ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    6 ปัจจัยพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ก้าวใหม่ วชช. ยุค New Normal

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ส.ค. 2563 05:30 น.
    SHARE

    “4 ปีข้างหน้าจากนี้สภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ 100% จะเดินหน้าผลักดันแผนการปฏิรูปสถาบันวิทยาลัยชุมชน 6 ประเด็นสำคัญเพื่อไปสู่ความสำเร็จ สภาสถาบันฯจะเร่งขับเคลื่อนการทำงานเพื่อปลดล็อกอุปสรรคต่างๆในการทำงานได้อย่างราบรื่นที่สำคัญเชิญชวนและจับมือบุคลากรของวิทยาลัยชุมชน (วชช.) ทุกคน ให้มองภาพการทำงานเดียวกัน เดินไปในทิศทางเดียวกัน และก้าวไปด้วยกัน เน้นย้ำให้ทุกคนได้ทำหน้าที่และบทบาทของตัวเองเต็มที่ ทำงานเป็นทีม ช่วยกันทำงานสร้างสรรค์ เพื่อเป้าหมายที่เป็นจริง”

    จากบางเสี้ยวบางตอนความรู้สึกของ ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ที่ประกาศชัดเจนในงานสัมมนาเรื่อง “ก้าวใหม่สถาบันวิทยาลัยชุมชนในยุค New Normal” ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) หลังจากได้รับการสรรหาให้เข้ารับตำแหน่งนายกสภา วชช.อีกวาระ

    แต่การเข้ามาทำงานในครั้งนี้มีประเด็นที่ท้าทายหลายเรื่อง โดยเฉพาะขณะนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ดังนั้น การจะนำพา วชช.ทั้ง 20 แห่งทั่วประเทศให้ก้าวผ่านยุค New Normal หรือความปกติ ใหม่ คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

    “วชช.ได้วางแผนที่จะปฏิรูปองค์กรไว้ก่อนที่จะมีวิกฤติโควิด-19 และได้เตรียมการล่วงหน้าหลายเรื่อง เพื่อจะรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก และมีบางประเด็นของการปฏิรูปที่รองรับยุค New Normal ได้พอดี ดังนั้น การที่โควิด-19 เข้ามาทำให้เราได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาสเร่งเดินหน้าปฏิรูป วชช.ให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยการปฏิรูป วชช.ใน 6 ประเด็นสำคัญ ประเด็นที่ 1. การปรับมาตรฐานการจัดการศึกษา จากปัจจุบัน วชช.มีมาตรฐานหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปี ซึ่งจะไม่ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งบุคลากรของ วชช.ก็มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ไม่สามารถเปิดหลักสูตรที่หลากหลายและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ดังนั้น จึงมีแผนเสนอปรับเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรอนุปริญญาจาก 3 ปี เรียน 90 หน่วยกิต เป็น 2 ปี เรียน 60–70 หน่วยกิต รวมถึงขอให้อาจารย์พิเศษเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรได้ด้วย” ดร.สิริกร ฉายภาพการขับเคลื่อนงานยุค New Normal

    นายกสภา วชช.กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2. จะต้องปรับกลไกด้านงบประมาณให้เป็นไปในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไป หรือ Block Grant เพื่อให้ วชช.มีความยืดหยุ่น และมีอิสระในการบริหารงานรวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ ประเด็นที่ 3.การจัดตั้ง วชช.ใหม่ ซึ่งเวลานี้คงไม่ง่าย ดังนั้นเราต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ การบริหารจัดการคล่องตัว และพิสูจน์ ความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดตั้ง เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาจริงๆ ประเด็นที่ 4.การปรับระบบบริหารงานบุคคลจากพนักงาน ราชการเป็นพนักงานสถาบันอุดมศึกษา เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์และความก้าวหน้าเหมือนกับพนักงานมหาวิทยาลัยที่จะใช้ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และเร่งออกกฎระเบียบข้อบังคับการ บริหารงานบุคคลตามระเบียบ ก.พ.อ. ประเด็นที่ 5.การพัฒนาสู่ Digital Community College ต้องยอมรับว่า วชช.ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายขอบ นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานแล้ว ดังนั้น วชช.จึงต้องปรับการจัด การเรียนการสอนแบบ Blended Online Learning ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้ที่มีเวลาจำกัด แต่ต้องการเรียนและจะทำคลังปัญญาคู่ขนานไปด้วย และประเด็นที่ 6.ปรับระบบบริหารจัดการ เพราะถ้ารัฐบาลกำหนดให้ วชช. ต้องปรับเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐหรือออกนอกระบบ เราจะต้องมีการเตรียมตัว เพื่อการเปลี่ยนผ่านให้เจ็บตัวน้อยที่สุด

