“พื้นที่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนจดชุมพร มีปริมาณน้ำในลำห้วยต่างๆ เป็นจำนวนมากที่ไหลลงทะเล ให้กรมชลประทานพิจารณาวางแผนสร้างแหล่งน้ำเก็บกักน้ำต่างๆ ตามความเหมาะสมไว้ใช้ประโยชน์ให้กับราษฎร และเพิ่มช่องระบายน้ำผ่านถนนและคลองระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยด่วนต่อไป”

พระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อ 30 เม.ย.2547 เป็นที่มาของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงถึงโครงการพระราชดำริแห่งนี้ จะสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้กว่า 15,450 ไร่ โดยการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง เพื่อตัดยอดน้ำหลากและกักเก็บน้ำไว้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง ความจุ 13.36 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 และ อ่างเก็บน้ำคลองลอยตอนล่าง ความจุ 17.46 ล้าน ลบ.ม. จะแล้วเสร็จภายในปี 2568

นอกจากนี้ ยังจะปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิม 3 แห่ง อ่างเก็บน้ำบ้านโป่งสามสิบ, อ่างเก็บน้ำบ้านคลองลอย และอ่างเก็บน้ำวังน้ำเขียว ปรับปรุงฝายทดน้ำห้วยลึก อันเนื่องมาจากพระราชดำริอีก 1 แห่ง ให้สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ

ส่วนพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำ กรมชลประทานจะขุดขยายคลองระบายน้ำ 4 สายเพื่อรับมวลน้ำที่หลากมาจากเทือกเขาตะนาวศรีได้มากขึ้น พร้อมขุดคลองผันน้ำ 3 สายเพื่อตัดยอดน้ำที่ไหลบ่าผ่านตัวเมือง และผลักออกสู่ทะเลในเวลาอันรวดเร็ว จะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ อ.บางสะพานได้มากกว่าเดิมกว่าเท่าตัว

แม้ขณะนี้โครงการยังไม่แล้วเสร็จ แต่กรมชลประทานจะพยายามใช้ประโยชน์จากโครงการในการรับมือน้ำหลากที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อจะช่วยลดระดับน้ำหลาก ลดระยะเวลาการเกิดอุทกภัย ตลอดจนลดปัญหาการติดขัดของเส้นทางสัญจรลงสู่ภาคใต้ทั้งทางรถยนต์ในถนนเพชรเกษม และเส้นทางรถไฟ

...

เมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการในปี 2568 นอกจากชาวบางสะพานจะสบายใจจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังจะมีความมั่นคงด้านน้ำอย่างแน่นอน.

สะ–เล–เต