ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ตรวจแถวทหารยุค "ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้" ลั่นกลองรบ ปกป้องสถาบัน

    ไทยรัฐออนไลน์1 ต.ค. 2563 08:56 น.
    SHARE
    • "บิ๊กบี้" รับธงตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนที่ 42 ต่อจาก "บิ๊กแดง"
    • สับเปลี่ยนกำลังรบ รับมือความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อย
    • จัดแถวนายพลเน้นย้ำปกป้องสถาบัน รับมืองานความมั่นคง

    หลัง 1 ตุลาคมนี้ "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ใหม่ ที่รับธงต่อจาก "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ. ที่จะข้ามไปเป็น รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง จะนั่งเก้าอี้หมายเลข 1 รั้วสีเขียว "กองทัพบก" อย่างเต็มตัว กับบทบาทผู้นำทหารคอแดง ที่ต้องคุมกำลังพลทหารกว่า 3 แสนนาย ในยุคบ้านเมืองยังต้องเผชิญกับปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ถือเป็นงานหนักของทหารในยุคนี้

    โดยก่อนหน้าที่จะมีการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2563 พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งเป็นผู้จัดทัพปรับแถวทหารด้วยตัวเอง แต่หลายตำแหน่งต้องหารือกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ในฐานะ ผบ.ทบ.ใหม่ เพื่อหวังให้การทำงานประสานกันได้ไหลลื่นและต้องการให้บางตำแหน่งที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ต้องการขุนพลคู่ใจในการทำงานสานต่อนโยบาย เพื่อนำพากองทัพบกไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

    ซึ่งครั้งนี้ระดับกองทัพภาค ได้สับเปลี่ยนนายทหารระดับแม่ทัพภาคที่ 1 - แม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงกรมฝ่ายเสนาธิการ ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑล เพื่อการจัดสายงานให้กระชับต่อการทำงานร่วมกันกับ ว่าที่ ผบ.ทบ.ใหม่ ได้อย่างต่อเนื่อง

    ในส่วน 5 เสือ ทบ. นอกจาก พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่นั่งเก้าอี้ผู้นำรั้วสีเขียวแล้ว ในส่วน 4 เสือ ทบ. ที่มีการปรับขุมกำลังใหม่ทั้งหมด โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ขยับเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 โยกเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็น เสนาธิการทหารบก

    ขณะที่กองทัพภาค พล.อ.อภิรัชต์ ได้วางตัวผู้บังคับบัญชาหน่วยคุมกำลัง โดยจัดวาง พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก โยกข้ามเป็น แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ปรีชา จึงมั่นคง รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็น แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.วิรัตน์ นาคจู รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัย (ผบ.นปอ.) เป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ

    ในส่วนฝ่ายอำนวยการ หรือกรมฝ่ายเสนาธิการ มีการขยับเจ้ากรมทั้งหมดขึ้นมาทำงานใกล้ชิดทั้ง พล.ท.อยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก เป็น รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.ชนาวุธ บุตรกินรี เจ้ากรมยุทธการทหารบก เป็น รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เป็น รองเสนาธิการทหารบก พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็น รองเสนาธิการทหารบก

    พล.ต.มานัสชัย ศรีประจันทร์ ผอ.สำนักปกครองและบริการกรมกำลังพล เป็นเจ้ากรมกำลังพลทหารบก พล.ต.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองเจ้ากรมยุทธการทหารบก เป็น เจ้ากรมยุทธการทหารบก พล.ต.พิเศษ ศิริเกษม รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เป็น เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก

    พร้อมจัดวางผู้บังคับหน่วยพื้นที่ระดับ กองพล มณฑลทหารบก เพื่อสอดรับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีการปรับเปลี่ยน โยกสลับเพื่อวางตัวคนให้ดูแลงานความมั่นคงภายในเพื่อให้เกิดความสงบ โดยมี พล.ต.อำนาจ ศรีมาก เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 พล.ต.จรัส ปัญญาดี เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 พล.ต.มนัส จันดี เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า พล.ต.สมชาย ทาวงศ์มา เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 พล.ต.วัฒนา ฉัตรรัตนแสง เป็น ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ

    ขณะที่นายทหารระดับยังเติร์กที่ใกล้ชิดกับ "บิ๊กแดง" ถูกวางตัวเพื่อดูแลในพื้นที่โดยโยก พ.อ.อมฤต บุญสุยา (หัวหน้า รปภ.นายกฯ) ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พ.อ.บุญสิน พาดกลาง เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 พ.อ.บรรยง ทองน่วม เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 พ.อ.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1