    “ความสำคัญของการปฏิรูปองค์การครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนและมีจุดยืนคือเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสการศึกษาและอาชีพแก่ท้องถิ่นและชุมชนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดและประเทศ มีอัตรากำลังที่เหมาะสม มีระบบบริหารจัดการคล่องตัว และมีประสิทธิภาพด้วยระบบอาจารย์พิเศษ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)” ดร.สิริกร กล่าวและย้ำว่า วชช.ในยุค New Normal นั้นจะต้องปรับตัวเพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลง และอยู่กับ New Normal ให้ได้ โดย วชช.จะต้องกลับมาทบทวนตัวเองและดูผลการทำงานที่ผ่านมา อย่างสถิติการเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษา 2563 ของ วชช. พบว่าแนวโน้มเด็กสนใจเรียนระดับอนุปริญญาลดลง แต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของ วชช.บ้างแห่งกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อดูรายละเอียดพบว่า วชช.เหล่านี้จะมีการหาทุนให้แก่นักศึกษาด้วย ที่น่าตกใจจำนวนตัวเลขเด็กออกกลางคันไม่จบการศึกษาเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่ของ วชช.แต่ละแห่งต้องช่วยกันดูแล วิเคราะห์ปัญหาและช่วยกันหาทางแก้ไข วชช.จะต้องเข้าไปช่วยพัฒนาทักษะของศิษย์เก่า และประชาชนทั่วไปกลุ่มแรงงาน ทั้ง Re–Skill Up–Skill และ New–Skill ให้มีความชำนาญเฉพาะทาง ให้เขาสามารถยืนอยู่ได้ด้วยความเข้มแข็งและยั่งยืน

    ขณะที่ ดร.ถนอม อินทรกำเนิด ประธานที่ปรึกษาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ได้ฝาก 4 แนวทางและยุทธศาสตร์การพัฒนา วชช.ในยุค New Normal ด้วยว่า ประเด็นที่ 1.วชช.ทุกแห่งจะต้องทบทวนตัวเองว่าในช่วง 18 ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง และได้ผลอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเราค่อนข้างจะย่ำอยู่กับที่ด้วยการเน้นการสอนอนุปริญญามากกว่าการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของชุมชน ดังนั้น วชช.จำเป็นจะต้องกลับไปทบทวนว่าพันธกิจที่ทำเป็นอย่างไร ดูว่าปัญหาที่เราเผชิญอยู่นั้นคืออะไร จะแก้อย่างไรอย่างเป็นระบบไม่ใช่แก้เพียงนิดหน่อยทำให้ปัญหาไม่จบ ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างวิสัยทัศน์ใหม่โดยจะต้องให้ความสำคัญกับชุมชนให้มากขึ้น ประเด็นที่ 2.ฝากให้ วชช. แต่ละแห่งไปค้นให้พบว่าคนด้อยโอกาสในจังหวัดของตนนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง และต้องค้นให้เจอ เพื่อจะได้ทำงานบนฐานข้อมูลจริง ประเด็นที่ 3. ให้จัดบริการของ วชช.ให้ไปถึงตำบลและอำเภอ และประเด็นที่ 4.การระดมสรรพกำลังกับเครือข่ายให้เข้มข้นมากขึ้นและทำงานในเชิงผลลัพธ์มากขึ้น

    จากนี้ไปต้องจับตาดูกันว่า วชช.จะสามารถปฏิรูปตัวเองและเดินทางไปสู่ฝั่งฝันได้สำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมาย และจะทำตามวิสัยทัศน์ของ วชช. คือสถาบันวิทยาลัยชุมชนคุณธรรม สร้างสรรค์นวัตกรรมชุมชน เพื่อพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืนได้มากน้อยเพียงไร

    คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์...!!!

    ดร.สิริกร
    ดร.สิริกร

    ทีมการศึกษา

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วชช.สิริกร มณีรินทร์การปฏิรูปสถาบันลดความเหลื่อมล้ำNew Normalทีมการศึกษาการศึกษา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 10:38 น.