ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กักตัวไม่ครบ 14 วัน 3 ต่างชาติ “โควิด-19” 2 รายกลับไปแล้ว

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 ก.ย. 2563 05:05 น.
    SHARE

    กรมควบคุมโรคแจงไทยพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 รายใหม่อีก 3 คน เป็นชาวต่างชาติล้วนมาจากต่างประเทศแต่ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ โดย 2 ใน 3 เดินทางกลับประเทศแล้วหลังกักตัวช่วงสั้นๆ ยันระหว่างกักตัวทำตามกฎเข้มงวด ด้านรองโฆษกรัฐบาล ยันกระทรวงการท่องเที่ยวฯ-สาธารณสุข พร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบพิเศษ ย้ำมาตรการรัดกุมไม่เสี่ยงโควิด-19 ระบาดระลอก 2 ขณะที่นายกฯประกาศต่อที่ประชุมยูเอ็น หนุนวัคซีน-ยารักษาโควิด ทุกประเทศควรได้สิทธิเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันองค์การอนามัยหวั่นการระบาดยังหนัก ห่วงยอดผู้เสียชีวิตพุ่งถึง 2 ล้านศพ

    แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั่วโลกยังไม่คลายวิกฤติ แต่ไทยก็เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวกรณีพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นตัวเลขหลักเดียว เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ

    พบ 3 ต่างชาติติดเชื้อรายใหม่

    กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 คน เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางจากต่างประเทศทั้งหมด ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 2 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,362 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.46 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 101 ราย หรือร้อยละ 2.87 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,522 ราย

    2 ใน 3 เดินทางกลับแล้ว

    สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 คน ประกอบด้วย 1.ชายชาวเยอรมัน อายุ 49 ปี อาชีพลูกเรือเครื่องบินขนส่งสินค้า เดินทางมาจากลักเซมเบิร์กถึงประเทศไทยวันที่ 20 ก.ย.เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) ที่ จ.สมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 24 ก.ย. (วันที่ 4 ของการกักตัว) ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกภายหลังผู้กักตัวเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 24 ก.ย. รายที่ 2 เป็นชายชาวตุรกี อายุ 51 ปี อาชีพลูกเรือ เดินทางจากตุรกีถึงไทยวันที่ 21 ก.ย.เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือกที่จังหวัดสมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 24 ก.ย. (วันที่ 3 ของการกักตัว) ผลพบเชื้อ โดยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกภายหลังผู้กักตัวเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 24 ก.ย. ทั้งนี้ ผู้เดินทางจากลักเซมเบิร์กและตุรกี เป็นลูกเรือเที่ยวบินขนส่งสินค้า ซึ่งขณะถูกกักตัวไม่มีการออกนอกสถานที่ที่รัฐกำหนด และไม่ได้เดินทางไปสถานที่อื่นก่อนขึ้นเครื่องบินกลับไปประเทศต้นทาง และรายที่ 3 เป็นชายชาวแอลเบเนีย อายุ 51 ปี อาชีพครู เดินทางถึงไทยวันที่ 21 ก.ย.เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือกที่ กทม. พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก 24 ก.ย. (วันที่ 3 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม.โดยค่ารักษาพยาบาลคิดจากประกันโควิดที่ทำไว้ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ

    ยัน 2 รายทำตามกฎเข้มงวด

    ต่อมา นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีผู้ติดเชื้อชาวต่างชาติ 3 ราย และเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 2 รายว่าทั้ง 2 รายเป็นลูกเรือขนส่งสินค้าที่บินเข้ามาในไทยและมีการเข้าพักในโรงแรมทางเลือกเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ด้วยมาตรการควบคุมโรคที่เข้มข้นของไทย ที่จะต้องตรวจหาเชื้อทุกราย ทำให้พบเชื้อในลูกเรือทั้ง 2 ราย และขณะนี้ได้เดินทางกลับไปยังประเทศต้นทางแล้ว โดยทั้ง 2 รายเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ และทั้ง 2 ราย มีการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มข้นคือ มีการใส่หน้ากากตลอดเวลา ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ทางประเทศไทยได้ส่งผลตรวจของทั้ง 2 รายไปยังประเทศต้นทางแล้ว เพื่อให้ทั้งสองประเทศได้รับทราบว่าลูกเรือทั้ง 2 รายติดเชื้อ โดยทั้ง 2 ราย เป็นลูกเรือขนส่งสินค้ามีเที่ยวบินเฉพาะ ไม่มีผู้โดยสารร่วมทางมาด้วย

    เพราะประมาททำให้ระบาดซ้ำ

    นพ.โสภณกล่าวอีกว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกขณะนี้ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อวันประมาณ 300,000 ราย และยังพบหลายประเทศเกิดการระบาดในระลอกที่ 2 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และพฤติกรรมเสี่ยง สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ดูเหมือนว่าดีขึ้นไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อ หากคนในประเทศประมาท มีการรวมกลุ่มชุมนุมคนจำนวนมาก ปาร์ตี้สังสรรค์ หรือละเลยสุขลักษณะส่วนบุคคล ละเลยการป้องกันตนเอง อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศได้อีก เนื่องจากอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการปะปนอยู่ในชุมชน สังคม และนำเชื้อไปแพร่ให้กับผู้อื่นได้

