ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "อนามัยโลก" ชมไทยเจ๋งรับโควิด-19

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    ศบศ.เห็นชอบใช้เงินกู้ 51,000 ล้านบาท รักษาระดับการบริโภคในประเทศ แบ่งเป็น เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.) รวม 14 ล้านคน ใช้เงิน 21,000 ล้านบาท และใช้อีก 30,000 ล้านบาท เพื่อแจกเงิน 3,000 บาท ให้กับเป้าหมาย 10 ล้านคน ในโครงการคนละครึ่ง กำหนดใช้ได้ไม่เกินวันละ 100 บาท เร่งเข้า ครม.สัปดาห์หน้าเพื่อเปิดลงทะเบียน 16 ต.ค. เริ่มใช้ 23 ต.ค.-31 ธ.ค.63 ให้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ยกเว้นลอตเตอรี่ สุรา ยาสูบ จากร้านค้ารายย่อย ที่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อหรือร้านแฟรนไชส์ ศบศ.ไฟเขียวนักลงทุนบินเข้าไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวเศรษฐีจีนสายตรง ททท.ถามเรื่องเปิดวีซ่าพิเศษ “STV” ให้เที่ยวไทย หลัง ครม.ไฟเขียวเปิดประเทศ เตรียมไปรเวตเจ็ตพร้อมบินเข้าไทย ททท.เล็งโกยเม็ดเงินกว่าหมื่นล้านบาท องค์การอนามัยโลกชมไทยสู้โควิดเจ๋งสั่งทำคลิปเผยแพร่ “โควิด-19” ยังปราบไม่ลงติดเชื้อทั่วโลกหนักหน่วงใกล้แตะ 30 ล้านคน

    หลังจาก ครม.ไฟเขียวให้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเดินทางเข้าไทยด้วยวีซ่าพิเศษ Special Tourist VISA หรือวีซ่า “STV” เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้น ตามมาตรการสาธารณสุขของไทยในเดือนตุลาคมปีนี้นั้น ในการประชุม ศบศ.เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ประชุม ศบศ.ก็ไฟเขียวให้นักลงทุนต่างชาติบินเข้าไทยได้ด้วยเช่นกัน

    นายกฯประชุม ศบศ.

    ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. นายกฯเปิดเผยหลังประชุมว่า ศบศ.ประชุมครั้งที่ 3 เราไม่ทราบว่าสถานการณ์โควิด-19 จะสิ้นสุดวันใด ต้องเตรียมมาตรการให้พร้อมเหมาะสม ทันเวลา ที่ประชุม ศบศ.มีการเสนอขออนุมัติหลักการโครงการหลายลักษณะด้วยกัน ทั้งดูแลเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการ โครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนภาครัฐ และการลงทุนในประเทศ

    ไฟเขียวนักลงทุนบินเข้าไทย

    นายกฯกล่าวอีกว่า หลายประเทศได้พยายามติดต่อขอเข้ามาดูกิจการ และแผนการลงทุนของเขา ได้มีการขออนุมัติหลักการเบื้องต้นว่า จะมีกรอบอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว นักธุรกิจ การอนุมัติวีซ่า รวมถึงการลงทุนอีอีซี ที่อยู่ในขั้นตอนเจรจาตกลงสัญญา ทุกอย่างไม่ได้หยุดนิ่งยังมีการติดต่อประชุมร่วม และประชุมทางไกลกันอยู่ตลอด ดังนั้น ขออย่าไปพูดอะไรให้เกิดความเสียหายมากนักว่า ทุกคนไม่อยากมาลงทุนในไทยแล้ว ขัดกับข้อเท็จจริง ทุกอย่างก้าวหน้าตามลำดับไม่ได้หยุด สำคัญคือ รัฐบาลได้ดูแลผู้มีรายได้น้อย 2 ส่วนคือ บัตรสวัสดิการของรัฐ และมีมาตรการเฉพาะกลุ่ม อีกส่วนดูแลการลงทุนระยะยาว

