ไลฟ์สไตล์
100 year

เป็นหนี้บัตรกดเงินสดจริง สู้คดีว่า ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะรอดมั้ย?

ทนายเจมส์
1 ก.ย. 2563 05:02 น.
SHARE

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินสดไปใช้ และต่อมาผิดนัดชำระหนี้ จนสถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดต้องยื่นฟ้องต่อศาล โดยจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินลงลายมือชื่อจำเลยมายื่นฟ้องต่อศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 “การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่” ผลจะเป็นอย่างไร

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังขึ้น แต่ต่อมาโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้ง

ข่าวแนะนำ

โดย ศาลฎีกา เห็นว่า เมื่อจำเลยนำบัตรกดเงินสดดังกล่าวไปใช้เบิกถอนเงินสดรวม 8 ครั้ง ซึ่งการถอนเงินสดดังกล่าวจำเลยจะต้องทำตามขั้นตอนที่ระบุในคู่มือการใช้บริการ ต้องใส่รหัสผ่าน 4 หลัก ต้องเลือกรายการถอนเงินจากบัญชีสินเชื่อเงินสด ต้องเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระ ต้องระบุจำนวนเงินที่ต้องการและรับเงินสดพร้อมสลิปไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในสลิปจะปรากฏอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในแต่ละครั้งอยู่ด้วย แสดงว่า จำเลยสมัครใจกู้ยืมเงินจากโจทก์ตามเงื่อนไขที่โจทก์กำหนด กรณีดังกล่าวถือเป็นธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 มาตรา 4 มีผลใช้บังคับตามมาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับมาตรา 8 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว และมาตรา 9 บัญญัติว่า ในกรณีที่บุคคลพึงลงลายมือชื่อในหนังสือ ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการลงลายมือชื่อแล้ว

สุดท้ายนี้ เมื่อพิจารณาจากหลักกฎหมายประกอบเหตุผลตามคำพิพากษาศาลฎีกา จะเห็นได้ว่า การที่จำเลยนำบัตรกดเงินสดไปถอนเงิน และใส่รหัสส่วนตัวจึงเปรียบเสมือนได้กับการลงลายมือชื่อด้วยตนเองแล้ว กรณีนี้ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด จึงสามารถยื่นฟ้องผู้ถือบัตรดังกล่าวได้

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK
Instagram: james.lk

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทนายเจมส์คนดังนั่งเขียนบัตรกดเงินสดถอนเงินฟ้องร้องเบิกเงินสดกฏหมาย

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 23:40 น.