าไปส่งของยังโกดังที่กำหนดและที่บริเวณสถานีขนถ่ายสินค้าเท่านั้น ห้ามคนขับลงจากรถและให้อยู่ได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง

    ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังโควิดทำซบเซามานานนั้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการ ในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 มีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน ในสัปดาห์นี้ จะพิจารณามาตรการพิเศษในการกำกับ ดูแลนักธุรกิจที่จะเข้ามาเจรจาธุรกิจในไทยระยะสั้น โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน เพื่อนำข้อสรุปเสนอนายก-รัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่านักธุรกิจกลุ่มนี้จะเข้ามาไทยเพื่อพิจารณาตัดสินใจด้านการลงทุน และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ มาตรการที่เตรียมเสนอประกอบด้วย มีผลตรวจโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าไทย มีกรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมการรักษาโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ มีการตรวจหาเชื้อโควิดเมื่อเดินทางมาถึงและเมื่อเดินทางออกจากไทย ให้มีผู้ติดตามด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย ให้เดินทางโดยยานพาหนะที่เตรียมไว้ ตามแผนการเดินทางที่กำหนดเท่านั้น และให้ติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัวเพื่อสามารถตรวจสอบได้ตลอดระยะเวลา ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 อนุมัติให้นักธุรกิจและผู้มีใบอนุญาตทำงานเดินทางเข้าประเทศแล้ว 11,000 คน

    ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงการเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติภายใต้วีซ่าพิเศษ (เอสทีวี) ว่าขอให้มั่นใจว่า ททท.ไม่ได้เร่งรีบเปิดรับต่างชาติ เพราะจะเน้นไปที่ประเทศความเสี่ยงต่ำ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อเนื่อง 28 วัน นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “เวิร์กเคชัน ไทยแลนด์ ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านกลุ่มคนที่ยังมีกำลังซื้อ เพื่อให้ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว เพราะยอมรับว่าหลายพื้นที่บรรยากาศการท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเป็นปกติ เบื้องต้น มีบริษัทเข้าร่วมโครงการผ่านการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศแล้วกว่า 84 ราย แบ่งเป็นทั้งหน่วยงาน องค์กร และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินทางท่องเที่ยวผ่านเส้นทางการท่องเที่ยว 5 ประเภท ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 4-5 แสนล้านบาท

    สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศ สำนักข่าวต่างๆ ยังคงจับตาอาการป่วยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 74 ปี ที่เข้ารักษาตัวในศูนย์การแพทย์ทหารวอลเตอร์ รีด ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายทรัมป์ได้ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยนั่งรถวนรอบโรงพยาบาล โบกมือทักทายผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจ แต่ไม่มีการเปิดกระจกรถ ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์โพสต์คลิปวิดีโอผ่านทวิตเตอร์ระบุว่าเหมือนได้เข้ามาศึกษาเรื่องไวรัสโควิดอย่างแท้จริง ขณะที่นายจัดด์ เดียร์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าการนั่งรถทักทายผู้สนับสนุนของนายทรัมป์ ได้รับการอนุญาตจากทีมแพทย์ว่าทำได้และปลอดภัย กระนั้น นพ.เจมส์ ฟิลิปส์ หนึ่งในทีมรักษานายทรัมป์ กลับออกมาสวนว่าการออกมาของนายทรัมป์ถือเป็นการละเมิดมาตรการกักบริเวณ และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อแก่คณะติดตามในรถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี และเชื่อว่าคนขับรถและชุดอารักขา ต้องถูกกักบริเวณ 14 วัน

    ส่วนนายแพทย์ฌอน คอนเลย์ หมอประจำตัวของผู้นำสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่ามีการให้ออกซิเจนนายทรัมป์จริง หลังระดับออกซิเจนในร่างกายต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ถึง 2 ครั้ง รวมถึงให้ยาสเตียรอยด์ “เดกซาเมธาโซน” ที่มีผลการศึกษาบ่งชี้ว่า ยาดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก นพ.ฌอนแจงกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับว่าอาการป่วยของนายทรัมป์รุนแรงหรือไม่ แต่เราพยายามทำทุกอย่าง ขณะที่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า นายทรัมป์ รู้ผลการตรวจเบื้องต้นว่าติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 1 ต.ค.แต่ยังเดินทางไปออกรายการสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์ นิวส์ และเปิดเผยกับทีมข่าวฟ็อกซ์เพียงว่า น.ส.โฮป ฮิกส์ ที่ปรึกษาคนสนิทติดเชื้อ แต่ไม่พูดเรื่องผลตรวจเบื้องต้นของตัวเอง ส่วนนายโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องหารือเรื่องการมอบอำนาจรักษาการแก่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯในขณะนี้ เนื่องจากนายทรัมป์ยังคงแข็งแรง

    ด้านสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังคงน่าวิตกกังวล ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 35.4 ล้านคน เสียชีวิตรวม 1.04 ล้านคน โดยนายไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือเหตุฉุกเฉินองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมการองค์การอนามัยโลกว่า จากการประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดในขณะนี้ เชื่อว่าประชากรโลกทั้งหมดราว 7,800 ล้านคนนั้น มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วอย่างน้อยร้อยละ 10 หรือประมาณ 780 ล้านคน โดยสหรัฐฯยังคงติดเชื้อมากสุดในโลกคือ 7.63 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 2.1 แสนคน ตามด้วยอินเดีย ติดเชื้อรวม 6.62 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 1.03 แสนคน โดยที่ฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 12,565 คน ทำให้กรุงปารีสประกาศเตือนภัยการแพร่ระบาดขั้นสูงสุด ผับ บาร์ต้องปิดให้บริการ 2 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.เป็นต้นไป ส่วนที่อังกฤษ กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22,961 คน เนื่องจากเป็นยอดผู้ติดเชื้อตกสำรวจ 15,841 คน ขณะที่ญี่ปุ่น มีการไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของนายเคนโซ ทากาดะ ดีไซเนอร์ชื่อดังวัย 81 ปี หลังติดเชื้อโควิด-19 ที่ฝรั่งเศส

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โควิด-19ไวรัสโคโรนาCOVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กระทรวงสาธารณสุขข่าววันนี้สุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 22:40 น.