    ย้ำจะใช้งบฯประหยัดสุด

    นายกฯกล่าวว่า วันนี้คณะอนุกรรมการมีข้อเสนอหลายอย่าง มาจากฝ่ายธุรกิจ ไม่ใช่ว่าตนจะทำอะไรสนับสนุนเขา แต่ให้เขาคิดมาว่าควรจะมีโครงการประเภทใดบ้าง เพื่อให้มีรายได้กลับเข้าประเทศ ขณะนี้รายได้ที่เรามีอยู่ไม่พอ ต้องมีการลงทุน ไม่ได้ใช้เวลาแค่ 1 ปี 2 ปี ต้องใช้เวลา 3 ปี 5 ปี ถึง 10 ปี ถึงจะมีรายได้กลับเข้ามาเพิ่มรายได้ภาครัฐ ทำงานแบบนิวนอร์มอล จะหาว่ารัฐบาลไม่คิดอะไรเลยมันไม่ใช่ คิดตลอดเวลา ส่วนการพบกับนักเศรษฐศาสตร์ จากด้านต่างๆ รวมถึงจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายข้อเสนอตรงกับสิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการแก้โควิด-19 กับเศรษฐกิจของต่างประเทศ หัวข้อไม่ต่างกันเลย มีเพียงอย่างเดียว คือ เงินเราน้อยกว่าเขา พยายามจะใช้อย่างประหยัดที่สุดจะได้ไม่เป็นภาระต่อไปในอนาคต

    ใช้ 5.1 หมื่นล้านเพิ่มสวัสดิการรัฐ

    ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบศ.เห็นชอบการรักษาระดับการบริโภคในประเทศ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ใช้วงเงินรวม 51,000 ล้านบาท จากเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พ.ศ. 2563 วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อช่วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 0.24% ประกอบด้วย การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.) อีกคนละ 500 บาท โดยคนที่เคยได้ 200 บาท จะได้เป็น 700 บาท คนที่เคยได้ 300 บาท จะได้เป็น 800 บาท โดยมีผู้ถือบัตรประมาณ 14 ล้านคน ใช้เงิน 21,000 ล้านบาท

    แจกอีกคนละ 3 พันอีก 10 ล้านคน

    นายดนุชากล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบ “โครงการคนละครึ่ง” ใช้วงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท เป้าหมาย 10 ล้านคน โดยจะเร่งนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า เพื่อเปิดลงทะเบียนวันที่ 16 ต.ค.2563 ผ่าน www.คนละครึ่ง.com เพื่อให้เริ่มใช้ในวันที่ 23 ต.ค.-31 ธ.ค.2563 โดยรัฐร่วมจ่าย 50% ไม่เกิน 100 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน สำหรับการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป จากร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป ที่เป็นรายย่อย ไม่ใช่นิติบุคคล จึงไม่รวมร้านสะดวกซื้อ ร้านที่เป็นแฟรนไชส์ โดยในวันที่ 1 ต.ค. จะเปิดลงทะเบียนร้านค้า เพื่อในวันเริ่มโครงการจะให้มีร้านค้าเข้าร่วมถึง 100,000 ร้านค้า

    ให้ซื้อของร้านโชห่วยกระจายเงิน

    “กรณีที่ไม่ให้ร้านสะดวกซื้อและร้านที่เป็นแฟรนไชส์เข้าร่วม เพราะดูแล้วมีแค่ 2% ของร้านค้าทั้งระบบ เมื่อโครงการนี้หวังกระจายเม็ดเงินไปร้านค้ารายย่อยจริงๆ ก็ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ มากกว่า ส่วนการใช้เงินที่รัฐบาลให้วันละ 100 บาท จะอยู่บนเงื่อนไขจ่ายค่าสินค้าคนละครึ่ง กับผู้ลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์ เช่น ซื้อสินค้า 100 บาท รัฐจะจ่ายให้ 50 บาท คนซื้อต้องจ่ายเอง 50 บาท ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าซื้อสินค้า 400 บาท รัฐจะจ่ายให้ 100 บาท ส่วนอีก 300 บาท ต้องจ่ายเอง และประเภทของสินค้าไม่รวมลอตเตอรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ การบริการต่างๆ หลังการซื้อขายเสร็จสิ้น ร้านค้าจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ 1 วันหลังชำระเงิน โครงการนี้คล้ายกับชิม ช้อป ใช้ ที่ประชาชนที่เป็นคนซื้อชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและคนขายรับเงินผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน”