    ใช้ทั่วโลกเป็นบทเรียน

    นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ดังนั้น ขอให้นำกรณีที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศมาเป็นบทเรียน อย่าประมาทในการป้องกันตนเอง ตามมาตรการที่ได้แนะนำไว้ สำคัญที่สุดคือการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะ เลี่ยงการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ สถานที่แออัด ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่นเท่าที่ทำได้ และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการผ่าน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง หากป่วยขอให้อยู่บ้านและรักษาตัวให้หายป้องกันการนำเชื้อแพร่สู่ผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยของตนเอง คนในครอบครัว ชุมชน สังคม รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศระลอกที่ 2

    ยังศึกษาการลดวันกักตัว

    ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดว่าประเทศไทยจะมีการลดระยะเวลาในการกักตัวนักท่องเที่ยว นพ. โสภณกล่าวว่า ขณะนี้หลายประเทศเริ่มลดจำนวนวันในการกักตัว เช่น จาก 14 วันเหลือ 10 วัน หรือจาก 14 วันเหลือ 7 วัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลด ค่าใช้จ่ายจากการกักตัวของนักท่องเที่ยว แต่สำหรับประเทศไทย ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างศึกษาและหาข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญก่อนให้ความเห็นต่อไปว่าจะสามารถลดวันกักตัวหรือไม่ รวมถึงการเตรียมวางมาตรการหากจะต้องลดวันในการกักตัวว่า เมื่อลดวันแล้วในระหว่างนั้นจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เช่น ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา เป็นต้น

    เปิดเกณฑ์รับ นทท.วีซ่าพิเศษ

    วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ว่าขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว มีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างรัดกุม มีข้อปฏิบัติก่อนเดินทางเข้าประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ทำประกันสุขภาพประกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของรัฐบาล แจ้งข้อมูลกับบริษัทผู้ประสานงานก่อนการเดินทาง ทั้งโปรแกรมการเดินทางและกำหนดการที่อยู่ในประเทศไทย ผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อ ตั๋วเครื่องบินทั้งมาและกลับ ลงนามในหนังสือยินยอมยืนยันการปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐบาลไทยกำหนด ฯลฯ เมื่อเดินทางถึงไทยแล้วต้องมีการกักตัว 14 วัน ส่วนที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวคิดจะให้นักท่องเที่ยวกักตัว 7 วันนั้น ขณะนี้ยังไม่เริ่ม จะเริ่มจากการกักตัว 14 วันก่อน แล้วค่อยพิจารณาคลายมาตรการอย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าจะนำเข้าหารือในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) อีกครั้งในวันที่ 28 ก.ย.นี้

    คาด 1 ปีเงินสะพัดกว่า 1.2 หมื่นล้าน

    น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบการเดินทาง ไม่ว่าจะเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำขนาดเล็ก หรือเครื่องบินส่วนตัว ทุกเที่ยวบินต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศปก.กต.หรือ ศปก.ศบค. ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1,200 คนต่อเดือน รายได้อยู่ที่ 1,030,732,800 บาท คาดว่า 1 ปี จะมีนักท่องเที่ยว 14,400 คน โดยประมาณ การรายได้ 12,368,793,600 บาท ขอให้ประชาชนมั่นใจระบบป้องกันว่าไม่เสี่ยงต่อการระบาดระลอก 2 ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถป้องกันและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องกว่า 100 วัน ทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากนี้ ชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และยังไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว และใช้ชีวิตพร้อมครอบครัวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดทั่วโลก ดังนั้น ไทยจึงจะใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากได้รับผลกระทบตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

    นายกฯหนุนเข้าถึงวัคซีน-ยาโควิด

    นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 ก.ย. เวลา 16.30 น. (เวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก) หรือตรงกับช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย.ของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบวิดีโอออนไลน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 75 ภายใต้หัวข้อหลัก “อนาคตที่เราอยากเห็น องค์การสหประชาชาติที่เราต้องการ : ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านพหุภาคี-เผชิญหน้ากับโรคโควิด-19 ผ่านแผนงานความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ” ว่าโลกต้องประสบกับวิกฤติด้านสาธารณสุขจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทุกประเทศต้องเชื่อมั่นร่วมมือกัน รัฐบาลไทยมุ่งมั่นและตั้งใจยับยั้งการแพร่ระบาด โดยจัดตั้ง “ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19” สนับสนุนแผนพัฒนาวัคซีน โดยเห็นว่าวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 ควรต้องเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลกที่ทุกประเทศได้รับสิทธิเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งสหประชาชาติจำเป็นต้องมีบทบาทนำในเรื่องนี้ และตั้ง “ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ” เพื่อเป็นกลไกภาครัฐฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอย่างรอบด้านในนโยบาย “หยุดโควิด แต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย” พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “Bio-Circular-Green Economy” หรือ “BCG” โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

