ไลฟ์สไตล์
100 year

สังคมรอคำตอบคดี "บอส" อัยการ-ตำรวจใครเกี่ยวรับโทษ

ทีมข่าวอาชญากรรม16 ส.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

ข้อกังขาของสังคมกับคดี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถยนต์เฟอร์รารี่ชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ที่เกิดตั้งแต่ปี 2555 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ไม่รู้ว่าสุดท้ายคดีนี้จบแบบไหน พลิกไปพลิกมายังกับในหนังในละคร คดีที่เหมือนมี “คนวางแผน”ให้จบแบบไม่ต้องมีคดีติดตัว ไม่มี “มลทิน” แต่ความแตกเรื่องมาแดงถูก “สื่อต่างประเทศ” ขุดคุ้ยเป็นข่าวเสียก่อน

สุดท้ายถูกกระแสต่อต้าน ไม่ยอมรับผลคดีเรียกร้องให้อัยการ–ตำรวจชี้แจงเรื่องจริง

ข่าวแนะนำ

แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่า “ผมไม่โอเคกับคดีนี้” สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำประเทศไม่เล่นด้วยกับคดีที่มีคนทำผิดแล้วมี “ขบวนการ” ใช้ช่องกฎหมาย เรื่องทางเทคนิคช่วยเหลือทำให้หลุดพ้นคดี เป็นเรื่องที่มีกระทบต่อความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง ที่สำคัญกระทบต่อความรู้สึกคนไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวมาอาศัยอยู่ในเมืองไทย จากคดีเล็กๆ ลุกลามบานปลายสู่ความขัดแย้งสังคมชนชั้น

ผ่านมาหลายสัปดาห์ คณะกรรมการที่ตั้งมาตรวจสอบเรื่องนี้ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายอัยการ ฝ่ายตำรวจ แม้จะมีความคืบหน้าพอสมควร สลับหน้ากันออกมาชี้แจง แต่ส่วนใหญ่ยังตอบไม่ตรงคำถามที่สังคมอยากรู้

อัยการชี้แจงเรื่องดุลพินิจในการ สั่งไม่ฟ้อง ของ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด เจ้าของสำนวน ว่า การพิจารณาคดีเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ ไม่พบการทุจริต แต่พบพยานหลักฐานใหม่ในเรื่องความเร็วและคดียาเสพติด ทำให้มีการ รื้อฟื้นคดี ได้ ชาวบ้านคงไม่ค่อยเข้าใจกฎหมายว่า สิ่งที่อัยการชี้แจงมาคืออะไร

สิ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบของอัยการเห็นว่า คำสั่งคดีชอบด้วยกฎหมาย แล้วคณะกรรมการที่ตั้งมาใหม่กลับตรวจพบพยานหลักฐานใหม่ให้สั่งฟ้อง เจ้าของสำนวนเดิมทำไมตรวจไม่พบ ถ้าจะบอกว่า สำนวนบกพร่อง ที่ตำรวจ อัยการเจ้าของสำนวนเมื่ออ่านสำนวนดูแล้วทำไมถึงไม่สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม จนหายสงสัย

แปลกใจที่คนอ่านสำนวนไม่สงสัย แต่กรรมการชุดใหม่ และคนไทยทั้งประเทศกลับสงสัย

เหล่านี้เป็นการใช้ดุลพินิจโดยปกติหรือไม่ ระดับปรมาจารย์ด้านกฎหมายและสอบสวนใช้ดุลพินิจได้ครบถ้วนละเอียดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านสงสัย เห็นข่าวอัยการแถลง ยังไม่มี “คำตอบ” ที่ชัดเจนจากฝั่งอัยการ

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ ออกโรงชี้แจงว่า คำสั่งคดีนี้น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะอัยการเจ้าของสำนวนคนแรกมี “คำสั่งให้ฟ้อง” แต่นายเนตรซึ่งรับเรื่องขอความเป็นธรรมมาจากกรรมาธิการ นำสำนวนมาทำแล้วเสนอความเห็นใหม่เป็น “สั่งไม่ฟ้อง” ถือว่ากระทำไม่ได้ การที่จะสั่งคดีขัดกับคำสั่งอัยการคนแรก ต้องเป็นคำสั่งคดีของอัยการสูงสุดเท่านั้น การสั่งไม่ฟ้องคดีนี้อัยการสูงสุดจะต้องเป็นคนสั่งเท่านั้น

คดีนี้ไม่ได้เสนอสำนวนให้อัยการสูงสุดกลับสั่งคดีเอง ถือว่าไม่ชอบ เป็นความเห็นของอดีตอัยการสูงสุดทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้พิจารณารอบคอบ เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นในองค์กรอัยการทั้งระบบ

เป็นคำถามที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ และยังไม่ได้คำตอบจากอัยการที่ว่า การสั่งไม่ฟ้องของอัยการถือว่าเป็นความผิดหรือไม่ และชาวบ้านอยากฟังคำพูดของอัยการที่สั่งคดีแต่ไม่เคยให้ข่าว ทำให้สังคมมองว่ายังไม่เคลียร์

