ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดประเทศรับนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ก.ย. 2563 05:28 น.
    SHARE

    เปิดมาตรการผ่อนคลายไฟเขียวนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวเข้าไทย เริ่มปลายเดือน ก.ย. หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-ฟื้นท่องเที่ยวไทย โฆษก ศบค. วอน ประชาชนชายแดนไทย-เมียนมา ปฏิบัติมาตรการเข้มสวมหน้ากาก-ล้างมือป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน ปีหน้าจัดแข่งแบด “BWF World Tour” เรียกความเชื่อมั่น เปิดคน 6 กลุ่มบินเข้าประเทศ ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยพบอีก 22 ราย ด้านเมียนมาสถานการณ์โควิด-19 หนัก ทั้งติดเชื้อและเสียชีวิต ผวจ.แม่ฮ่องสอนขยายเวลาปิดด่านที่ขุนยวมและสบเมย

    แม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยเริ่มผ่อนคลายลง แต่ไทยก็ยังไม่ประมาทยังคงเตรียมพร้อมในการป้องกันหากมีการระบาดซ้ำสองเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านกำลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสนี้อย่างรุนแรง

    ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมว่า เจ้าหน้าที่ต้องดูแลตามแนวชายแดนเข้มงวดเป็นพิเศษ หลังประชุมนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประชุมวางแผนให้แนวทางหาวิธีการดูแลเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปให้ได้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า คือเดือน ต.ค.-ธ.ค. ทั้งกลุ่มนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการชั้นล่าง นักลงทุนหลายประเทศต้องการมาไทยเพราะแก้โควิด-19 ได้ดี ขอความเห็นใจรัฐบาล ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยจะแย่ไปกว่าเดิม ทุกอย่างจะถอยหลังหมด ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ร่วมปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกา เป็นห่วงและกังวลการใช้หน้ากากอนามัย ขอให้ใช้กันอย่างต่อเนื่อง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม ระมัดระวังกันต่อไป

    ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ศบค.แถลงผลประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในประเทศพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22 คน ในสถานที่กักกันตัวของรัฐ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,545 คน หายป่วยแล้ว 3,369 คน รักษาตัว 117 คน เสียชีวิต 59 คน

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ผู้ติดเชื้อใหม่ คนแรก เป็นนักเรียนชายไทยอายุ 13 ปี มาจากปากีสถาน ถึงไทยวันที่ 13 ก.ย. ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ตรวจซ้ำวันที่ 26 ก.ย.พบติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการและรักษาตัวอยู่ที่ จ.ชลบุรี กลุ่มที่ 2 จำนวน 16 คน เป็นทหารไทยกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ซูดานใต้ โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำเมื่อวันที่ 22 ก.ย.กักตัวที่ จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 26 ก.ย.พบเชื้อทั้งหมดโดยไม่แสดงอาการ เข้ารักษาตัวที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า กทม. อีก 1 คนเป็นทหารไทยอายุ 24 ปี มาจากฟิลิปปินส์ รักษาตัวที่ รพ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ส่วนอีก 4 คน คือ มารดาและบุตรเพศหญิง สัญชาติอินเดีย อายุ 35 และ 7 ปี กับชายสัญชาติอินเดียอายุ 38 ปี เป็นกรรมการบริษัท มีใบอนุญาตทำงาน มาถึงไทยวันที่ 23 ก.ย.ตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 26 ก.ย. พบเชื้อไม่มีอาการ เข้ารับการรักษา รพ.เอกชน กทม. คนสุดท้ายเป็นชายสัญชาติอินเดียอายุ 30 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มาถึงไทยเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ เข้ารับการรักษา รพ.เอกชน กทม.

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อในเมียนมาชายแดนติดกับไทย มี 10,734 คนและพบเชื้อต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือประชาชนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา 10 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง รักษามาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาด สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ ในส่วนของการตรวจคัดกรองเพื่อเฝ้าระวังมาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. จำนวน 2,462 คน ยังไม่พบมีผู้ติดเชื้อ ขอความร่วมมือใช้แอปพลิเคชัน เพื่อยืนยันติดตามตัว ขณะนี้ลงทะเบียนใช้แล้วประมาณ 45 ล้านคน

