ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถอดประสบการณ์กองทุนพัฒนาไฟฟ้า 97(3) สู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้ยั่งยืน

    Advertorial30 ก.ย. 2563 15:24 น.
    SHARE

    การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลได้ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ก็เช่นกัน ดังที่ได้ทราบจากข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในช่วงที่ผ่านมา ได้ออกมาตรการลดค่าไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวอย่างเร่งด่วน เพื่อลดภาระค่าครองชีพ การเพิ่มเงินในกระเป๋าพี่น้องประชาชน อีกทั้งมีการเร่งรัดมาตรการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างทั่วถึง แต่อย่างไรก็ตามยังมีมาตรการอีกชุดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ แต่ประชาชนรอบโรงไฟฟ้าน่าจะทราบเป็นอย่างดี เพราะได้ใช้กลไกกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 97(3) เข้าไปดูแลเป็นอย่างดี

    จากการที่ กกพ. เล็งเห็นปัญหาผลกระทบทางสังคม ทั้งที่จะเกิดขึ้นทันที และที่จะเกิดเป็นผลกระทบตามหลังจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในความรับผิดชอบพื้นที่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ จึงได้จัดงบประมาณเร่งด่วนเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาชุมชน และหนุนเสริมรัฐบาลอีกทางหนึ่ง ด้วยการสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุมชนและท้องถิ่น จัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือสนับสนุนการป้องกัน และหยุดการแพร่ระบาดของโรค รวมไปถึงวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยสนับสนุนงานบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น อาทิ โครงการทางด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการป้องกันและเยียวยาปัญหา และร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ โครงการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม โรคติดเชื้อจากไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โครงการชุมชนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรักษาป้องกันและระงับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ปี 2563 งบประมาณ 17,750,000 บาท และอีกหลายโครงการ ซึ่งรวมไปถึงการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น จัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิ/เจลทำความสะอาด/หน้ากากอนามัย รวมถึงน้ำยาฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วยแบบความดันลบ เพื่อป้องกันการระบาดและรักษาโรคโควิด-19 อีกด้วย

    ขณะเดียวกัน กกพ. เล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากวิกฤติครั้งนี้ คือ ภาวะการว่างงานจากธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 ที่จะทำให้แรงงานย้ายถิ่นเข้ากลับไปพึ่งพิงภูมิลำเนาบ้านเกิดในชนบท ท่ามกลางการที่หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาการทำมาหากินและการใช้ชีวิตจากผลกระทบภัยแล้งที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งผลกระทบครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กกพ.จึงได้มีการอนุมัติงบประมาณเร่งด่วนในหลายโครงการเพื่อบรรเทาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบเพิ่มเติมเข้ามาด้วย อาทิ โครงการชุมชนขุดลอกคลองส่งน้ำสาธารณะเพื่อการเกษตร โครงการขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมระบบสำรองและกักเก็บน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น เป็นต้น

    จากประสบการณ์จากการที่ได้ร่วมเยียวยา แก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ กกพ. และสำนักงาน กกพ.ได้รับความเชื่อถือและความเชื่อมั่นจากประชาชน ชุมชน ในพื้นที่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ และทำให้มั่นใจว่ามีความจำเป็นที่ต้องเร่งรัดบทบาทหนึ่งที่สำคัญของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าคือ การเป็นกลไกที่สนองตอบ และหนุนเสริมการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลได้อย่างสมบูรณ์ และนำมาสู่การเร่งรัดผลักดัน ทบทวน ประกาศ หลักเกณฑ์แนวปฏิบัติที่จะให้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้มีส่วนหนุนเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยในตอนต่อไปเราจะมาพูดถึงการทบทวน และประเมินผลสำเร็จของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97(3) ก่อนที่จะนำไปสู่การปรับปรุงประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นการทบทวนครั้งใหญ่ในรอบ 9 ปี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สำนักงาน กกพ.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกกพ.กองทุนพัฒนาไฟฟ้าชุมชนรอบโรงไฟฟ้าโควิด-19กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 15:47 น.