ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เผย "ไอ้ไข่" มีลิขสิทธิ์ 10 รายการ สับ "บิณฑ์" แอบไลฟ์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยัน “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” จดลิขสิทธิ์ไว้ 10 รายการ ตั้งแต่ปี 51 และต้นปี 63 ย้ำวัดไหนจะเอารูปแบบของเหรียญที่เป็นวงรีและมีรูปไอ้ไข่ยืนไปทำเลียนแบบไม่ได้ ถ้าทำต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ถ้าทำเป็นรูปไอ้ไข่นั่งหรือนอนทำได้ และชื่อไอ้ไข่ใครก็ใช้ได้ไม่ได้รับการคุ้มครอง ด้าน “อาจารย์แว่น” เจ้าอาวาสวัดเจดีย์สับเละ 2 พี่น้องฮีโร่ หลังแอบมาไลฟ์เพื่อโปรโมตวัตถุมงคล

    กระแส “ไอ้ไข่” ฟีเวอร์ กลายเป็นประเด็นดราม่า หลังวัดต่างๆทั่วประเทศอ้างความศักดิ์สิทธิ์ของไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ สามารถช่วยดลบันดาลให้โชคให้ลาภ ตามสโลแกน “ขอได้ ไหว้รับ” พร้อมจัดสร้างรูปปั้นไอ้ไข่ไปตั้งไว้ในวัดเพื่อให้ผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ และจ่ายเงินเช่าบูชาวัตถุมงคลไอ้ไข่กันอย่างบ้าคลั่ง ต่อมามีเพจเฟซบุ๊กหนึ่งโพสต์อ้างว่า บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ คู่พี่น้องดาราฮีโร่ที่ชอบช่วยเหลือสังคม เป็นต้นเหตุให้เจ้าหน้าที่วัดเจดีย์ 16 คน ถูกสั่งพักงานจนครอบครัวเดือดร้อน เนื่องจากทั้งสองคนได้ไปไลฟ์สดหน้ารูปปั้นไอ้ไข่ในวัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อนำภาพไปสร้างวัตถุมงคล ทั้งที่ทางวัดห้ามทำกิจกรรมดังกล่าว ขณะที่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ออกมายอมรับว่า ไม่ได้ต้องการสร้างความเสื่อมเสียให้วัดเจดีย์ แต่ทำไปเพราะต้องการช่วยสร้างอุโบสถวัดดอนใหญ่ จ.ปทุมธานี เท่านั้น

    ที่วัดดอนใหญ่ คลอง 8 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ย. พระครูปทุมศิลาภรณ์ เจ้าคณะตำบลลำลูกกา เจ้าอาวาสวัดดอนใหญ่ ชี้แจงกรณีมีกระแสในโลกโซเชียลเรื่องไอ้ไข่ว่า วัดดอนใหญ่ได้เชิญชวนสาธุชนเข้าร่วมพิธีสวดสืบชะตาชีวิตแบบล้านนาในวันที่ 24 ก.ย.นั้น เนื่องจากปกติจะมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อโพธิ์ดอนใหญ่ดี หลวงพ่อดำสัมฤทธิ์ใหญ่ดี หลวงพ่อใจดีพระศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดดอนใหญ่ต่อเนื่องอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจัดทำวัตถุมงคลไอ้ไข่ เพียงแต่จะจัดพิธีสวดเพื่อความเป็นสิริมงคลของรูปปั้นไอ้ไข่ที่นำมาจากวัดเจดีย์เท่านั้น ไม่ใช่พิธีปลุกเสกแต่อย่างใด ส่วนการแจกเหรียญไอ้ไข่ เดิมทีทางวัดจะเช่าไอ้ไข่แท้จากวัดเจดีย์มาแจกให้แก่ผู้ร่วมพิธี แต่เนื่องจากกระแสโซเชียลที่เกิดขึ้น วัดดอนใหญ่จึงของดแจกไอ้ไข่ไว้เพื่อความสบายใจ