    โฆษก ศบค. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมเห็นชอบเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรคราวที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.เพื่อควบคุมป้องกันโรคเท่านั้น โดยเรื่องอื่น เช่น การชุมนุม จะมีกฎหมายดูแล นอกจากนั้นเห็นชอบให้สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เสนอจัดการแข่งขันแบดมินตันนานาชาติ “BWF World Tour” ในช่วงเดือน ม.ค.2564 จะมีนักกีฬาระดับโลกเข้ามาร่วมจำนวนมาก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและชื่อเสียงให้ประเทศ ทั้งนี้ ไทยได้รับคำชื่นชมเกิดขึ้นจากความร่วมมือในการใช้หน้ากากอนามัย ขณะนี้แม้สถานการณ์จะผ่อนคลายแต่ประชาชนยังต้องเข้มงวด ถ้าเรายังเข้มงวด ก็จะได้ใช้มาตรการผ่อนคลายและเศรษฐกิจเราก็จะเข้มแข็งขึ้น ส่วนราคาหน้ากากอนามัยให้จำหน่ายปลีกไม่สูงกว่าชิ้นละ 2.50 บาท

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ศบค.ยังรับทราบความคืบหน้าการอนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยกักตัว 14 วัน แบ่งเป็น หรือการผ่อนคลายจัดการแข่งขันกีฬา 6 เรื่องตามที่ ครม.เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ได้แก่ 1.อนุญาตให้นักกีฬาต่างชาติเข้ามาแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ 6-16 ต.ค. ในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และสุราษฎร์ธานี กักตัว 14 วัน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์

    โฆษก ศบค. กล่าวต่อว่า 2.แนวทางการปฏิบัติตัวนักบินและลูกเรือบริษัทการบินไทย 340 กว่าคน เดินทางไปสหรัฐฯที่จะกลับเข้ามา 3.อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวต่างๆเดินทางเข้ามา เช่น นักธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานที่จำเป็นเข้ามาทำธุรกิจ ต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เทียบเป็นเงินไทยไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอและต้องดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด 4.ผู้ขอวีซ่าอยู่ระยะยาวหรือลองสเตย์ ต้องถือวีซ่า STV โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศกำหนดเงื่อนไข คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศที่จะได้รับ 5.อนุญาตให้ผู้ถือบัตรเอเปกการ์ดเดินทางเข้าประเทศเพื่อขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนคน 6.อนุญาตให้คนที่พำนักในประเทศในระยะสั้นและระยะยาวเดินทางเข้าในช่วงเวลา 60 วัน และขอต่ออายุอยู่ในประเทศไทยอีก 30 วัน ต้องมีบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการผ่อนคลายตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ แบ่งเป็น 1.มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ถือการตรวจลงตรา (วีซ่า) แบบ Non-Immigrant “O-A” สำหรับชาวต่างชาติที่อายุ 50 ปีขึ้นไป เข้ามาเพื่อพักผ่อนไม่ประสงค์ประกอบอาชีพ พำนักในไทยได้ 1 ปี กลุ่มที่ 2 ผู้ถือวีซ่าแบบ Non-Immigrant “O-X” พำนักระยะยาว 5 ปี สำหรับชาวต่างชาติที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีสัญชาติและถือหนังสือเดินทางของ 14 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา หรือสหรัฐอเมริกา กลุ่มที่ 3 นักธุรกิจต่างชาติที่ถือบัตรเอเปก (APEC Business Travel Card) มีระยะเวลาพำนักในไทยได้ 60-90 วัน ไม่สามารถขยายอายุได้ โดยจะนำร่องบุคคลที่มาจาก 8 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่มีอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ต่ำ

    2.มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 2 เริ่มวันที่ 9 ต.ค. ประกอบด้วย 4 กลุ่มคือ 1.ผู้ถือวีซ่า Non-Immigrant รหัส B สำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อหรือประกอบธุรกิจ สามารถพำนักในไทยได้นาน 90 วัน 2.ผู้ถือวีซ่า Non-Immigrant รหัส EX กลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านช่างฝีมือ พำนักได้ 90 วัน 3.ผู้ถือวีซ่า Non-Immigrant รหัส RS เป็นกลุ่มนักวิจัย ค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ หรือผู้ฝึกสอนในสถาบันการศึกษาพำนักได้ 90 วัน 4.กลุ่มผู้ถือวีซ่าประเภทท่องเที่ยว รหัส TR พำนักในไทยได้ 60 วัน ส่วนมาตรการผ่อนคลายสำหรับชาวต่างชาติชนิดพิเศษ หรือ STV คาดว่าจะเริ่มภายในเดือน ต.ค. มาตรการผ่อนคลายทั้งหมดมีขึ้นเพื่อรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและการป้องกันโควิด-19 เพราะยังคงใช้มาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เชื่อว่าหากมาตรการนี้ประสบความสำเร็จ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของไทยได้

