ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จับสัญญาณ "ปฏิวัติ" ปฏิบัติการ "ลับ" ทบ. เคลื่อนพลฝึกซ้อม-พร้อมรบ

    ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ย. 2563 07:38 น.
    SHARE
    • จับปฏิกิริยา "บิ๊กแดง" ต่อข่าวลือการ "ปฏิวัติ" ในห้วงนี้
    • สัญญาณเตือนจาก "กองทัพบก" เคลื่อนย้ายกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์ ทั่วประเทศเพื่อซ้อมรบ
    • ม็อบ การชุมนุม ที่จาบจ้วง หมิ่นสถาบัน โจมตีฝ่ายรัฐบาล และกองทัพ

    กระแส "ปฏิวัติ" โชยออกมาเป็นระยะในห้วงนี้ เหมือนเป็นสัญญาเตือนโหมเข้าสู่เดือนกันยายนร้อน ที่ฝ่ายทหารจับจ้องมองไปที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่โจมตีการทำงานของรัฐบาล และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้ปรากฏการณ์ข่าวลือ "รัฐประหาร" พุ่งแรงขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการสร้างเงื่อนไขของฝ่ายปฏิบัติให้มีความชอบธรรม

    ทันทีที่ระฆังการเมืองดังออกมาพร้อมกัน ทั้งการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา กลุ่มเยาวชนปลดแอก และอีกหลายกลุ่มพุ่งตรงไปยังรัฐบาล ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ ปัญหาการคอร์รัปชัน การหมิ่นจาบจ้วงสถาบัน โจมตีการจัดซื้อเรือดำน้ำ สมทบด้วยปัญหาเหมืองทองอัครา ความหละหลวมของการทำหน้าที่ตำรวจ อัยการ ในคดีบอส อยู่วิทยา ปัญหาเหล่านี้เป็นจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนำมาสร้างเป็นเครื่องมือต่อรองในการเดินหน้าเรียกร้องยุบสภา ปฏิรูปกองทัพ ตรวจสอบการบริหารงานฝ่ายบริหาร ทำให้เหมือนเติมเชื้อไฟให้เร่งเร้าให้ความมั่นคง กองทัพ ต้องออกมาแอ็กชั่น

    ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะของกองทัพบก ที่ขนกันออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเคลื่อนย้ายอาวุธหนัก และการสับเปลี่ยนกำลังทหารออกมาเป็นระลอกในช่วงปลายสิงหาคมถึงเดือนกันยายน เหมือนมีสิ่งบอกเหตุและสัญญาณเตือนให้รู้ว่ากองทัพพร้อมแล้ว!!

    ทำให้นึกถึงปฏิบัติการทางทหารในห้วงที่ผ่านมาที่เคยเกิดขึ้น ทั้งเหตุการณ์เมื่อ 28 ก.ย.2549 ที่ "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ขณะนั้นนำกำลังเข้ารัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ต่อมาเมื่อ 6 ปีที่แล้ว "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในตอนนั้นทุบโต๊ะนำทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการจากพรรคเพื่อไทย เมื่อ 22 พ.ค.2557 ที่ผ่านมา

    โดยครั้งนี้เห็นว่ากองทัพใช้ยุทธวิธีทางทหารในรูปแบบเดิมการประกาศแจ้งเตือน เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความเคยชินของการเคลื่อนกำลัง รวมทั้งมีการออกข่าวออกมาเป็นระยะ ถึงการนำกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพื่อฝึกซ้อมรบ ดำรงความพร้อม แต่ปฏิบัติการเช่นนี้ คอการเมือง พรรคฝ่ายค้าน แม้กระทั่งฝ่ายตรงข้าม รู้ทันทีเป็นสัญญาณเตือนจากท็อปบูต ที่ใช้เกม "ลับ ลวง พราง" หลอกล่อให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจเหมือนไม่มีอะไร

    ในทางกลับกันปฏิกิริยาของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ออกมาเผชิญหน้านักข่าว และเลือกที่จะไม่ตอบ ไม่ปฏิเสธ เมื่อถูกถามจี้เรื่องกระแสข่าวปฏิวัติ และทุกครั้งมักจะสงวนท่าที หรือเลี่ยงการตอบ เพื่อไม่ให้เป็นการผูกมัดตัวเอง โดยจะใช้วิธีการตีวน ไม่พูด ไม่ตอบ ล่าสุดได้แต่ร้อง "หูย" เบาๆ ในลำคอ แต่นั้นก็ยังไร้คำตอบ และไม่มีคำปฏิเสธออกมาจาก "บิ๊กแดง"

    จนทำให้กลิ่น "รัฐประหาร" ยิ่งเร่าร้อนและทวีความน่าเชื่อถือ โดยตอกย้ำจากการผุดแฮชแท็ก #จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา #เราไม่ทิ้งกัน จนกลายเป็นแฮชแท็กที่ร้อนแรง เพราะต่างรู้ทันทีว่า แฮชแท็ก ของกองทัพบกออกมาให้ห้วงนี้ เพื่อตอบโต้แฮชแท็กของผู้ชุมนุมที่ระบุว่า "#ให้มันจบที่รุ่นเรา" กลายเป็นการเพิ่มบรรยากาศอันตึงเครียดให้กลุ่มผู้ชุมนุม และฝ่ายที่เคลื่อนไหวทางการเมืองต้องนำไปขบคิด