    วันเดียวกัน ที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ไอ้ไข่ กล่าวว่า กรณีที่มีวัดต่างๆออกมาบอกว่าได้เชิญวิญญาณไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ไปอยู่ที่วัดนั้นวัดนี้ และมีการเปิดเป็นวัดสาขาไอ้ไข่ต่างๆมากมาย อาตมาอยากจะถามว่าการที่บอกว่าเชิญไอ้ไข่ไปใช้อะไรเชิญไป ถ้าเชิญต้องเชิญไปทั้งหมด เชิญไปถึงคนที่เขาปฏิบัติมาเป็นเวลา 100-200 ปี ต้องเชิญพระพุทธรูปที่เป็นจุดกำเนิดของไอ้ไข่คือเจ้าวัด คนที่ต้องเชิญเป็นคนแรกคือผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอิน การที่บอกว่าเชิญไอ้ไข่เชิญยังไง ถ้าบอกว่าอธิษฐาน คนที่มาที่วัดก็อธิษฐานกันทุกคน เชิญได้ทุกคน การที่ทำแบบนี้เพื่อเป็นการประกาศให้รู้ว่าทำไอ้ไข่ขึ้นมา แต่จริงๆทำไม่ได้ เพราะอาตมาไม่เคยได้อนุญาตให้ที่ใด วัดไหน สถานที่ใด ทำหรือเอาไอ้ไข่ไปที่นั่น เพราะไอ้ไข่คือความศรัทธาของคนในพื้นที่ที่ทำให้คนเข้าวัด แล้วเราเอาพระพุทธศาสนาสอดแทรกเข้าไป

    “คนที่บอกว่าเชิญไป อาตมาถามว่าเชิญไปเพื่ออะไร เพื่อหารายได้ใช่ไหม เขาไม่เรียกว่าเชิญ เขาเรียกเกาะติดกระแส เหมือนนักร้องคนหนึ่งเป็นเจ้าของเพลง คนจะเชิญไปร้องทุกบ้านไม่ได้ เราก็ซื้อได้แค่แผ่นเสียงไปฟัง ก็มีแผ่นปลอมแผ่นเก๊อีกก็ว่ากันไป และช่วงนี้เรื่องของไอ้ไข่เยอะมาก มีทั้งในทีวี ในโซเชียล ไม่อยากให้คนตกไปเป็นเครื่องมือ ทั้งหมดไม่เกี่ยวกับวัดเจดีย์แต่อย่างใด วัดจะทำอะไรจะปรึกษาหารือประกาศให้สาธารณชนรับทราบ มีบางวัดเอารูปของอาตมาไปขึ้นป้ายแล้วบอกว่าอาตมาอนุญาตแล้ว แบบนี้อาตมาจะเอาเรื่อง แต่จะโทร.ไปบอกกล่าวกันก่อนให้หยุด หากไม่หยุดคงต้องว่ากันตามกฎหมาย แต่อาตมาไม่อยากจะทำแบบนั้น อยากให้คนทำคิดให้ได้ว่าเขาอาจได้เงินทอง แต่จะทำให้ไอ้ไข่จบเร็วเหมือนกับกระแสจตุคามรามเทพ อาตมายังไม่อนุญาตให้ที่อื่นทำ วัดไหนอ้างว่าได้รับอนุญาตจากวัดเจดีย์แล้วต้องว่ากันตามกฎหมาย” พระอาจารย์แว่นกล่าว

    อาจารย์แว่นกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีบิณฑ์ และเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มาไลฟ์ที่วัดเจดีย์ แล้วบอกว่าอัญเชิญไอ้ไข่ไปด้วยนั้น จริงๆกลุ่มนี้เขาได้มาทำพระที่วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และได้เชิญอาตมาไปด้วยเพื่อที่จะให้อาตมาส่งมอบพระให้ แล้วเขาจะได้ถ่ายรูปเพื่อเป็นสื่อ แต่อาตมาติดกิจนิมนต์เลยไม่ได้ไป เขาเลยมากันที่วัดเจดีย์แต่ไม่เจออาตมา จากนั้นแอบขึ้นไปในอุโบสถที่ห้ามไม่ให้ขึ้นไป คณะกรรมการห้ามแต่เขาไม่ฟัง ที่เขาบอกว่าเป็นการอัญเชิญ จริงๆไม่ใช่ แต่เป็นการโปรโมต สังคมจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าเป็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาตมาต้องเอาผิดกับคณะกรรมการที่รับผิดชอบตรงนั้นที่ปล่อยให้บิณฑ์กับเอกพันธ์เข้าไปทั้งที่เป็นเขตหวงห้าม วัดต้องเชิญเจ้าหน้าที่ออกทั้งหมด 16 คน คิดว่าจะให้พักงานก่อน 1 เดือน หากยังไม่มีแนวปฏิบัติที่จะช่วยป้องกัน ต้องหาคนอื่นมาทำแทน ส่วนคนที่เป็นภาพในข่าวก็คิดเอาเองว่าจะปล่อยไลฟ์ออกไปอีกหรือจะยุติ

