ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    คิกออฟดันราคายาง

    ลมกรด29 ก.ย. 2563 05:10 น.
    SHARE

    ยางพาราเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ถ้าราคายางขยับขึ้น ชาวสวนยางก็ยิ้มร่า เศรษฐกิจชนบทคึกคักทันที โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ แต่นานๆทีกว่าราคายางจะขยับสูงได้ เพราะถูก 5 เสือภาคเอกชนกดไว้ ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาประกันราคายางในบางช่วงเวลา แต่ช่วงนี้ราคายางเริ่มขยับขึ้นมาแล้ว เป็นผลจากโครงการนำน้ำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน

    โครงการนี้เสนอโดยกระทรวงคมนาคม จะนำยางพารามาใช้ทำ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต หรือแบริเออร์ (Rubber Fender Barrier : RFB) และ หลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) ซึ่งที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบแนวทางดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 พ.ค.63

    ต่อมากระทรวงคมนาคมได้ทำบันทึกข้อตกลงให้หน่วยงานในสังกัดนำอุปกรณ์ด้านจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารามาใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน กระทั่งเดือน ส.ค. กรมทางหลวงชนบทได้เซ็นเอ็มโอยูกับกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อรับซื้อน้ำยางพาราโดยตรง จากสหกรณ์ และ วิสาหกิจชุมชน เพื่อให้งบประมาณถึงมือเกษตรกรตัวจริงและป้องกันไม่ให้งบประมาณรั่วไหล

    ข้อดีของโครงการคือ

    1.ช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน มีผลศึกษาและทดสอบชัดเจนว่า แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ สามารถลดแรงปะทะที่เกิดจากการชน

    2.ช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เพราะจะต้องใช้ปริมาณยางพารา 1 ล้านตัน ภายใน 3 ปี (ปีงบประมาณ 2563-2565) สร้างรายได้โดยตรงให้แก่ชาวสวนยางไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท

    รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยพยายามส่งเสริมให้หน่วยงานราชการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตจากยางพารา หรือมียางพาราเป็นส่วนผสม แต่ก็ไม่สามารถดูดซับยางพาราได้ตามเป้า เพราะใช้ยางพาราในปริมาณไม่มากพอ เช่นการทำถนนผสมยางพารา มีสัดส่วนการใช้ยางพาราเพียง 5% ต่างกับยางหุ้มแบริเออร์และหลักนำทางยางธรรมชาติที่วัสดุทั้งชิ้นทำจากยางพารา 100%

    ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม คุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ และ คุณทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 4 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยเดินสายคิกออฟ เปิดโครงการนำร่องนำยางพารามาใช้ทำแผ่นยางครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ ที่จังหวัดนครพนม-บึงกาฬ-เลย ซึ่งเป็น 3 จังหวัดที่ปลูกยางพารามากที่สุดในภาคอีสาน

    ชาวสวนยางภาคอีสานและภาคเหนือนิยมผลิตยางก้อนถ้วย เพราะทำง่ายไม่ต้องใช้เงินลงทุนและแรงงานจำนวนมาก เพียงแค่เริ่มเซ็นเอ็มโอยูโครงการนี้ราคายางก้อนถ้วยก็ดีดตัวขึ้นมาทันที ช่วงกลางเดือน ส.ค. ราคายางก้อนถ้วยอยู่ที่ 32 บาทต่อกิโลกรัมผ่านไปไม่ถึงเดือนราคาขยับเป็น 37 บาทต่อกิโลกรัม (ขณะที่ยางแผ่นดิบ ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา เมื่อ วันศุกร์ที่ 21 ส.ค. อยู่ที่ 48.29 บาทต่อกิโลกรัม ล่าสุด วันศุกร์ที่ 25 ก.ย. ราคาขยับไปอยู่ที่ 54.89 บาทต่อกิโลกรัม)

    คุณศักดิ์สยามให้สัมภาษณ์ว่า ปี 2562 มีปริมาณการใช้น้ำยางพาราสดในโครงการของรัฐมากกว่า 129,000 ตัน แต่เมื่อมีโครงการนำร่องนำยางพารามาผลิตอุปกรณ์ความปลอดภัยบนท้องถนน ช่วง 3 เดือนนี้พบว่ามีปริมาณการใช้ยางพารากว่า 50,000 ตันแล้วซึ่งเป็นปริมาณการใช้ยางเท่ากับปี 2561 ส่วนราคายางก้อนถ้วยนั้น หากชาวสวนยางผลิตออกมาขาย 21 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าขาดทุน หากขายได้ 25 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าอยู่ได้ แต่ในความจริงขณะนี้ราคายางก้อนถ้วยอยู่ที่ 43 บาทต่อกิโลกรัม

    โครงการนี้หลักการดี เห็นผลจริง ได้ประโยชน์หลายฝ่าย รัฐไม่ต้องควักเงินประกันราคา แต่แปลกที่บางหน่วยงานพยายาม ขัดขวาง อ้างว่าไม่ได้ช่วยสร้างเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ผมงงกับวิธีคิดแบบนี้เสียจริง.

    ลมกรด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลมกรดยางพาราราคายางชาวสวนยาง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลา 07:37 น.