    มหาเศรษฐีจีนสายตรง ททท.

    ทางด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจาก ครม.อนุมัติการออกวีซ่านักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ “STV” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาวได้ 90 วัน และขออนุญาตอยู่ต่อได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวม 270 วัน หรือ 9 เดือน ได้มีมหาเศรษฐีชาวจีนติดต่อสอบถามรายละเอียดการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยและมาพำนักระยะยาว โดยระบุว่าอาจจะเดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัว และต้องการมาพักประมาณ 60 วัน

    พร้อมนั่งเครื่องส่วนตัวเที่ยวไทย

    “เชื่อว่าหากรายละเอียดทุกอย่างชัดเจน น่าจะมีเศรษฐีจากต่างประเทศสนใจเดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมาก เพราะหลังข่าว ครม.อนุมัติวีซ่าประเภทใหม่ออกไป มีชาวต่างประเทศโทรศัพท์มาสอบถาม ททท.จำนวนมาก ส่วนการเดินทางเข้ามา ต้องใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ หรือเครื่องบินส่วนตัวบินไปยังสถานที่ปลายทาง โดยไม่ได้แวะ ณ จุดใดๆก่อน อาทิ หากต้องการไปเที่ยว “อนันตรา ภูเก็ต” ก็ต้องบินตรงไปยังภูเก็ต จะแวะสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้ รวมทั้งต้องผ่านขั้นตอนตามมาตรฐานสาธารณสุขของไทย” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว

    ททท.เล็งโกยเม็ดเงินหมื่นล้าน

    รองผู้ว่าการ ททท.ด้านการสินค้าฯ กล่าวอีกว่า สำหรับประมาณการรายได้จากนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษพำนักระยะยาว ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 100 คน/เที่ยวบิน สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบินคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณ 1,200 คน/เดือน หรือ 14,400 คน/ปี มีรายได้ 1,030.732 ล้านบาทต่อเดือน และ 12,368.79 ล้านบาทต่อปี โดยค่าใช้จ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษพำนักระยะยาว รวมต่อคนต่อทริปอยู่ที่ 858,944 บาท เฉลี่ยต่อคนต่อวัน 14,316 บาท

    WHO ชมไทยสั่งทำคลิปการสู้โควิด

    ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า เนื่องจากไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างดี จนได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ องค์การอนามัยโลกจึงได้ถ่ายทำและผลิตวิดีโอ เรื่อง แบ่งปันประสบการณ์โควิด-19 และมุมมองการตอบสนองของประเทศไทย เป็นคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสำเร็จของไทยต่อการควบคุมโควิด-19 เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์แก่ประเทศอื่นๆทั่วโลก จัดทำเป็น 2 ภาษา คือไทยและอังกฤษ ความยาว 4.25 นาที เผยแพร่ทางช่องยูทูบขององค์การอนามัยโลก https://youtu.be/0wFuqQdwAU  หรือที่เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก www.who.int/covid-19 

    ชื่นชมบุคลากรการแพทย์ทุ่มเท

    นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการ ใหญ่ องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของไทยเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง ไทยเริ่มรับมืออย่างรวดเร็วเมื่อเดือน ม.ค.63 เมื่อมีสัญญาณบ่งชี้ว่าโรคโควิด-19 จะเป็นปัญหาใหญ่ ขอชื่นชมการทำงานอย่างแข็งขันของรัฐบาลในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อรับมือ ขอแสดงความยินดีกับบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครทุกคนที่ได้ทุ่มเทเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น

    ไทยมีป่วยใหม่ 10 รายมาจาก ตปท.

    วันเดียวกันศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากอินเดีย 2 ราย อินโดนีเซีย 2 ราย เมียนมา 1 ราย เอธิโอเปีย 1 รายและเยเมน 4 ราย ขณะเดียวกัน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) ไปตรวจรับผู้เดินทางเข้าไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิโดยเครื่องบินรวม 4 เที่ยวบินที่มาจากสหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เกาหลีใต้ รวม 464 คน พบมีไข้สูง 3 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล ที่เหลือนำไปกักตัว 14 วัน

    เร่งหาข้อมูลเด็ก 2 ขวบติดโควิด

    นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีทางการเมียนมาอ้างว่ามีเด็กอายุ 2 ขวบชาวเมียนมา ที่เดินทางออกจากไทยพร้อมมารดาเมื่อวันที่ 4 ก.ย.และตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กคนดังกล่าวเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ทำให้นายอำเภอเมืองเมียวดี ประกาศเคอร์ฟิวในวันที่ 14 ก.ย. กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ไม่พบมีการเดินทางเข้าออกผ่านด่านแม่สอด-เมียวดี ของแม่ลูกชาวเมียนมาดังกล่าวในวันที่ 4 ก.ย. สันนิษฐานว่าอาจเดินทางออกไปโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ หรือช่องทางอื่นที่ไม่สามารถตรวจสอบซึ่งมีอยู่กว่า 50 ช่องทางและยากต่อการควบคุมการเข้าออก ขอยืนยันว่าไทยมีมาตรการเฝ้าระวัง ทั้งการคัดกรองผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ เฝ้าระวังในกลุ่มประชากรเสี่ยง กรณีนี้ยังต้องค้นหาข้อมูลแหล่งที่อยู่อาศัยของเด็กและครอบครัว เพื่อค้นหาผู้สัมผัส ตรวจหาผู้ติดเชื้อและดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่เหมาะสมต่อไป

    อย่ารับต่างด้าวผิด ก.ม.ทำงานหวั่นโรค

    นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หากโควิด-19 มีการระบาดระลอก 2 ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะรุนแรงกว่าระลอกแรก เพราะโรคระบาดหรือไม่ขึ้นอยู่กับมาตรการการควบคุมโรค ส่วนสถานการณ์ในเมียนมาขณะนี้ ไม่ใช่ระบาดแค่รัฐยะไข่ เนื่องจากดูข้อมูลวันที่ 13 ก.ย.จะพบผู้ป่วยที่ย่างกุ้งและรัฐอื่นๆด้วย หากสถานการณ์ยังควบคุมไม่ได้ ก็อาจลามมายังไทยได้ แต่ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ 10 จังหวัดชายแดนไทยและจังหวัดที่มีแรงงานเมียนมา มาทำงาน ช่วย คุมเข้มมาตรการและเฝ้าระวังการลักลอบเข้าไทยของแรงงานต่างด้าว สิ่งที่ต้องดำเนินการคือกระทรวงสาธารณสุข มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยอาการปอดอักเสบ โรคระบบทางเดินหายใจ ได้ประสานขอความร่วมมือกับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ให้งดรับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาทำงานในช่วงนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

    ไทยยังเว้นระยะห่าง-ใส่หน้ากาก

    ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนล่าสุดพบว่าหลังจากที่พบเคสผู้ป่วยรายใหม่ มาตรการต่างๆของประชาชนขยับมาที่ 90% อีกครั้งจากที่เคยตกไปที่ 80% การเว้นระยะห่างดีขึ้นอย่างน่าพอใจ การสวมหน้ากากก็กลับมาในเกณฑ์ 90% ซึ่งต้องย้ำว่ามาตรการเหล่านี้ทำให้ตัวเรา ครอบครัว และสังคมปลอดภัย