ส่วนตำรวจเองเป็น “จำเลยของสังคม” ในคดีนายวรยุทธหรือบอส อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะสำนวนเริ่มจากตำรวจ ผู้เสียชีวิตเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย แต่เนื้อหาในสำนวนตำรวจมีการกลับไปกลับมา ทำให้สังคมไม่เชื่อมั่นการทำคดีตั้งแต่แรกว่า ทำตรงไปตรงมาหรือไม่ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เข้ามารับ “เผือกร้อน” ก่อนเกษียณ เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง ชี้แจงหลายครั้งยังตอบไม่ตรงคำถาม ประเด็นความเร็วรถของนายบอสที่ว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มากลับคำให้การ

ปี 2555 หลังเกิดเหตุบอกความเร็วสูงถึง 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ปี 2560 ให้การใหม่ว่าความเร็วไม่น่าจะเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกหยิบขึ้นมาเป็นเหตุผลสำคัญที่อัยการหยิบมาเป็นประเด็นในการ “สั่งไม่ฟ้อง” พอถูกกระแสสังคมโจมตี ถูกเรียกสอบใหม่ กลับให้การว่าความเร็วสูง 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามคำให้การแรก คนที่ติดตามข่าวสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พฐ. น่าจะมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ทำไมให้การกลับไปกลับมา

คนเชื่อว่าคดีนี้เจ้าหน้าที่ พฐ.คงถูกแรงกดดัน น่ามีเรื่อง “ตื้นลึกหนาบาง” มากกว่านี้

น่าจะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญของ พฐ.ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจงเหตุผลต่อสังคม

สรุปผลตรวจสอบเบื้องต้น พล.ต.อ.ศตวรรษ บอกว่าพบตำรวจที่เกี่ยวข้องมีความผิด สังคมรอดูว่าตำรวจที่ว่าเกี่ยวข้องระดับไหน คงไม่ลงโทษแค่ระดับล่าง ระดับบนที่รู้เห็นปล่อยคดีอย่าคิดว่า สังคมไม่รู้ว่าใครน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง คดีนี้ยังมีคนอีกมากที่มีข้อมูลพร้อมเปิดออกมา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามจริง ไม่เช่นนั้นตำรวจพังอีกรอบ

ล่าสุดอัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานพิจารณาสั่งคดีและตั้งคณะทำงานตรวจสอบการสั่งคดีของ รองอัยการสูงสุด ทางคดีคณะทำงานของอัยการมีคำสั่งแจ้งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีนายวรยุทธในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน)” และสั่งสอบเพิ่มเติมข้อหา “ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

ในประเด็นการสั่งคดีที่ขาดความระมัดระวังหรือไม่ในการตรวจสอบการสั่งคดีต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจสอบรองอัยการสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ อัยการสูงสุดตั้งคณะกรรมการพิจารณาการรับฟังพยานหลักฐานว่าเป็นไปตามหลักกฎหมายชอบด้วยเหตุผล และใช้ความระมัดระวังละเอียดรอบคอบหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาโดยเร็ว

แรงกดดันอย่างหนักของสังคมในการสั่งคดีนี้ ล่าสุด รองอัยการสูงสุด เจ้าของสำนวนขอยื่นลาออกต่ออัยการสูงสุด ให้เหตุผลว่า แม้การสั่งคดีจะเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่คดีนี้ทำให้สถาบันอัยการถูกกดดันจากสังคม และเพื่อรักษาองค์กรอัยการไว้ จึงขอรับผิดชอบด้วยการลาออก

ซึ่งตามระเบียบข้าราชการอัยการปี 2547 ข้อ 58 ระบุข้าราชการอัยการลาออกให้ยื่นใบลาออกต่ออัยการสูงสุด จะมีผลเมื่ออัยการสูงสุดอนุญาตเท่านั้น ส่วนเรื่องสอบวินัย นายเนตร เกษียณปีนี้และยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงค้างไว้ หากนายเนตรลาออกจริง จะไม่มีภาระติดพันอะไร

สังคมมองว่า การลาออกของอัยการ ยังไม่ตอบโจทย์เพราะสิ่งที่สังคมไทยต้องการ คือความจริง ไม่ใช่รับผิดชอบ หากไม่ผิดต้องชี้แจงทำไมถึงสั่งคดีแบบนั้น หากผลสอบพบว่าการสั่งคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องได้รับโทษ

รัฐบาลอยากดึงความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา อัยการ-ตำรวจต้องฟัง “คำถาม–ข้อสงสัย” ตอบสังคมให้ได้ทุกเรื่อง ผู้ที่ทำคดีนี้ทั้งหมดต้องออกมาพูดความจริง คนที่มีส่วนให้คดี “ผิดเพี้ยน” ต้องรับโทษ อัยการ–ตำรวจ อย่าโยน อย่าปัด เอาความจริงมาชี้แจง สังคมรอคำตอบ ไม่ว่าจะเจ็บปวดหรือมีคนใหญ่ขนาดไหนมายุ่งเกี่ยวต้องลงโทษให้เป็น “ตัวอย่าง” ทำให้เห็นว่ากฎหมายไทยยังคงความศักดิ์สิทธิ์

กลับมาทำให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย.

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แกะรอยรอบสัปดาห์ทีมข่าวอาชญากรรมบอส อยู่วิทยาคดีบอสเนตร นาคสุขอัยการสูงสุดกระบวนการยุติธรรม

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 19:47 น.