    ย้ำเคารพ 3 เสาหลักยูเอ็น

    พร้อมกันนี้ นายกฯได้กล่าวขอบคุณองค์การอนามัยโลกที่ให้การยอมรับไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถรับมือกับเชื้อโควิด-19 ได้ดีที่สุดในโลก ปัจจัยที่ทำให้สามารถยับยั้งและเป็นประเทศต้นแบบคือการแน่วแน่ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้มีความเข้มแข็งผ่านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุม ไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยไทยยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ และเคารพหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนสนับสนุนบทบาทของสหประชาชาติในทั้ง 3 เสาหลัก ได้แก่ สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนา และสิทธิมนุษยชน

    ติดเชื้อทั่วโลกใกล้ 33 ล้านคน

    สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 32.7 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 994,000 คน เข้าใกล้ยอด 1 ล้านคนไปทุกขณะ โดยที่สหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 50,712 คน ติดเชื้อรวมกลายเป็น 7.24 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 208,000 คน ตามด้วยอินเดีย ติดเชื้อในวันเดียวกว่า 85,400 คน ติดเชื้อรวมขยับเป็น 5.9 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 93,400 คน บราซิลติดเชื้อในวันเดียว 32,670 คน ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 4.69 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 140,700 คน

    ห่วงยอดตายลิ่ว 2 ล้านศพ

    ด้านนายไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือเหตุฉุกเฉินองค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงความกังวลว่า การที่ยอดผู้เสียชีวิตกำลังจะครบ 1 ล้านคน ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เราควรฉุกคิดกันได้แล้วว่า มาตร– การสกัดกั้นเชื้อที่ทำกันอยู่เพียงพอหรือไม่ และเชื่อว่าถ้าเราไม่ดำเนินการอย่างเหมาะสม ยังคงปล่อยปละ ละเลย โลกจะได้เห็นจำนวนผู้เสียชีวิต 2 ล้านคนหรืออาจจะมากกว่านั้น ทั้งนี้ ท่าทีขององค์การอนามัยโลก มีขึ้นระหว่างที่สถานการณ์แพร่ระบาดระลอกสองในภูมิภาคยุโรป ยังคงน่าวิตกกังวล โดยที่รัสเซียพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 7,523 คน ทำสถิติใหม่ในรอบ 3 เดือน ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 1.14 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 20,200 คน ที่ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 15,797 คน หลังวันก่อนหน้าพบติดเชื้อ 16,096 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมกลายเป็น 513,034 คน เสียชีวิตรวม 31,661 คน ที่เนเธอร์แลนด์พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 2,777 คน ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 105,918 คน เสียชีวิตรวม 6,328 คน เช่นเดียวกับที่โปแลนด์ พบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 1,584 คน ถือว่ายอดเพิ่มเป็นหลักพันคน หลังจากวันที่ 22 ก.ย. ยอดติดเชื้อในวันเดียวอยู่ที่ 700 คน

    จีนยังเจอคนติดเชื้อไวรัสมรณะ

    ส่วนคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน รายงานพบผู้ติดเชื้อ 15 คน ทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศ ขณะที่หน่วยงานศุลกากรมณฑลชานตง ทางภาคตะวันออกของประเทศ ประกาศระงับนำเข้า สินค้าที่บรรทุกโดยเรือประมงวลาดิเมียร์ สตาซินสกี และเรือสินค้าคริสตัล แอฟริกา หลังพบกล่องบรรจุ สินค้าอาหารทะเลปนเปื้อนไวรัสโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางการจีนก็ตรวจพบพัสดุสินค้านำเข้าจากบราซิลปนเปื้อนไวรัส

    แฉจีนลัดขั้นตอนใช้วัคซีนโควิดแล้ว

    ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานกรณีรัฐบาลจีนอนุมัติโครงการฉีดวัคซีนฉุกเฉินแก่ประชากร ทั้งที่วัคซีนยังไม่ผ่านการทดสอบเฟสสามขั้นสุดท้ายในร่างกายมนุษย์ โดยอ้างการเปิดเผยของนายคัน ไช ไม่เปิดเผยที่อยู่ หนึ่งในชาวจีนที่เข้าร่วมโครงการฉีดวัคซีนดังกล่าวว่า ตอนที่ได้รับวัคซีนโดสแรกยังไม่แสดงอาการอะไร แต่พอได้รับวัคซีนโดสที่สอง กลับเกิดอาการวิงเวียนเหมือนกับคนดื่มสุรา จนต้องหาที่นอนพักผ่อน อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ระบุด้วยว่า เป็นเพียงการเปิดเผยของผู้รับวัคซีน 1 คน จากทั้งหมดหลายแสนคน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โควิด-19ไวรัสโคโรน่าโควิดวันนี้โควิด 19 ในไทยยอดผู้ป่วยโควิด-19COVID-19

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 19:02 น.