    พ.อ.อุดม แก้วมหา เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พ.อ.วีระพงษ์ ศรีรัตน์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ พ.อ.กอบกิจ ชูประสิทธิ์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน พ.อ.ทวนชัย นัดนะรา เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ พ.อ.ปิยะชาติ ธูปทอง เป็น ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 พ.อ.ฐกร เนียมรินทร์ เป็น ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 พ.อ.เรืองศักดิ์ อรรคทิมากูล เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14

    พ.อ.ประยุกต์ อุ่นอบ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 พ.อ.ชลิต บรรจงปรุ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 พ.อ.คณธัช ชนะกาญจน์ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 พ.อ.พิทักษ์ จันทร์เขียว เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24

    พ.อ.ภัชรพล ศิริรักษ์ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 พ.อ.สุระ สินโสภา เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28 พ.อ.อดุลย์ ชมเย็น เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 พ.อ.ศุภฤกษ์ สถาพรผล เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 พ.อ.สามารถ มโนรถมงคล เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36

    พ.อ.รุศมนตรี จิณเสน เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พ.อ.นพดล รอดกลาง เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พ.อ.เสนีย์ ศรีหิรัญ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 พ.อ.สิรภพ ศุภวานิช เป็น ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4

    สิ่งที่หวังมีการเปลี่ยนแปลงในยุค พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รับธงผู้นำกองทัพบกต่อจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แล้ว ได้ประกาศต่อหน้าแถวทหารกองเกียรติยศ กำลังพลทหาร และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ทบ. ในพิธีรับส่งหน้าที่ ผู้บัญชาการทหารบก โดยเน้นย้ำเรื่องการปกป้องสถาบัน ค้ำจุนประเทศชาติและราชบัลลังก์ พร้อมแสดงจุดยืนในการแสดงความจงรักภักดี

    เพราะเป็นที่รับรู้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ นายทหารคอแดงผู้นี้ มีจุดยืนชัดเจน เป็นนายทหารพูดน้อย ทำงานหนัก ทุ่มเทให้กองทัพ ทั้งยังมีตำแหน่ง รองผบ.ฉก.ทม.904 เติบโตในเส้นทางของ ทหารสายวงศ์เทวัญ เป็นดาวจรัสแสงที่ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่ง ผบ.พล.1 รอ. จนเป็นที่จับตาของพี่ๆ ในกองทัพว่า "บิ๊กบี้" ผู้นี้จะเดินในเส้นทางรับราชการถึงเก้าอี้ผู้นำกองทัพบกแน่

    เมื่อย้อนกลับดูวันรับส่งหน้าที่ ผบ.ทบ. กองทัพบกได้จัดพิธีอย่างสมเกียรติ โดยจัดกองทหารเกียรติยศ จากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นำโดย พล.ต.ทรงพล สาดเสาเงิน ผบ.พล.1 รอ. เป็น ผบ.กองผสม พร้อมด้วยทหารราบ ม้า ปืน จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์, กองพันทหารม้าที่ 1 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ผสมกองพันทหารม้าที่ 3 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กองพันละ 116 นาย และหมู่เชิญธงประจำกองทัพบก 2 หมู่ หมู่ละ 4 นาย จัดจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ รวม 561 นาย ผู้บังคับกองผสม

    ก่อนที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จะเผยความในใจ จากการที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไปนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดไม่ได้ ตนขอน้อมรับหน้าที่อันมีเกียรตินี้ด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกองทัพบกนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นทหารอาชีพที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ ทุ่มเท เสียสละในการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมอย่างเต็มกำลังความสามารถและมีความจงรักภักดีอย่างมั่นคงต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    "ขอยืนยันต่อท่านทั้งหลายว่าจะสานต่อภาระ หน้าที่ นโยบายและอุดมการณ์การทำงานของท่านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อย่างเต็มความสามารถที่จะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและพร้อมจะนำพากำลังพลในกองทัพบกปฏิบัติภารกิจบนพื้นฐานของความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ ดูแลพัฒนากองทัพบกให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงที่ค้ำจุนประเทศชาติและราชบัลลังก์อย่างยั่งยืนตลอดไป ในโอกาสสำคัญนี้ ขอรับมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบกและสายการบังคับบัญชาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"

    นับจากนี้ 3 ปี ภายใต้การนำทัพทหารยุค "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.คนที่ 42 ซึ่งเป็นทหารอาชีพ ที่มีจุดยืนต่อสถาบัน ทุ่มเทงานเพื่อประเทศชาติ ราชบัลลังก์ เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกองทัพบกไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะการรับมือเดือนตุลาคมร้อนที่ใกล้จะถึง จะได้เห็นฝีมือในการดูแลความมั่นคง และรักษาความสงบเรียบร้อยภายใต้กระแสที่กดดัน.

    ผู้เขียน : คชสีห์ 88
    กราฟิก : Theerapong Chaiyatep

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บิ๊กบี้special contentณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ผบ.ทบ.คนที่42กองทัพบกตรวจแถวทหารข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 08:55 น.