ชอบใจวลีที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯและอดีต รมว.ยุติธรรมที่แสดงความเห็นเอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวในฐานะนักกฎหมายคนหนึ่ง ที่ คุณพีระพันธุ์ ได้ยกตัวอย่างของการทำหน้าที่ระหว่าง อัยการ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอาไว้ ด้วยข้อคิดที่ว่า ยุติธรรมค้ำจุนชาติ ที่ว่าด้วยความเร็วกับความผิด
“การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการสูงสุด พยายามลดกระแสเพียงแค่ตั้งคณะทำงานมาตรวจสอบเรื่องนี้แบบของใครของมัน ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะความน่าเชื่อถือล้มละลายไปหมดแล้ว เชื่อกันว่าเป็นเพียงการหาทางที่จะสร้างความชอบธรรมให้การกระทำที่เป็นปัญหา ยิ่งได้ยินถ้อยแถลงของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ยิ่งเห็นว่าอย่าไปคาดหวังอะไรมาก เพราะฟังประเด็นที่ตั้งสอบ ก็รู้คำตอบล่วงหน้าแล้ว แต่ยังมีความหวังจากคณะทำงานที่ท่านนายกฯแต่งตั้งขึ้นมาบ้าง ก็รอดูกันต่อไป”
“ประเด็นหนึ่งที่สังคมกำลังถูกทำให้สับสน คือเรื่องความเร็วของรถกับความผิดฐานกระทำโดยประมาท กรณีที่เป็นปัญหาไม่ใช่เรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ต้องเถียงกันเรื่องความเร็วของรถ แต่เป็นความผิดฐานกระทำโดยประมาทตามกฎหมายอาญา ซึ่งความผิดอาญาเกิดจากการขับรถโดยประมาท ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความเร็วเสมอไป และไม่จำเป็นว่าจะต้องขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดเท่านั้นจึงจะมีความผิด แต่ไม่ว่าจะขับรถด้วยความเร็วต่ำหรือด้วยความเร็วสูง กว่า 100 กม.ต่อชั่วโมงก็ไม่ใช่องค์ประกอบหลักของความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”
จากหลักกฎหมายจะเห็นว่า ถ้ามี เจตนา ก็ไม่ผิดฐานประมาท แต่ผิดฐานประมาทต้องไม่มีเจตนา กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
ประเด็น แม้จะขับรถด้วยความเร็วต่ำหรือด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด แต่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุชนคนตาย ก็มีความผิดอาญา ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หากมีพยานหลักฐานแสดงว่าผู้นั้นขับรถโดยปราศจากความระมัดระวัง และอาจใช้ความระมัดระวังนั้นได้ แต่ไม่ใช้ให้เพียงพอก็มีความผิดฐานขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเช่นกัน
นี่ยังไม่นับรวมถึงผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานที่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้กระทำความผิด
การที่มี พยานที่เพิ่งจะระลึกชาติได้หลังเหตุการณ์ผ่านไป 8 ปี มาบอกว่าอยู่ในเหตุการณ์และเห็นว่าผู้กระทำผิดขับรถไม่เร็ว นอกจากจะเป็นพยานบอกเล่า ที่ไม่ใช่พฤติกรรมของพลเมืองดี แต่กลับมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการ จึงต้องมีการรับฟังพยานด้วยความเคร่งครัด รอบคอบและระมัดระวัง
เจตนาย่อมเล็งเห็นผล ทำให้กลายเป็นความผิดอาญามาตรา 288 มิใช่ความผิดโดยการขับรถโดยประมาทความเร็วกับความผิดในกรณีนี้จะเข้าเงื่อนไขข้อไหนถ้าตามเงื่อนไขมาตรา 288 ก็ถือเป็นประเด็นใหม่ที่ไม่เคยฟ้อง
เป็นเหตุให้รื้อคดีใหม่ได้.
หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th