    อีกด้านนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้สั่งระงับการใช้ช่องทางจุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย และบ้านห้วยผึ้ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอนออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมียนมายังน่าเป็นห่วง เฉลี่ยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นวันละ 500-600 คน มีผู้ป่วยสะสมติดเชื้อแล้วกว่า 10,000 คน และเสียชีวิตแล้วร่วม 200 คน จำเป็นต้องปิดการเข้าออกของบุคคลและยานพาหนะและสินค้าทุกชนิดออกไปอีกเป็นการชั่วคราว รวมถึงผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาห้ามออกนอกเขตบริเวณศูนย์พักพิงฯ ทุกศูนย์ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของทางอำเภอ ขณะเดียวกันให้มีการจัดเจ้าหน้าที่ทหาร ตชด. อส. ฝ่ายปกครอง และชุด ชรบ.หมู่บ้าน ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันชาวเมียนมาหนีโรคระบาดลักลอบเข้ามาในฝั่งไทยอย่างเป็นระยะๆด้วย

    สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งถึง 33.3 ล้านคน เสียชีวิตรวม 1,002,670 คน อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการ แตะหลักล้านคนในเวลา 10 เดือน นับตั้งแต่การเริ่มแพร่ระบาดตั้งแต่เดือน ม.ค. ขณะที่สหรัฐอเมริกา จุดศูนย์กลางการระบาดอันดับ 1 ของโลก พบผู้ติดเชื้อ ในวันเดียว 49,871 คน ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 7.32 ล้านคน เสียชีวิตรวม 209,454 คน ตามด้วยอันดับ 2 อินเดีย พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 82,170 คน ติดเชื้อ รวมเพิ่มเป็น 6.07 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 95,500 คน ขยับเข้าใกล้ยอด 100,000 คนไปทุกขณะ และ อันดับ 3 บราซิล ยอดติดเชื้อรวมอยู่ที่ 4.73 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 142,000 คน

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ทั้งสหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล มียอดผู้เสียชีวิตรวมกันได้เกือบครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั่วโลก 1 ล้านคน เช่นเดียวกับยอดผู้ติดเชื้อรวมของทั้ง 3 ประเทศ ที่รวมกันแล้วกว่า 18 ล้านคน ถือว่าเกินครึ่งหนึ่งของ ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก นอกจากนี้ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญโรค ติดต่อในอินเดียยังเชื่อว่ายอดผู้ติดเชื้อรวมของอินเดีย 6 ล้านคน เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากอัตราการตรวจหาเชื้อของอินเดียยังอยู่ในระดับต่ำ

    ทางด้านสถานการณ์ในภูมิภาคยุโรปยังคงน่าวิตกกังวลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง ที่สเปนพบผู้ติดเชื้อรวมกว่า 735,000 คน มากที่สุดในยุโรปตะวันตก ทั้งที่ยอดผู้เชื้อรวมเพิ่งทะลุ 500,000 คนไปเมื่อต้นเดือน ก.ย. ถือว่าภายในเวลาเกือบ 1 เดือน มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 200,000 คน ที่ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อยังคงทะลุหลักหมื่น พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 11,123 คน หลังทำสถิติสูงสุดติดเชื้อในวันเดียว 16,096 คน เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ส่วนรัสเซียพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 7,867 คน ทำสถิติ 3 วันต่อเนื่อง และทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 1.15 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 20,400 คน

    ที่ประเทศจีน กรมการค้าเทศบาลกรุงปักกิ่ง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้บริษัทเอกชนที่นำเข้าอาหารแช่แข็งจากต่างประเทศ ระงับการนำเข้าสินค้า จากประเทศที่พบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรง พร้อมวางระบบความปลอดภัยในเรื่องการ สกัดกั้นเชื้อให้รัดกุม และแจ้งแก่ทางการทันทีหากตรวจพบสินค้าปนเปื้อน หลังตลอดเดือน ก.ย. ทางการจีนพบสินค้านำเข้าปนเปื้อนไวรัสโควิด-19 หลายครั้ง และมีการสั่งระงับการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารทะเลแช่แข็งจากบราซิล อินโดนีเซีย และรัสเซีย เป็นการชั่วคราว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โควิด-19ไวรัสโคโรนาCOVID-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19เปิดประเทศข่าววันนี้สุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 17:37 น.