ควันหลง ข่าว คำสั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย อย่างร้ายแรง
คำสั่งระบุว่า มีพฤติการณ์ และการกระทำเข้าลักษณะมีเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการ และฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งว่าด้วยการให้ข่าวสัมภาษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ตร.
เข้าข่ายความผิดร้ายแรง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ กองบังคับการปราบปราม รับคำร้องทุกข์ในกรณีกล่าวโทษว่ามีการกระทำอันเป็นการทำผิดต่อรัฐ มีมูลเข้าข่ายตามความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 74
และตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 21 เรื่องการห้ามดักฟังทางโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารอื่นใดนั้น ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการตำรวจ
แต่ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้า การที่ ผบ.ตร.มีคำสั่ง “สำรองราชการ” เป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องทำและทำเพื่อรักษาองค์กรตำรวจไว้ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในระบบสายการบังคับบัญชาและความน่าเชื่อถือในหน่วยงานตำรวจ
ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ คนในเครื่องแบบ ยิ่งเป็นหน่วยกำลังใช้สายการบังคับบัญชา สิ่งที่ทำให้องค์กรอยู่ได้ทุกวันนี้คือ วินัย และ สายการบังคับบัญชา หากหน่วยกำลังหลักตำรวจ ทหาร ไม่มีวินัย ไม่เชื่อฟังผู้ที่เป็นนาย ที่สั่งการในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย หน่วยงานอยู่ไม่ได้
คนที่ใช้การดักฟังกัน เป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ต่อไปจะสั่งงาน มอบงาน จะไว้ใจกันได้อย่างไร อย่าว่าแต่ตำรวจ ทหารเลย แม้แต่ ประชาชนผู้ที่เดือดร้อนจะกล้าพึ่งพาตำรวจไหม จะกล้าโทรศัพท์มาคุยกับตำรวจหน่วยไหนหรือไม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนในสังคมขาดความไว้วางใจ
...
ขาดความเชื่อมั่นตำรวจ
สิ่งที่ ผบ.ตร.ทำเพื่อคำว่า “วินัย” ป้องปรามไม่ให้คนอื่นคิดทำแบบนี้อีก และเรียกฟื้นความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนคืนมา รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆที่จำเป็นต้องประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่สำคัญ เรียกตำรวจให้กลับเข้าแถว ไม่ให้แตกแถว แตกความสามัคคี
ผบ.ตร.ไม่ได้ทำในนามส่วนตัว ทั้งที่ความจริง ผบ.ตร.เป็นคนถูกกระทำด้วยซ้ำ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามพยานหลักฐาน ถ้า ผบ.ตร. ไม่ลงโทษ ปล่อยเลยตามเลย ไม่นานอาจมีตำรวจคิดทำแบบนี้ขึ้นมาอีก
สุดท้ายองค์กรตำรวจจะพัง.
“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th