    โควิดคลี่คลายเที่ยวบินคึกคัก

    ขณะเดียวกันมีรายงานจาก บริษัท วิทยุการบิน แห่งประเทศไทย (จำกัด) (บวท.) ว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย คนไทยได้เริ่มหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศกันมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขปริมาณเที่ยวบินภายในประเทศมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวท.ได้สรุปปริมาณเที่ยวบินเดือนสิงหาคม 63 พบว่า มีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 30,360 เที่ยว เพิ่มจากเดือนกรกฎาคม จำนวน 2,721 เที่ยว แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 4,036 เที่ยว เที่ยวบินภายในประเทศ 16,045 เที่ยว เที่ยวบินผ่านน่านฟ้า 2,381 เที่ยว และเที่ยวบินสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจทางทหารและราชการ 7,898 เที่ยว

    ติดเชื้อทั่วโลกใกล้แตะ 30 ล้านคน

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ที่มีการอัปเดตล่าสุดหลังเที่ยงคืนวันอังคารที่ 15 ก.ย. พบยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 29,713,832 ราย ผู้เสียชีวิต 938,361 ราย สหรัฐฯ ยังเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงอันดับ 1 ของโลก ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันเดียว 35,421 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 6,787,121 ราย เสียชีวิตวันเดียว 1,158 ราย รวมยอดเสียชีวิตสะสม 200,158 ราย อินเดียมีผู้ติดเชื้อวันเดียว 91,120 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อ 5,018,034 ราย เสียชีวิตอีก 1,283 ราย รวมยอดเสียชีวิตสะสม 82,091 ราย บราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 34,755 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1,090 ราย เมียนมา พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่ม 307 ราย รวมเป็นยอดติดเชื้อสะสม 3,502 ราย เสียชีวิตอีก 3 ราย รวมยอดเสียชีวิตสะสม 35 ราย

    อาสาสมัครทดลองวัคซีนป่วยเยอะ

    ส่วนบริษัท ไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทยารายใหญ่สุดของสหรัฐฯ มีรายงานว่า พบกลุ่มอาสาสมัครที่เข้าร่วมทดลองการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ร่วมกันพัฒนากับไบโอเอ็นเทค บริษัทยาของเยอรมนี ส่วนใหญ่มีผลข้างเคียงอ่อนๆในระดับปานกลาง ทั้งเหนื่อยง่าย เวียนหัว หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ บางรายอาการไข้ขึ้นและไข้ขึ้นสูง แต่ข้อมูลทั้งหมดที่จัดทำโดยคณะกรรมการอิสระเป็นแบบปิด ทำให้ไฟเซอร์ไม่รู้ว่าเป็นผลจากวัคซีนต้านโควิด-19 หรือจากวัคซีนหลอก ไฟเซอร์คาดว่าจะทราบผลวัคซีนมีประสิทธิภาพทำงานได้ดีหรือไม่ในเดือน ต.ค.

    ขอถอนตัวหวั่นผลข้างเคียง

    อาสาสมัครบางรายในสเปนที่เข้าร่วมทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บริษัทเวชภัณฑ์ของสหรัฐฯ ตัดสินใจขอถอนตัวจากการทดลองแล้ว หลังเกิดกระแสข่าวว่าหนึ่งในกลุ่มอาสาสมัครในอังกฤษที่เข้าร่วมการทดลองวัคซีนของแอสตราเซเนกา บริษัทยาของเยอรมนี ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ เกิดปฏิกิริยาผลข้างเคียงที่รุนแรงจนมีคำสั่งชะลอการ ทดลองเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ก่อนกลับมาเดินหน้าอีกครั้งที่อังกฤษและบราซิล คงเหลือที่สหรัฐฯ

    นักวิทย์ฯกังวล “สปุตนิก 5”

    กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากอิตาลี สวีเดน อังกฤษ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกต่อวารสารการแพทย์ เดอะ แลนเซท ของอังกฤษ แสดงความกังวลต่อวัคซีนต้านไวรัส “สปุตนิก 5” ของรัสเซีย หลังพบข้อมูลการทดสอบช่วงการทดลองในมนุษย์เฟส 1 และเฟส 2 ที่ผิดปกติ อาสาสมัครบางรายมีปริมาณภูมิคุ้มกันในร่างกายหลังได้รับวัคซีนที่เหมือนกัน เป็นไปไม่ได้ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สอบถามไปยังสถาบันกามาเลยา ผู้ผลิตวัคซีนรัสเซีย ก็ไม่ได้รับคำตอบ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขรัสเซียชี้แจงเพียงว่า ได้ส่งคำตอบของข้อสงสัยที่เกิดขึ้นไปยังวารสารแพทย์ เดอะ แลนเซทแล้ว

    กังวลจีนฉีดวัคซีนเร็วไป

    วันเดียวกัน รัฐบาลจีนออกแถลงว่า ผลการทดลองวัคซีนโควิด-19 ของจีนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ผลอย่างน่าพอใจ ทำให้รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตัดสินใจอนุมัติฉุกเฉินให้ใช้วัคซีนของจีนได้แล้วหลังกระบวนการทดสอบกับมนุษย์แล้วนาน 6 สัปดาห์ ขณะที่กลุ่มนักวิจัยมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ของสหรัฐฯ แสดงความวิตกกังวลมาตรการของจีน หลังฝ่ายเวชภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขจีนเปิดเผยว่า บริษัทเวชภัณฑ์ซิโนฟาร์ม และบริษัทซิโนแวก ไบโอเทคของจีน ได้ทำการฉีดวัคซีนของทั้ง 2 บริษัทให้แก่สาธารณชนไปแล้วเป็นจำนวนหลายหมื่นคน ทั้งที่ผลการทดสอบในขั้นตอนสุดท้ายเฟส 3 ในร่างกายมนุษย์ยังไม่ได้ข้อสรุป

    อินเดียทดลองวัคซีนอังกฤษต่อ

    ด้านรัฐบาลอินเดียอนุมัติให้มีการทดลองวัคซีนของบริษัทเวชภัณฑ์ แอสตราเซเนการ่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ ในระดับคลินิกต่อไป เช่นเดียวกับหลายประเทศทั้งบราซิลและแอฟริกาใต้ แต่สหรัฐฯยังระงับการทดลองวัคซีนชนิดนี้ จากกรณีพบผู้ร่วมการทดลองในอังกฤษรายหนึ่งเกิดผลกระทบข้างเคียงรุนแรง ขณะที่สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในรัสเซีย ยังรุนแรงต่อเนื่อง พบผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวัน 5,670 ราย ผู้เสียชีวิต 132 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสมในรัสเซียมากกว่า 1.07 ล้านคน ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ผู้เสียชีวิตรวมเกือบ 19,000 คน

    ไฟเขียวนักลงทุนเดินทาง

    สายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ส ประกาศเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศจากกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ เชื่อมหลายเมืองในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. โดยมีที่หมายปลายทาง อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีนและไต้หวัน แต่ผู้โดยสารยังไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวปกติ อนุญาตเพียงกลุ่มผู้โดยสารชาวเวียดนาม นักการทูต ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ แรงงานระดับผู้จัดการ แรงงานที่มีทักษะ กลุ่มนักลงทุนและครอบครัว ส่วนเที่ยวบินเชื่อมระหว่างเวียดนามกับกัมพูชาและ สปป.ลาว จะเริ่มอนุญาตบินสัปดาห์หน้า ภายหลังเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดถูกระงับมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ส่วนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเวียดนาม อยู่ที่ 1,063 คน เสียชีวิต 35 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า 1เปิดประเทศโควิด-19COVID-19จีนวีซ่าพิเศษข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 23:14 น.