    ถึงขั้นเปิดศึกสมรภูมิรบทางโซเชียล และมีการสาดโคลนเข้าหากัน โดยทางกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free Youth ได้ออกมาตอบโต้ ผบ.ทบ. พร้อมเผยว่า ไม่ว่าประเทศใดในโลกที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ทหารจะต้องไม่แทรกแซงการเมือง ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ที่ทำรัฐประหารสำเร็จถึง 13 ครั้ง นี้ไม่ใช่เป็นการนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่เป็นการนำพาประเทศถอยหลังลงคลอง พัฒนาช้ากว่าที่จะเป็น ไม่ว่าความพยายามรัฐประหารจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ขอให้รู้ว่าครั้งนี้จะให้จบเหมือนเดิม โปรดเตรียมตัวให้พร้อม

    กระทั่งฝ่ายความมั่นคงต้องออกมาดับกระแสร้อน และกลบกระแสข่าว เพื่อลดบรรยากาศการเผชิญหน้าระหว่าง "กองทัพ" กับ "ม็อบ" โดยมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม ออกมายืนยัน "ปฏิวัติ" เป็นเพียงกระแสข่าวที่ลือออกมา

    ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม ออกมาพูดถึงกระแสข่าวทหารจะออกมาทำการปฏิวัตินั้น เป็นข่าวเท็จ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความซับซ้อน และละเอียดอ่อน โดยมีบุคคลบางกลุ่มบางพวกพยายามสร้างข่าว กุข่าว ปลุกให้เกิดความหวาดระแวงกันในสังคมมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนคนไทยใช้ดุลพินิจรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง อย่างรอบด้าน และให้พร้อมใจไทยรวมกันสร้างชาติเพื่อแก้ปัญหาไปด้วยกัน

    แต่ทางกลับกันหน่วยทหารเริ่มมีการขยับ โดยเฉพาะหน่วยระดับกองพัน กรม และกองพล ทั้งจาก กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 3 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองพลทหารปืนใหญ่ ที่นำกลังออกมา พร้อมแจ้งเพื่อเป็นการฝึกซ้อมรบภาคสนาม และเป็นการฝึกของหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว หรือ RDF โดยเข้าที่ตั้งในจังหวัดใหญ่ที่สอดรับกับการเคลื่อนไหวใหญ่กิจกรรมเชิงการเมืองของ เยาวชนปลดแอก และนักศึกษา ทั้งใน กรุงเทพฯ กาญจนบุรี พิษณุโลก ลพบุรี เชียงใหม่ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด นครราชสีมา

    เมื่อตรวจเช็กนับกำลังทางทหาร พบว่าส่วนใหญ่ เป็นขุมกำลังที่ใช้ในการปฏิวัติทั้งสิ้น เพราะหน่วยทหารเหล่านี้ที่มีความพร้อม และการออกมาซ้อมรบในห้วงนี้ของ กองพลทหารราบที่ 2 กองพลทหารราบที่ 9 กองพลทหารที่ 11 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองพลทหารราบที่ 7 กองพลทหารราบที่ 3 กองพลทหารราบที่ 6 กองพลทหารม้าที่ 1

    กำลังทหารที่ออกมาเหล่านี้ ทำให้นึกภาพย้อนกลับไปการรัฐประหารที่ใช้กำลังทางทหารถึง 7 กองพล 17 กรมทหาร 43 กองพัน เพื่อเคลื่อนย้ายกำลังเข้ารักษาที่ตั้ง ตามเป้าหมาย สถานที่สำคัญ และเพื่อตรึงกำลังให้ทางฝ่ายที่คิดจะต่อต้าน เพราะทุกหน่วยทหารระดับแกนนำสำคัญ ทั้งทหารราบ ทหารปืนใหญ่ ทหารม้า กองพลรบพิเศษ ถูกจัดส่งมาอารักขาทั่วพื้นที่ที่จะเป็นยุทธศาสตร์ในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมเข้ายึดสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญๆ

    ดังนั้น เมื่อดูภาพรวมของปฏิกิริยาของ "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในห้วงใกล้เกษียณยิ่งมีปฏิกิริยาเร่งเร้า และเหมือนมีสิ่งบอกเหตุทางทหารในการจะเปิดวอร์รูม ที่จะปฏิบัติการลับ และต้องให้จบภายในเดือนกันยายนที่ร้อนแรง โดยนำประเด็นเรื่องความขัดแย้งในบ้านเมือง การแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายของประชาชนการจาบจ้วง ล่วงละเมิด และหมิ่นสถาบัน มาเป็นเหตุ เพื่อสร้างเงื่อนไข ความชอบธรรม ในปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงประเทศ.

    ผู้เขียน : คชสีห์ 88

    กราฟิก : Taechita Vijitgrittapong

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปฏิวัติspecial contentกองทัพบกบิ๊กแดงรัฐประหารทหารเคลื่อนกำลังข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 21:48 น.