หวั่นซ้ำคดี "บอส อยู่วิทยา" พ่อร้องเรียนต่อ "สิระ เจนจาคะ" หลังอัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้องคู่กรณี ซึ่งเป็นรถหรู ขับเฉี่ยวชนลูกสาวขี่รถมอเตอร์ไซค์เสียหลักล้ม เป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อปี 2561

จากกรณี เหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนเมื่อพฤษภาคม 2561 กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเนื่องจากมีความใกล้เคียงคดี "บอส อยู่วิทยา" คือ ขณะเกิดเหตุการณ์ไม่มีคนเห็น มีเพียงกล้องวงจรปิดที่เห็นก่อนเกิดเหตุ โดยคดีเป็นไปตามปกติ คือ เมื่อตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานเสร็จแล้ว มีการตั้งข้อหาแล้วส่งให้อัยการในปี 2562 แต่อัยการที่รับเรื่องมีคำสั่งไม่ฟ้อง ต่อมาตำรวจภูธรภาค 2 จึงได้แย้งคำสั่งอัยการ จนมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. 2563 อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง

ทางด้าน นายชูเกียรติ โพธิ์วงษ์ พ่อของผู้เสียชีวิต เผยว่า ไม่รู้กฎหมาย เมื่ออัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ทำให้หมดความหวัง ทำอะไรไม่ถูก แต่เมื่อเห็นข่าวกรณี "บอส อยู่วิทยา" ทำให้รู้ว่ายังพอมีหวังถ้าเราไปร้องเรียน จึงเดินทางไปร้องเรียนต่อนายสิระ เจนจาคะ เนื่องจากยังคาใจเรื่องที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งตนมั่นใจว่าพยานหลักฐานชัดเจน ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะขี่ไปชนรถยนต์เอง

ทั้งนี้ ช่วงหลังจากเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่งก็คิดขึ้นได้ว่าหน้ามหาวิทยาลัยมีกล้องวงจรปิด จึงได้ไปขอดูกล้องที่เกิดเหตุ เห็นว่าก่อนเกิดเหตุท้ายรถลูกสาวมีไฟเบรก จากนั้นก็ขอหลักฐานเพิ่มเติมเอง เดินเท้าไปขอดูกล้องวงจรปิดตามบ้านของชาวบ้าน บางคนก็ให้ความร่วมมือ แต่ก็ไม่เห็นทะเบียนรถ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่อัยการสูงสุดให้ร้อยเวรไปหาหลักฐานเพิ่ม เพื่อวัดระยะความเร็วของรถทั้ง 2 คัน สรุปออกมาว่า ไปเจอกันที่เกิดเหตุพอดี ความเร็วของลูกสาวประมาณ 30-35 กม./ชม. ความเร็วรถยนต์ประมาณ 50-60 กม. แต่กลับมีคำสั่งออกมาว่าไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่มีประจักษ์พยาน

...

ทางด้าน นายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ เผยว่า กรณีแบบนี้มี 2 ส่วน คือ ถ้าเป็นกรณีคำสั่งไม่ฟ้อง ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายในการฟ้องเอง แต่มันจะยากในเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากเราเป็นราษฎร ง่ายๆ คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจเต็มมือยังไม่สามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดผู้ต้องหาได้ การที่จะให้ราษฎรไปตามหาหลักฐานเองมันจึงยาก ส่วนที่ 2 เมื่อคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ สั่งไม่ฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิ์กรณีรื้อคดีขึ้นมาใหม่ได้ ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่.