    อาจารย์แว่นกล่าวอีกว่า วัดได้จดลิขสิทธิ์ทุกอย่างตั้งแต่รูปปั้นไอ้ไข่ หนังสือประวัติความเป็นมา วัตถุมงคล จดงานที่วัดสร้างสรรค์ขึ้นมาถือเป็นลิขสิทธิ์ของวัดอยู่แล้ว จริงๆวัดไม่อยากจะเอาเรื่องกฎหมายมาดำเนินการ อยากจะให้ทุกคนโดยเฉพาะคนนครฯ ช่วยกันรักษาปกป้องไอ้ไข่ไว้ให้ยืนยงคู่กับจังหวัด เพราะไม่ได้เลวร้าย แต่มันช่วยสังคมได้พอสมควร อยากให้ช่วยกันดูแลและรักษาดีกว่า อยากให้ดูยุคจตุคาม หากต่างคนต่างสร้างใครก็สร้างได้ก็จบเร็ว

    ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา น.ส.นุสรา กาญจนกูล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้ตรวจสอบการยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของวัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช พบว่ายื่นจดผลงานลิขสิทธิ์ เกี่ยวกับ “ไอ้ไข่” รวม 10 รายการ ยื่นตั้งแต่ปี 51 รวม 9 รายการ ได้แก่ ผ้ายันต์ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ แบบที่ 1-4 รูปหล่อบูชาไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ 1 และ 2 รูปหล่อลอยองค์ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 46 เหรียญอาร์มพระครูเจติยาภิรักษ์และไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 46 เหรียญวงรีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 26 แบบที่ 1 และเหรียญวงรีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 46 แบบที่ 2 และยื่นแจ้งข้อมูลเพิ่มต้นปี 63 อีก 1 รายการ คือ งานนิพนธ์ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ผลงานทั้งหมดจะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มีอายุการคุ้มครอง 50 ปี นับตั้งแต่เกิดผลงานนั้นขึ้น หากใครนำผลงานของวัดไปใช้ จะต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะดำเนินการได้

    “อย่างเหรียญไอ้ไข่ ปี 26 มีลิขสิทธิ์ตั้งแต่ทำขึ้นมา แม้จะเพิ่งมาจดแจ้งในภายหลัง โดยมีอายุคุ้มครองถึงปี 76 ใครหรือวัดไหนจะเอารูปแบบของ เหรียญที่เป็นวงรีและมีรูปไอ้ไข่ยืน ไปทำเลียนแบบไม่ได้ ถ้าทำต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ถ้าจะทำเป็นเหรียญ โดยใช้ไอ้ไข่นั่ง หรือนั่งชันเข่า หรือรูปแบบอื่นสามารถทำได้ แต่คนจะเชื่อหรือนิยมหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะไอ้ไข่ใครจะจินตนาการเป็นยังไงก็ได้ แต่จะไปห้ามไม่ให้ใช้ชื่อไอ้ไข่ไม่ได้ เพราะคำว่าไอ้ไข่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ใครก็สามารถใช้ได้ ส่วนประเด็นเรื่องรูปปั้น ต้องตรวจสอบว่าปั้นขึ้นเมื่อใด เพราะวัดไม่ได้ยื่นจดลิขสิทธิ์ไว้ แต่ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นเมื่อทำขึ้นมาในทันที และจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย 50 ปี เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ต่อไป” น.ส.นุสรากล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า 1ไอ้ไข่ไอ้ไข่ฟีเวอร์ไอ้ไข่วัดเจดีย์วัดเจดีย์วัดดอนใหญ่ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 22:29 น.