ไลฟ์สไตล์
100 year

สอศ.ปั้นคนสนองงาน จับคู่ 23 เอกชนชั้นนำ-21 วิทยาลัยอัปเกรดคุณภาพเด็กช่าง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
25 ส.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

รูปแบบของการศึกษาที่ถูกจับตามองมากที่สุดในยุคนี้สมัยนี้ “อาชีวศึกษา” หรือการเรียนสายอาชีพ ประกอบกับในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการค้าการลงทุนภายในประเทศมากมาย โดยเฉพาะ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้ต่างชาติสนใจเข้าร่วมลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก

จากข้อมูลปี 2562 ที่ผ่านมา มีนักลงทุนเข้ามายื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ราว 506 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 4.44 แสนล้านบาท

ข่าวแนะนำ

และแน่นอนทุกๆโครงการที่เกิดขึ้นล้วนต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในแขนงวิชาต่างๆจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนงาน การผลิต กำลังคนสายอาชีวศึกษา จึงถือเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลพยายามจะส่งเสริมการผลิตให้เพียงพอ และตรงกับความต้องการของตลาดอย่างจริงจัง

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่จัดการศึกษาของประเทศ จึงต้องกลับมาทบทวนการผลิตกำลังคนใหม่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบัน

จากเดิมที่เคยให้ความสำคัญจัดการศึกษาสายสามัญ 60% และสายอาชีวะ 40% จึงต้องปรับแบบกลับหัวผลิตสายอาชีวะ 60% และสายสามัญ 40% ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ศธ.จะต้องผลักดันให้ได้ตามเป้า

ที่สำคัญไปกว่านั้น นอกเหนือจากเรื่องปริมาณที่ ศธ.ต้องปั่นตัวเลขให้ได้ตามเป้าแล้ว ในเรื่องคุณภาพและสาขาที่ผลิตก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่ภาคเอกชนต่างต้องการ เพราะต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาแม้เด็กจะจบการศึกษา และได้รับประกาศนียบัตรที่ผ่านการรับรองจาก ศธ. แต่เมื่อเด็กก้าวเข้าสู่อาชีพ หรือวิถีการทำงานในสถาน ประกอบการจริง เด็กกลับไม่สามารถทำงานได้ทันที สถานประกอบการต้องเสียเวลาฝึกงานหรือเทรนเด็กเหล่านี้ใหม่ 3-6 เดือนกว่าจะปฏิบัติงานได้จริง

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผลิตบุคลากรสายอาชีพจึงต้องหันมาทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวด้วยการส่งเสริม การจัดศึกษาระบบทวิภาคี ที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวะ หรือสถาบันกับสถานประกอบการในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผล

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

ทั้งล่าสุดเจ้ากระทรวงคุณครู “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ยังมีนโยบายให้ สอศ.ดำเนินการ ความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา ระหว่างสถานประกอบการชั้นนำกับสถานศึกษาภาครัฐสังกัด สอศ. โดยการนำร่องจับคู่สถานศึกษาอาชีวศึกษา 21 แห่ง กับ 23 สถานประกอบการ ใน 8 กลุ่มวิชาชีพ

1.กลุ่มวิชาชีพ 3D วิทยาลัยเทคนิค (วท.) ราชบุรี ดำเนินการสาขาคอมพิวเตอร์ 2.กลุ่มวิชาชีพ P-TECH วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) ธนบุรี ดำเนินการสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ, วิทยาลัยพณิชยการ (วพณ.) อินทราชัย สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ, วอศ.ปทุมธานี สาขาการโรงแรม, วท.นครราชสีมา สาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ 3.กลุ่มวิชาชีพ Programming วพณ.เชตุพน ดำเนินการสาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล, วพณ.บางนา สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, วอศ.อุดรธานี สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล โมบายแอปพลิเคชัน ดิจิทัลมีเดีย

4.กลุ่มวิชาชีพ Digital Marketing วพณ.เชตุพน ดำเนินการสาขาการตลาด, วิทยาลัยสารพัดช่าง (วช.) เชียงใหม่ สาขาธุรกิจบนโลกดิจิทัล 5.กลุ่มวิชาชีพ Networking วท.เชียงใหม่ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ, วท.ชลบุรี สาขาแมคคาทรอนิกส์ ไฟฟ้ากำลัง อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคนิคคอมพิวเตอร์, วท.นครนายก สาขา อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 6.กลุ่มวิชาชีพ Aviation วท.สัตหีบ ดำเนินการสาขาช่างอากาศยาน

7.กลุ่มวิชาชีพ Industrial Robotics วท.จันทบุรี ดำเนินการสาขาแมคคาทรอนิกส์, วท.สมุทรสงคราม สาขาช่างกลโรงงาน แมคคาทรอนิกส์ ช่างเชื่อม, วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ สาขาช่างอุตสาหกรรม ฐานวิทยาศาสตร์ และ KOSEN, วท.ราชสิทธาราม สาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์, วท.บ้านค่าย สาขาเทคนิคการผลิต อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกล, วท.ระยอง สาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์, วช.นครปฐม สาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์และ 8.กลุ่มวิชาชีพ AI Robotics วท.ชลบุรี ดำเนินการสาขาแมคคาทรอนิกส์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง, วท.กาญจนาภิเษกมหานคร สาขาอิเล็กทรอนิกส์

“ความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการชั้นนำกับสถานศึกษาภาครัฐ สังกัด สอศ.จะยกระดับคุณภาพผู้เรียน ภาคเอกชนที่มีความสามารถจะเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้เรียนอาชีวะโดยตรง ทั้งหลักสูตร พัฒนาครู ผู้เรียน พัฒนาทรัพยากร และอื่นๆ ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ความร่วมมือที่เป็นตัวหนังสือ แต่จะเป็นการพัฒนาที่เกิดเป็นรูปธรรม นักศึกษาและผู้สอนเกิดการปฏิบัติที่เข้มข้น ผลักดันการศึกษาอาชีวะให้มีความเข้มแข็ง และเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต หลังจากนี้ ศธ.จะเร่งจัดงบประมาณเพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการและนโยบายของประเทศอย่างแท้จริง” นายณัฏฐพล ฉายภาพโครงการความร่วมมือ

ณรงค์ แผ้วพลสง
ณรงค์ แผ้วพลสง

ขณะที่ นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ขณะนี้ สอศ.ได้รับทราบสิ่งที่วิทยาลัยและภาคเอกชนต้องการการสนับสนุน รวมถึงสิ่งที่เอกชนจะเข้ามาสนับสนุนการดำเนินโครงการแล้ว คาดว่าจะใช้งบฯเฉลี่ย 1-3 ล้านบาท ต่อวิทยาลัย ซึ่ง สอศ.พร้อมที่จะลงทุนกับการสร้างทรัพยากรมนุษย์ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ

“ทีมการศึกษา” มองว่าความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาระหว่างสถาน ประกอบการชั้นนำกับสถานศึกษาภาครัฐสังกัด สอศ.ในครั้งนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาสายอาชีพของประเทศไทย

ตอบโจทย์ปั้นคนสนองงานในโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง...!!!

ทีมการศึกษา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาชีวศึกษาสายอาชีพสถานศึกษายกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาอีอีซีส่งเสริมการลงทุนทีมการศึกษาการศึกษา

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:41 น.